คำต่อคำ VDO Link นายกทักษิณ | |
"ทักษิณ" วอนคนในชาติเริ่มต้นกันใหม่ เผยอาจวิดีโอลิงก์ครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ สิ้นสุดความเป็นส.ส. ว่าขอแสดงความยินดีกับนายจตุพร เพราะเป็นนักสู้ได้มีโอกาสแสดงความแข็งแกร่งให้ตัวเองอีกครั้งถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากว่าจะแสดงความเสียใจ อย่างไรก็ตาม ปกติการลงโทษต้องดูว่าเป็นการจงใจ แต่นี่ตั้งใจไปใช้สิทธิ์และไม่ให้ไปใช้สิทธิ์ก็ดูแปลกดี ไม่เป็นไร ถือว่าตัดสินไปแล้วก็แล้วไป แต่เริ่มต้นใหม่ต้องเริ่มต้นในสิ่งที่ดี พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ผ่านวาระ 2 แล้ว เหลือการลงมติในวาระ 3 ถือเป็นความสำเร็จของผู้รักประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยได้ทำหน้าที่ตามสัญญาจะนำประชาธิปไตยกลับสู่เมืองไทย และแนวทางคืบหน้า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ครบรอบ 2 ปี นอกจากพวกเราและครอบครัวต้องเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่านักประชาธิปไตย ผู้รักความยุติธรรมในประเทศไทยและนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เสียใจกับเหตุการณ์ 2 ปีที่แล้ว "ความตาย 91 ศพ บาดเจ็บ 2 พันกว่าและติดคุกไม่มีครั้งไหนกระบวนการยุติธรรมเสียหายขนาดนี้ ...สิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต 6 ปี เพื่ออย่างเดียว คือเพื่อไล่ล่าผมและผู้สนับสนุนผม ตัวผมเจ็บน้อยนักเมื่อเปรียบเทียบกับคนไทยทั้งประเทศ ที่ตกในภาวะบ้านเมืองย่ำแย่ ขอถามว่าใครดีบ้าง คนที่เป็นฝ่ายขัดแย้งไม่มีใครได้ดี เจ็บปวดทั้งคู่ แต่มีคนได้เปรียบจากความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นวันนี้พี่น้องเราต้องกลับมาคิดกันใหม่ว่าบ้านเมืองนี้จะขัดแย้งกันต่อไปอีกหรือ 6 ปี มากเกินไปแล้ว ประเทศขาดโอกาส" "วันนี้แน่นอนเราเจ็บ แต่เราควรต้องคิดให้ดีๆว่าจะเริ่มต้นกันใหม่หรือไม่...สิ่งที่เกิดขึ้น 6 ปี จริงๆแล้วเกิดจากความเข้าใจผิด เมื่อเข้าใจผิดคนที่ต้องรักษากติกาเข้าใจว่าจริง จึงคิดเรื่องการกล่าวหาว่าเป็นเรื่องจริง จึงทำตามไปโดยไม่ดูว่าสิ่งเหล่านี้จริงหรือไม่จริง เหตุสลายชุมนุมของเรา พี่น้องที่ไปมุงก็ถูกจับไปด้วย อยู่ๆก็เผาอาคารเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าพวกเราเลวร้าย ทุกสิ่งทุกอย่างความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แย่งชิงกันบนท่ามกลางความเจ็บปวดของประชาชน และประเทศ" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คดีอากงไม่ควรจะเกิด เพราะกระบวนการยุติธรรมเสียหาย คิดไม่เป็น ก็เลยคิดว่าสิ่งเหล่านี้เลวร้ายและใช้กระบวนการยุติธรรมที่เกินกว่าเหตุ กลัวกันไปหมด "ผมเคยถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างน้อยก็เกือบ 6 ปี ผมรู้และมั่นใจว่าเรื่องคดีอากงนี้ไม่ทรงสบายพระทัยแน่นอน เป็นคดีที่ผมไม่เรียกว่า เจ้านายของเราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะเจ้านายของเราไม่เคยชอบเรื่องนี้เลย หลายครั้งที่ผมเคยเสนอมาตรา 112 กับนักวิชาการ ยังทรงรับสั่งว่าอย่าไปยุ่งเลย" "เพราะฉะนั้นไม่ทรงติดพระทัยในเรื่องเหล่านี้เลย แต่ความที่คนคิดไม่เป็น มีหน้าที่ก็กลัว กับต้องการแสดงโชว์ให้รู้ว่าข้าเต็มที่ มันเลยเป็นสิ่งที่เรื่องไม่น่าเกิดก็เกิด สิ่งเหล่านี้จะเกิดอีกนาน ถ้าความปรองดองในชาติไม่จบ" "แน่นอนวันนี้พี่น้องกำลังถามว่า 91 ศพ เราเป็นรัฐบาลทำไมถึงช้ากว่าตอนเป็นฝ่ายค้าน มันต่างกัน ในขณะที่เราเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลดูเหมือนเป็นประชาธิปไตยแต่จริงๆคือเผด็จการ เพราะมีกระบวนการรองรับ ทำให้สามารถทำอะไรในสิ่งที่ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรมได้ จึงทำอะไรก็ได้ จะตัดสินอย่างไรก็จะฟ้องคดีอะไรก็ได้ ตรงนี้คือสิ่งที่ทำลายประเทศไทย ทำลายประชาธิปไตย แต่พอเรามาเป็นรัฐบาล เป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเราจะต้องอาศัยหลักนิติธรรมอย่างชัดเจน อาศัยกระบวนการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องใช้เวลา ทราบว่าเรื่องนี้อยู่ขั้นไต่สวนมูลฟ้อง และเรื่องนี้ต้องอดทนและใจเย็น ฝ่ายประชาธิปไตยต้องอดทนต่อกติกาที่จะให้ความเป็นธรรมแก่คน" "พี่น้องใจเย็นๆลองดูสิว่า ประธานาธิบดีไลบีเรียขึ้นศาลโลกวันนี้คดีเกี่ยวกับฆ่าคนเป็นอาชญากรสงคราม ก็ใช้เวลาหลายสิบปี ตอนนี้อยู่บนศาลโลก อดีตผบ.ทบ.ของบอสเนียก็ขึ้นศาลโลกอยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้นคนทำผิดก็ต้องรับผิด แต่กระบวนการให้ความเป็ธรรมต้องใช้เวลาต้องอดทน" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ถามว่าเราทะเลาะกันมานานหรือยัง ถามว่าใครได้ประโยชน์ ถามว่าใครเสียประโยชน์ ที่แน่ๆเราทำลายประเทศไทยเยอะ ทำลายระบบทุกอย่างที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้้ถ้าเรายังปล่อยสิ่งเหล่านี้ต่อไปลูกหลานเราจะหมดโอกาส เพราะโลกมีการแข่งขันสูง และทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่ได้ง่ายดายที่จะทำมาหากิน การเรียน การศึกษา การรักษาพยาบาลทั้งหลายมันต้องพัฒนาทุกวัน แต่ความขัดแย้งมันชะลอสิ่งเหล่านี้หมด ถามว่าถ้าวันนี้เราเลิกทิฐิหันหน้าเข้าหากัน รักษาสถาบันทุกฝ่ายไว้ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเคยกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวว่า ฝ่าพระบาทต้องทรงพระเจริญอายุมากหลายพรรษา เพราะวันนี้ประเทศไทย คนไทยไม่ค่อยเคารพซึ่งกันและกันในกติกา ดังนั้นสถาบันกษัตริย์คือศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ เราจึงต้องรักษาสถาบันไว้ ถึงจะเป็นสิ่งที่เราจะเลิกทะเลาะกัน เราเลิกทะเลาะกันหันหน้าเข้าหากันแล้ว ผมมั่นใจบ้านเมืองจะไปได้ดี ลูกหลานไปได้ดี ถามว่าอยากปรองดองหรือไม่ ผมบอกถ้าพี่น้องไม่อยากปรองดองก็ไม่เป็นไร ผมก็อยู่เมืองนอกต่อไป ผมอยู่จนจนชินแล้ว แต่ห่วงประเทศ ผมสาบานได้ว่าตลอดเวลาคิดห่วงใยพี่น้อง คิดตลอดเวลา โดยเฉพาะพี่น้องคนยากจน คนสู้ชีวิต คนรักความยุติธรรมั้งหลาย ผมไมรู้จะตอบแทนบุญคุณอย่างไร นอกจากอยากให้ชีวิตพวกท่านดีขึ้นให้อนาคตลูกหลานท่านดี ถ้ามีการปรองดองเมื่อไหร่ ผมก็คงไได้มีโอกาสกลับไปตอบแทนบุญคุณพี่น้อง แต่ถ้าพี่น้องบอกว่าไม่ต้องตอบแทน อยู่สู้เมืองนอกต่อไป ไม่เป็นไร ผมไม่ว่าอะไร แต่พี่น้องต้องหยุดตั้งสติคิดว่าแล้วใครได้ ใครเสีย ผู้ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเขา คือผู้ที่กำลังมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นขัดแย้งต่อไป คนส่วนใหญ่ลำบาก ถามว่าความปรองดองต้องทำอะไร เราต้องค้นหาความจริงเพื่อจะได้ไม่เกิดสิ่งเหล่านี้ซ้ำซ้อนอีก จะต้องมีการชดเชยผู้ที่ได้รับความเสียหาย ผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ผู้ตาย หรือผู้ติดคุกทั้งสองฝ่ายต้องได้รับการดูแล เยียวยา ถ้าไม่ทำ ผู้ได้รับเคราะห์กรรมก็เป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อมีการเยียวยาดูแลผู้ประสบเคราะห์กรรม ค้นหาความจริง เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้บ้านเมืองเจริญลูกหลานมีอนาคต ให้คนไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น พี่น้องวันนี้เรามาถึงขั้นนี้แล้ว 2 ปี ผมจำได้ครับ เมื่อวันที่เกิดเหตุ ผมอยู่ที่ฝรั่งเศส ก็กลายเป็นผู้ก่อการร้าย ตอนครบรอบ 1 ปี ผมเลยไปรำลึกความรู้สึกแย่ๆที่ฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง มาคราวนี้ผมมาอยู่แถวเอเชีย ผมรู้หลายคนเจ็บปวด ผมรู้พวกเราไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่วันนี้เรื่องส่วนตัวต้องเก็บไว้ที่หลัง ต้องเอาเรื่องของบ้านเมือง อนาคตลูกหลานไว้ก่อนดีกว่า ผมก็คิดไม่ถึงว่าคนๆหนึ่งอย่างผมจะมีพี่น้องห่วงใยมากมายขนาดนี้ พี่น้องผมมั่นใจว่าผมก็ผูกพันและห่วงใย ผมหวังว่าการกล่าวสปีชของผมในต่างแดนครั้งนี้ เนื่องในวันครบรอบที่ระลึกถึงการสลายการชุมนี้ คงจะเป็นครั้งสุดท้าย หวังว่าบ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วเพื่อเราจะได้ไปร่วมกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และกษัตริย์ และสถาบันประชาธิปไตยของเรา พี่น้องครับวันนี้ความเข้าใจผิดกันทั้งหลายต้องยุติ ต้องหันกลับมาว่าจะสร้างชาติอนาคตลูกหลานอย่างไรมากกว่า แน่นอน การเยียวยาดูแลต้องทั่วถึง ถ้าไม่ทั่วถึงพี่น้องแกนนำเสื้อแดงจะต้องเข้าไปดูแล และมีอะไรบอกกับผม เราจะต้องดูแลเยียวยาพี่น้องที่ประสบเคราะห์กรรมจากการต่อสู้อย่างทั่วถึง เพราะการเยียวยาเป็นหัวใจสมานแผลที่จะเข้าสู่การสมานฉันท์ปรองดองเพื่อชาติและบ้านเมืองได้ วันนี้พี่น้องแกนนำ ผมขอฝาก หลายท่านมีหน้าที่การงาน หลายท่านพอมีเวลา เพราะฉะนั้นทุกท่านต้องเสียสละ ต้องไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเสื้อแดง พี่น้องที่ร่วมต่อสู้กันมาว่าใครยังตกระกำลำบากอยู่หรือไม บางคนต้องหนีคดีก็ให้มอบตัวสู้คดีต่อไป พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า วันนี้เราเป็นรัฐบาลอย่างน้อยความเป็นธรรม ก็ดีกว่าตอนเราเป็นฝ่ายค้านแน่นอน แม้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างนอกเหนือการควบคุม แต่มีกติกาเราเป็นนักประชาธิปไตย ผู้เรียกร้องหาความยุติธรรม ขอฝากแกนนำเสื้อแดงด้วย เชื่อผมเถอะพี่น้องครับ ผมผ่านชีวิตมาหลายขั้นตอนตั้งแต่ชีวิตเป็นคนบ้านนอก ชีวิตต้องต่อสู้มาจนถึงเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดจนมาถึงต้องมาลี้ภัยต่างแดน จากคนมาเป็นนายกฯ ต้องถูกกล่าวหาแบบทุเรศๆ ถูกกลั่นแกล้งทุกอย่าง ถูกตามไล่ล่าในต่างประเทศ ผมก็ยังเฉยๆครับพี่น้อง ผมถือว่า มันอาจจะเป็นกรรมของชาติที่แล้วที่อาจไปทำกรรมกับใครไว้ เพราะฉะนั้นเรามองไปข้างหน้า อย่ามัวพะวงในสิ่งที่ไม่สามารถทำให้มันดีขึ้นได้ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ยอมแพ้หรือให้เลิกต่อสู้ พี่น้องครับตราบใดบ้านเมืองต้องการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย และความยุติธรรมผมจะเรียกร้องให้พี่น้องร่วมกันต่อสู้ แต่วันนี้เรากำลังเป็นรัฐบาล เรากำลังคืนความยุติธรรมทั้งหมดให้พี่น้องทุกฝ่าย เรากำลังจะขอว่าเราจะเป็นรัฐบาลที่ดีสร้างอนาคตให้ประชาชน ให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรี ดังนั้นเราต้องผนึกกำลังกันมากกว่าจะยืนยันว่าเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง เพราะเราคนไทยด้วยกัน พี่น้องผมตระหนักดีถึงทุกปัญหาที่เกิดขึ้น บางอย่างผมอาจพูดได้ บางอย่างไม่ได้พูดหรือพูดยังไม่ได้ แต่ขอให้รู้ว่าหัวใจผมผูกพันกับพี่น้องและประเทศ ผมเป็นคนกตัญญู สิ่งที่พี่น้องทำกับผมทุกวันนี้ ถือว่าผมต้องทำหน้าที่กตัญญูต่อพี่น้อง พี่น้องถามว่ายอมแพ้หรือ ไม่มีครับ ผมตายผมยังไม่รู้ว่าแพ้คืออะไร เพราะถ้าเราไม่ยอมแพ้คือไม่แพ้ครับ เพราะการต่อสู้ต้องต่อสู้ไปอีกยาวนาน แต่ว่าวันนี้เราไม่มีว่าแพ้ไม่มีคำว่าชนะ แต่เรากำลังบอกว่าเราอยากเห็นประเทศไทยเป็นฝ่ายชนะ เราอยากเห็นความร่วมมือเพื่ออนาคตลูกหลานเรา พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลกำลังมองแต่เรื่องอนาคตประเทศ อนาคตลูกหลาน วันนี้จึงขอความเข้าใจและเสียสละจากพี่น้องคนเสื้อแดงว่า วันนี้ผมก็เสื้อแดงเหมือนท่าน ผมก็มีหัวใจรักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมเหมือนท่าน ผมคือผู้ที่ถูกกระชากจากเวทีประชาธิปไตย ผมคือผู้ที่เป็นเหยื่อของการชิงดีชิงเด่น ใส่ร้ายป้ายสีสารพัดอย่าง ถูกยัดข้อหา ต้องพลัดพรากจากลูกเมียบ้านเกิด แต่ผมคิดว่ามันไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับประเทศชาติและอนาคตลูกหลานของเรา วันนี้เราต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว มองให้ประเทศ มองให้ลูกหลาน เราจะสู้ต่อไปหรือหันหน้าเข้าหากัน โดยยอมให้รัฐบาล หรือแกนนำทั้งหลายได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต่อประเทศไทย พี่น้องทำมาเยอะแล้ว แต่เมื่อทำมาจุดหนึ่ง เหมือนผมจะข้ามฝั่งพี่น้องแจวเรือพาผมข้ามฝั่ง มาถึงฝั่งผมต้องเดินต่อขึ้นภูเขา พี่น้องจะแบกเรือขึ้นภูเขาทำไม ถึงเวลาที่ผมจะนั่งรถขึ้นภูเขาแต่ผมไม่เคยลืมคนขับเรือมาส่งผม เหตุการณ์มันเปลี่ยนพัฒนาการมันเปลี่ยน หวังว่าพี่น้องจะเข้าใจว่าวันนี้เราได้ทำหน้าที่มาสุดทาง แต่ไม่ได้หมายถึงเลิกล้มหน้าที่ แต่ดูว่าใครเบี้ยว กระชากประชาธิปไตย ใครมาทำไม่เป็นธรรมอีก ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะยังมีคนในกระบวนการยุติธรรมคิดไม่เป็น ไม่รักษากติกา พี่น้องเรายังตองติดตามต่อไป แน่นอน พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเพื่อไทยคือเอาประชาธิปไตย ความยุติธรรมกลับคืนพี่น้องให้เร็วที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ภารกิจของเราต่อไปคือภารกิจต้องติดตามความไม่ยุติธรรมวันนี้ให้เกิดความยุติธรรมให้ได้ ติดตามให้เกิดประชาธิปไตยในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้องหน้าที่รัฐบาล แกนนำเสื้อแดง ต้องติดตามเยียวยาพี่น้องและรัฐบาลต้องตอบแทนบุญคุณพี่น้องทำให้อยู่ดีกินดี เมื่อวันที่ประเทศไทยเราหันมาปรองดองเดินหน้าไปด้วยกันแล้ว วันนั้นผมบอกได้เลยว่าประเทศไทยจะเจริญกาวหน้ามหาศาล เรามีศักยภาพมากแต่เรากดตัวเองไว้ จากความบาดหมางเรื่องไมเป็นเรื่องย้อนกลับไปแล้ว ผมอยากจะเรียกว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อน ปัญญาอ่อนอย่างไร ค่อยคุยกัน พี่น้องหลายคนอาจจะโกรธผมบ้าง เพราะไม่เข้าใจ อาจจะโกรธแค้นอยู่ พี่น้องกลับไปทบทวนให้ดี และจะรู้ว่าผมผ่านสิ่งเหล่านี้มาเยอะ และทำงานถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาทมา ผมรู้อะไรเป็นอะไรดี เพราะฉะนั้นผมเข้าใจเรื่องดีที่สุด อย่างที่บอก ผมพูดได้บ้างไม่ได้บ้าง ยังไม่ได้พูดบ้าง แต่ผมทำทุกอย่างด้วยความรักห่วงใยในประชาชน ถ้าพี่น้องมั่นใจในตัวผมมันจะนำไปสิ่งที่ถูกต้อง อาจไม่พอใจวันนี้บางคน แต่ในที่สุดทุกฝ่ายจะพอใจว่าสิ่งที่ผมคิดไม่ได้เห็นแก่ตัว ผมคิดประเทศไทยภาพรวมต้องได้รับการแก้ไขในสิ่งที่ถูกต้อง ขอให้พี่น้องเข้าใจความปรารถนาดีของผม ความกตัญญูที่ผมมีต่อพี่น้อง สิ่งที่พี่น้องได้แสดงออกมา 6 ปี นี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของประทศไทยว่าพี่น้องคนไทยเป็นผู้มีอุดมการณ์เสียสละ เข้าใจ เห็นใจ และจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่พี่น้องครับผมก็มีภารกิจทำงานรับใช้ประเทศไทยอยู่ต่างประเทศ ผมติดตามข่าวสารตลอด ประเมินสถานการณ์ตลอด และห่วงใยตลอด ขอวางใจได้ว่าสิ่งที่พี่น้องให้การสนับสนุนผมมาไม่สูญเปล่าแน่นอน วันนี้ผมขออีกครั้งหนึ่ง ว่าบ้านเมืองหมดเวลาทะเลาะกันอย่างนี้อีกแล้ว ถึงเวลาหันหน้าเข้าหากัน ลืมอดีตมองไปข้างหน้า แต่ศึกษาอดีตเพื่อเป็นแนวทางอย่าให้เกิดสิ่งเหล่านี้อีกเลย คนไหนกำลังมีประโยชน์จากความขัดแย้ง ต้องปล่อยวางได้แล้ว พอแล้วให้บ้านเมืองกลับมาอยู่ที่เดิม จะได้เริ่มต้นกันใหม่ ขออภัยสำหรับคนที่ยังไม่พอใจในสิ่งที่ผมพูด แต่ผมจำเป็นต้องพูดอย่างตรงไปตรงมากับพี่น้อง ในเมื่อผมเป็นผู้นำหลายด้าน วันนี้คิดอะไรก็ต้องบอกพี่น้องตรงๆ หลายคนพอใจหลายคนไม่พอใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมทำด้วยความปรารถนาดี มองภาพรวมมากกว่าปัจเจกบุคคล ดังนั้นถ้าผมทำอะไรผมคิดภาพรวมทั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจของประเทศหลังน้ำท่วมน่าจะดีขึ้น วันนี้หลายเรื่องกำลังจะเข้ามา ผมเชื่อว่าครึ่งปีหลังทุกอย่างจะเริ่มคลี่คลายขึ้นเยอะ ของแพงพยายามควบคุมกันเต็มที่อยู่ พีน้องมีอะไรโทรแจ้งแกนนำเราได้ แกนนำเสื้อแดงหลายคนก็อยู่ในสภา ขอบคุณอีกครั้งสำหรับน้ำใจทุกอย่าง และเสียใจกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด ผมยังติดตามและให้มั่นใจการเยียวยาทั่วถึง เสียใจอีกครั้งกับผู้สูญเสีย ขอให้การสูญเสียเป็นการเสียสละเพื่อประเทศชาติของเรา | |
http://redusala.blogspot.com | |
วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ดาบ “อธรรม” ประหารจตุพร ? | |
สอาด จันทร์ดี.... เขียน ดาบ “อธรรม” ประหารจตุพร ?! พ่อแม่พี่น้อง เห็นกับตา (อีกแล้ว) ว่าประเทศไทยเป็นประเทศล้าหลังทางความยุติธรรมซ้ำซากไม่รู้จักจบสิ้น มันมีความเป็นไปได้ที่จะซ้ำซาก ยอดแย่อย่างนี้ไปอีกนาน ตราบใดที่พวก “อำมาตย์เผด็จการ” ยังมีอิทธิพลอยู่เหนือศาลเช่นนี้ ท่านครับ ประวัติศาสตร์ได้จารึกเอาไว้แล้ว ใครจะไปเขียนแบบไหนก็ช่างมัน แต่สำหรับคนเสื้อแดง พากันจดจำว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิพากษาชี้ขาด 7 ต่อ 1 ให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ (คุณตู่)ด้วยภาพที่เจ็บปวดอย่างไม่มีวันลืม คนเสื้อแดงสะอื้นในหัวอก เสียใจกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยสุดที่จะบรรยาย คิดดูเอาเถิด ...นายจตุพรดิ้นรน อยากไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 แต่คุกไม่ยอมให้ประกันตัว เมื่อดิ้นรนไม่สำเร็จ ก็ยังได้ให้ทนายความไปยื่นหนังสือแก่ กกต. แจ้งความเอาไว้ก่อนว่าตนไม่สามารถออกไปใช้สิทธิด้วยเหตุข้อขัดข้องเรือนจำไม่ยินยอม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ดิ้นรนที่จะไปใช้สิทธิทั้งๆที่อยู่ในคุก หัวใจของ “นายจตุพร พรหมพันธุ์” หวงแหนในสิทธิของตนอย่างยิ่ง พิจารณาตามเหตุและผลที่เกิดขึ้น ถือได้ว่านายจตุพร “ไม่มีความผิด” แต่หลังจากการลงมติจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 1 กลายเป็นว่านายจตุพรมีความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องขาดจากการเป็น ส.ส. อันเป็นการ “พิพากษา” ชี้ขาด แบบเด็ดขาด คล้ายกับว่าหัวใจของนายจตุพร ไม่รักประชาธิปไตยจริง จึงไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ! ในที่สุดเกิดเหตุเศร้าใจในวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ย้ำให้เห็นกากเดนเผด็จการอย่างแจ้งชัด อันอาจจะทำให้กระบวนการ “ศาล” ในประเทศไทย กลายเป็นขี้ปากของชาวโลกเพิ่มขึ้นอีก จนกลายเป็นการเพิ่มแล้วเพิ่มเล่า ท่วมทับดำว่าศาลของประเทศไทย...ให้มัวหมองในสายตาของชาวโลก ข้าแต่ศาลที่เคารพ...เกล้าฯ นายสอาด จันทร์ดี อยากเห็นศาลในประเทศไทยเป็นของชาติที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ทุกหยาดหยด อยากเห็นศาลเป็นที่พึ่งของประชาชน แต่การที่เกิดเหตุร้ายเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 มันขัดต่อหลักการและเหตุผลที่จะทำให้ประชาชนคิดว่าพึ่งศาลไม่ได้ ศาลพลาดหรือเปล่าที่ไม่นำสืบพยานว่าเหตุไรนายจตุพร พรหมพันธุ์ จึงไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งถ้าสืบให้ชัดก็จะรู้ว่า เรือนจำ (คุก) ต่างหากเล่าที่เป็นผู้กักขังหน่วงเหนี่ยว ต้องเอาผู้บัญชาการเรือนจำเข้าคุกจึงจะถูกต้อง (ใช่ไหมครับ) ? ทั้งนี้ก็เพราะข้อเท็จจริงนั้น ถ้าจะสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยให้เจริญก็จะต้องจัดกองกำลัง ขึ้นมา 1 กอง ล่ามโซ่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ควบคุมตัวไปใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้ง เมื่อหย่อนบัตรแล้ว เสร็จภายใน 5 นาทีก็ให้รีบเอาตัวกลับเข้าคุก....ถ้าทำอย่างนี้แล้วละก็ มันสุดแต่จะสดชื่น แต่คุกไม่ยอมกระดิกเลย...คุกเอาแต่ขังและควบคุมตัว แล้วจะให้นายจตุพร พรหมพันธ์ ไปใช้สิทธิได้อย่างไร ?! ท่านครับ ที่ผมเขียนออกมานี้นะ ไม่ได้คิดถึงประเด็นของ กกต. อะไรเลย ผมเขียนถึงประเด็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพียงประเด็นเดียว กล่าวคือถ้านำสืบด้วยหัวใจยุติธรรม จะได้พบ “คนผิด” ตัวจริง คือ เรือนจำ และคนอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวนหนึ่ง เรื่องที่ผมเขียนนี้นะครับ...ผมไม่ได้มีหัวใจคิดชั่วช้าต่อระบบศาล แต่ที่กล้าเขียนก็เพราะหัวใจอยากแคะผงออกจากตาของศาล อยากช่วยศาลให้ได้พบกับทางออกที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพื่อที่จะทำให้ศาลเป็นเป็นที่พึ่งของประชาชนมากกว่าที่จะดักดานอยู่กับความผิดพลาด ขอให้ศาลคิดดูภาพเก่าๆนับแต่การสั่งยุบพรรคไทยรักไทย เลยมาถึงการพิพากษาคดีนายสมัคร สุนทรเวช และเลยมาถึงการสั่งยุบพรรคพลังประชาชน รวมไปถึงการปล่อยให้คดีหมดอายุความ จนไม่สามารถสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ ภาพของการพิพากษาเอาผิดกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ล้วนแต่เป็นภาพที่ “คาตา” ประชาชนทั้งสิ้น สุดท้ายมาถึงคดีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่เกิดขึ้น ณ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกคนต้องยอมรับ เพราะถือว่าการพิพากษาของศาลเป็นที่สุด...ไม่มีผู้ใดคัดค้านได้ ถูกต้องครับ...คัดค้านไม่ได้ เพราะเป็นศาลเดียว ถ้าเป็นระบบ 3 ศาล ก็ยังพอมีโอกาสได้พึ่งบารมีศาลถึง 3 ศาล เพื่อจะนำสืบให้ถึงที่สุดว่าใครคือตัวการทำให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพจากการเป็นผู้แทนราษฎร ข้าแต่ศาลที่เคารพ...เป็นเพราะศาลรัฐธรรมนูญ เป็นศาลเดี่ยว ครั้งเดียวจบ จึงกลายเป็นดาบประหารที่ร้อนฉ่า น่าหวาดเสียว ประชาชนที่เคยรักศาลก็จะพากัน “ผิดหวัง” และยังจะพากันคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด จนกลายเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ ผมอยากบอกกับศาลรัฐธรรมนูญว่า ประชาชนฉลาดทั้งแผ่นดินแล้วครับ...อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่าทำเอาหูไปนาไปไร่ อย่าคิดว่าข้อเขียนนี้เป็นภัยต่อความมั่นคง แต่ขอให้เข้าใจเอาไว้เถิดว่า การตัดสินที่ผิดพลาดของศาล ได้ทำลายความมั่นคงของประเทศ อย่างร้ายแรงที่สุด?! โปรดอย่าลืมว่ามีคนตะโกนก้อง ขอให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ จงเจริญ ! คนเสื้อแดงมากมายมหาศาล สดุดีดวงวิญญาณ 91 ศพ ในวาระครบรอบ 2 ปี (เ9 พฤษภาคม 2555) หลั่งไหลมาชุมนุมที่ราชประสงค์ โดยมีภาพของแกนนำและนายจตุพร พรหมพันธุ์ ยืนอยู่ข้างหน้า ศาลมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องเข้าใจเรื่องนี้มิใช่หรือครับ ?! “สอาด จันทร์ดี “ 19 พฤษภาคม 2555 | |
http://redusala.blogspot.com | |
รายนามวีรชนคนกล้า ครบรอบ 2 ปี | |
สอาด จันทร์ดี... นำเสนอ รายนามวีรชนคนกล้า ครบรอบ 2 ปี รอคอยมาแรมปี ยังไม่มีหนทางรู้ ใครคือหมู...ใครคือหมา สั่งฆ่าเจ้า เจ้าจะไม่ตายฟรีพี่น้องเรา วิญญาณเจ้าจงสถิต สรวงสวรรค์ บทกวีของ... “กวีวีรชน” กราบท่านผู้อ่านที่เคารพ ถ้าวันที่ 10 เมษายน 2553 หยุดลงแค่นั้น ความตายก็จะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าทุกคนช่วยกันระงับเหตุเหมือนที่เคยระงับเหตุร้ายได้ในปี 2535 อันเป็นประวัติศาสตร์ที่จำได้ดีว่าสงครามระหว่างพลเอก สุจินดา คราประยูร กับ พลตรี จำลอง ศรีเมือง ยุติลงได้อย่างง่ายดาย แล้วเหตุไรจึงไม่เอาตัวอย่างอันแสนดีในครั้งมาใช้ เป็นเพราะไม่ยอมใช้บทเรียนอันมีค่านี้แล จึงทำให้เกิดการสังหารโหดตั้งแต่ราชดำเนินมาจนถึงราชประสงค์ และเลยเถิดไปถึงวัดปทุมวนาราม จนในที่สุดมันก็ได้กลายเป็นการ “ตอกลิ่ม” ประชาชนให้จดจำบรรยากาศคล้าย “นรกขุมใหญ่” ในท่ามกลางการถามหาว่าเมื่อไหร่จะเอาคนที่สั่งฆ่าขึ้นสู่ศาลได้ สำเร็จ หรือว่าจะปล่อยให้ “จอมโหด” ลอยนวล ในระหว่างการรอคอย...ผมขอเสนอรายชื่อวีรชนคนกล้าอีกครั้งหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ภาคที่ 1 (ข้อมูลจากไทยอีนิวส์และประชาไท) : BBC เสนอรายงานข่าวครบ 1 ปี 19 พฤษภา 53 ในคลิปนี้จะเห็นผู้ชุมนุมถูกยิงร่วงต่อหน้าต่อตาสหายของเขา ส่วนคลิปด้านล่าง RED USAจัดทำเพื่อสาปแช่งคนที่สั่งยิง ซึ่งจนบัดนี้ยังคงเป็นปริศนาว่าหมายถึงใคร โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์ : 19 พฤษภาคม 2555 หลังจากที่ได้นำเสนอข่าวนี้ไปเมื่อ 19 พฤษภาคม 2554 ทีมข่าวไทยอีนิวส์ ขอนำเสนอรายชื่อของผู้เสียชีวิตในการปราบปรามประชาชนระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 อีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมเตือนความจำถึงการปราบปรามประชาชนกลางท้องถนนท่ามกลางสายตาสื่อ นานาชาติและประชาชนชาวไทยจำนวน มาก ล้วนแต่ได้เห็นด้วยตาของตนเอง พร้อมกับขอร่วมแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่งกับครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกคน ที่ได้พยายามทวงถามความยุติธรรมมาตลอดสองปีที่ผ่านมา โดยที่ได้รัฐบาลที่คนเสื้อแดงเลือกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้สังหารประชาชนมาลงโทษได้จนบัดนี้ รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่สี่แยกคอกวัว ณ วันที่ 10 เมษายน 2553 พลเรือน 1. นาย สวาท วงงาม, 43 ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย 2. นาย ธวัฒนะชัย กลัดสุข, 36 ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง 3.นาย ทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง 4. นายจรูญ ฉายแม้น, 46 ถูกยิงอกขวากระสุนฝังใน 5. นายวสันต์ ภู่ทอง, 39 ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า 6. นายสยาม วัฒนนุกุล, 53 ถูกยิงอก ทะลุหลัง 7. นายมนต์ชัย แซ่จอง, 54 ระบบหายใจล้มเหลวจากโรคถุงลมโป่งพอง เสียชีวิตที่รพ. 8. นายอำพน ตติยรัตน์, 26 ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า 9.นาย ยุทธนา ทองเจริญพูลพร อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า 10. นายไพรศล ทิพย์ลม, 37 ถูกยิงศีรษะด้านหน้า ทะลุท้ายทอย เสียชีวิตที่ รพ. 11. นาย เกรียงไกร ทาน้อย, 24 ถูกยิงสะโพก กระสุนฝังในช่องท้อง เสียชีวิตที่รพ. 12. นาย คะนึง ฉัตรเท, 50 ถูกยิงอกขวา กระสุนฝังใน 13. นายนภพล เผ่าพนัส,30 ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตที่ รพ. 14. นายสมิง แตงเพชร, 49 ถูกยิงศีรษะ เสียชีวิตที่รพ. 15. นาย สมศักดิ์ แก้วสาน, 34 ถูกยิงหลัง ทะลุอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ. 16. นาย บุญธรรม ทองผุย, 40 ถูกยิงหน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน 17.นาย เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์, 29 แผลที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ. 18. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 บาดแผลเข้าสะโพกขวาตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ เสียชีวิตที่รพ. 19. นาย มานะ อาจราญ, 23 ถูกยิงศีรษะ ด้านหลังทะลุหน้า 20. นายอนันต์ สิริกุลวานณิชย์, 54 ถูกยิงเสียชีวิต นักข่าวต่างชาติ 21. Mr. Hiroyuki Muramoto อายุ 43 ปี ถูกยิงอกซ้าย เสียชีวิตก่อนถึง รพ. (ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์) ทหาร 22. พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม อายุ 43 ปี ท้ายทอยขวาฉีกขาดน่อง 2ข้างฉีกขาด เสียชีวิตที่รพ. 23. พลฯ สิงหา อ่อนทรง อกซ้ายและด้านหน้าต้นขาซ้ายฉีกขาด 24. พลฯอนุพงศ์ หอมมาลี อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ. 25. พลฯ ภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปี แผลเปิดกะโหลกท้ายทอย 26. พลฯ อนุพงษ์ เมืองร าพัน อายุ 21 ปี ทรวงอกฟกช ้า น่อง 2 ข้างฉีกขาด รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ถนนสีลม ณ วันที่ 22 เมษายน 2553 27. นางธันยนันท์ แถบทอง อายุ 50 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด เสียชีวิตถนนสีลม รายชื่อผู้เสียชีวิตที่แยกศาลาแดง วันที่ 13 พฤษภาคม2553 28.พล.ต.ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล อายุ 58 ปี ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ เสียชีวิตที่รพ. 29. นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี มีแผลเปิดบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามตั้งแต่วันที่ 14 - 19 พฤษภาคม 2553 30. นายปิยะพงษ์ กิติวงค์, 32 ถูกยิง เสียชีวิตที่สวนลุมพินี 31. นายประจวบ ศิลาพันธ์ ถูกยิง เสียชีวิตที่สวนลุมพินี 32. นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ ถูกยิง เสียชีวิตที่ศาลาแดง 33. นายอินทร์แปลง เทศวงศ์, 32 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 34. นายเสน่ห์ นิลเหลือง, 48 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 35. นายชัยยันต์ วรรณจักร, 20 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 36. นายบุญทิ้ง ปานศิลา, 25 ถูกยิงที่คอ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ (อาสาสมัครวชิระฯ) 37. นายมนูญ ท่าลาด เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง 38. นายพัน คำกลอง, 43 ถูกยิงหน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง 39. นายกิติพันธ์ ขันทอง, 26 แผลที่ชายโครง เสียชีวิตที่รพ. 40. นายสรไกร ศรีเมืองปุน, 34 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึงรพ. 41. นายชาญณรงค์ พลอยศรีลา, 32 ถูกยิงหน้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ราชปรารภ 42. นายทิพเนตร เจียมพล, 32 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 43. นายสุภชีพ จุลทัศน์, 36 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 44. นายวารินทร์ วงศ์สนิท, 28 แผลที่หน้าอกขวา เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 45. นายมานะ แสนประเสริฐศรี, 22 แผลถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.(อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง) 46. นางสาวสันธนา สรรพศรี, 32 ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง 47. นายธันวา วงศ์ศิริ, 26 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึงรพ. 48. นายอำพล ชื่นสี, 25 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 49. นายสมพันธ์ ศรีเทพ, 17 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 50. นายอุทัย อรอินทร์, 35 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 51. นายพรสวรรค์ นาคะไชย, 23 ถูกยิงหลายตำาแหน่ง เสียชีวิตที่รพ. 52. นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง, 25 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ. 53. นายประจวบ ประจวบสุข, 42 เสียชีวิตที่เจริญกรุงประชารักษ์ 54. นายเกียรติคุณ ฉัตรวีระสกุล, 25 ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 55. นายวงศกร แปลงศรี, 40 ถูกยิงที่หน้าอก เลือดออกในช่องอก เสียชีวิตที่รพ. 56. นายสมชาย พระสุวรรณ,43 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ. 57. นายสุพรรณ ทุมทอง, 49 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 58. นายเฉลียว ดีรื่นรัมย์, 27 ถูกยิงใต้ราวนมขวา เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 59. นายสุพจน์ ยะทิมา, 37 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 60. นานธนากร ปิยะผลดิเรก , 50 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 61. นายสมพาน หลวงชม, 35 ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 62. นายมูฮัมหมัด อารี(ออง ละวิน ชาวพม่า), 40 มีแผลที่หน้าอกทะลุหลัง เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ 63. นายธนโชติ ชุ่มเย็น, 34 บาดแผลกระสุนปืนทะลุไตซ้ายและเส้นเลือดใหญ่ เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ 64. นายถวิล คำมูล ,38 มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 65. นายปรัชญา แซ่โค้ว , 21 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายตับ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 66. นายนรินทร์ ศรีชมภู บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตที่รพ. 67. น.ส.วาสินี เทพปาน เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 68. นายเยื้อน โพธิ์ทองคำ, 60 แผลที่ก้น เสียชีวิต 21 พค.53 69. นายกิตติพงษ์ สมสุข, 20 ไฟใหม้ตึกเซ็นทรัลเวิร์ล พบศพวันที่ 21 พค.2553 70. นายสมัย ทัดแก้ว, 36 71. นายรพ สุขสถิตย์ 72. ชายไม่ทราบชื่อ โดนยิงขาหนีบ เสียชีวิตที่ราชปรารภ 73. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 14 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง 74. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 26 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 75. หญิงไม่ทราบชื่อ ถูกยิง เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 76. ชายไม่ทราบชื่อ มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 77. ชายไม่ทราบชื่อ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก สมองช ้า จากการถูกระแทก เสียชีวิตก่อนถึง รพ. 78. นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว, 33 จ. ขอนแก่น แผลที่หน้าอก 79. นายเพลิน วงษ์มา, 40 จ. อุดรธานี เสียชีวิตที่รพ.20 พค.53 นักข่าวต่างประเทศ 80. MR.Polenchi Fabio ( นักข่าวชาวอิตาลี ) อายุ 48 ปี ถูกยิงที่หน้าอก เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ ทหาร 81. พลทหารณรงค์ฤทธิ สาระ เสียชีวิต จุดเกิดเหตุ (เสียชีวิตจากการปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ วันที่ 28 เมษายน 2553) 82. สต.อ.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันเพ็ญ อายุ 38 ปี มีบาดแผลกระสุนปืน เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ (คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนสีลม วันที่ 7 พฤษภาคม 2553) 83. จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกด้านขวา เสียชีวิตที่รพ. (จากการปะทะที่ประตู 4 สวนลุมพินี วันที่ 8 พฤษภาคม2553) 84. จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 85. ส.อ. อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ อายุ 44 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ รายชื่อผู้เสียชีวิต 6 คนที่วัดปทุม วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 86. นายวิชัย มั่นแพ อายุ 28 ปี 87. นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 61 ปี 88. นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี 89. นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี 90. นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี 91. น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อนึ่ง ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2554 ว่ามีผู้เสียชีวิต 93 คน โดยเป็นผู้เสียชีวิตที่ต่างจังหวัดเพิ่มมาอีก 2 คน (ดูเพิ่มเติมศปช.แถลง 1 ปีความรุนแรง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้นเหตุ ยอดคนตายเพิ่มเป็น 93 ยังถูกขัง 133 คน) ผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม 19 พฤษภาคม 2553 อ้างอิงต่อจากข่าวสดออนไลน์ 2 มิถุนายน 2553 ผลตรวจ 6 ศพวัดปทุมวนาราม ถูกระดมยิงด้วยกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. ที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 หรือทาโวร์ เผยน้องเกด (กมนเกต อักฮาด) โดนเข้าไป 10 นัด รายงานข่าวเปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พ.ต.อ.น.พ.พรชัย สุธีรคุณ รอง.ผบก.นต. ได้ส่งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม จำนวน 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน โดย ระบุผลการชันสูตรว่า ศพที่ 1 ผู้ตายชื่อ นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี โดยระบุผู้ตายมีบาดแผลบริเวณผิวหนังทะลุบริเวณต้นแขนขวาด้านนอก บาดแผลผิวหนังทะลุต้นแขนขวา และบาดแผลบริเวณทรวงอกด้านขวา สันนิษฐานว่ากระสุนทะลุปอดขวา กะบังลม ตับ ไตขวา ขั้วยึด ลำไส้ พบเศษทองแดง 2 ชิ้น บริเวณขั้นยึดลำไส้ ทิศทางจากขวาไปซ้าย หน้าไปหลัง และบนลงล่าง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอดตับ ศพที่ 2 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี มีบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณหลังด้านซ้าย บาด แผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้ายส่วนบน กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่ 3 ทะลุปอดซ้าย ทิศทางจากหลังไปหน้าแนวตรง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอด ศพที่ 3 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี พบบาดแผลฉีกขาดตื้นๆ รูวงกลมบริเวณต้นแขนซ้าย 2 แห่ง พบบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้าย กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านหน้าซี่ที่ 2-3 กระดูกกลางอก ทะลุปอดซ้าย หัว ใจ ปอดขวา กะบังลม ตับ พบเศษทองแดงในเสื้อ เศษตะกั่วเล็กๆ ในหัวใจและปอด ทิศทางจากซ้ายไปขวา หน้าไปหลัง และบนลงล่าง สาเหตุการตาย กระสุนทำลายหัวใจ ปอด ตับ ถูกยิง ที่หัว-หน้าทะลุหัวใจ ศพที่ 4 นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี มีบาด แผลทะลุผิวหนังถึง 9 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระสุนทะลุซี่โครงซี่ที่ 2 ด้านซ้าย ทะลุปอดซ้าย ทะลุเยื่อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด พบโลหะคล้ายหัวกระสุนปืนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างอยู่ที่เนื้อชายโครงด้านขวา ไม่ทะลุออกทิศ ทางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง หลังไปหน้าเล็กน้อย สาเหตุการตาย ปอดคั่งเลือดทั่วไป กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด ตับคั่งเลือด เสียโลหิตเป็นจำนวนมาก ศพที่ 5 นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี ตรวจพบบาดแผลทะลุผิวหนังจำนวน 7 แห่ง พบรอยช้ำใต้หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยด้านซ้าย สมองพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก กระ สุนทะลุกระดูกกรามด้านขวาหัก กระดูกโหนกแก้มขวาแตก พบเศษตะกั่วในช่องปากและฐานกะโหลกศีรษะ และพบเศษตะกั่วบริเวณกระดูกก้นกบ สาเหตุการตายถูกยิง 2 นัด ระยะเกินมือเอื้อม เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก เนื้อสมองช้ำ จากการถูกแรงกระแทก (กระสุนทะลุช่องปาก) ส่วน ศพที่ 6 เป็นหญิงชื่อ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พบว่ามีบาดแผลถูกยิงทะลุผิวหนังมากถึง 10 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระ สุนถูกเข้าที่หลังผ่านขึ้นด้านบนผ่านแนวลำคอหลังทะลุผ่านกะโหลกศีรษะซีกซ้าย ทะลุสมองน้อยและสมองใหญ่ พบชิ้นส่วนโลหะคล้ายหัวกระสุนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างที่กะโหลกด้านขวา ทิศทางจากล่างขึ้นบน หลังไปหน้า ขวาไปซ้ายเล็กน้อย ลักษณะหมอบลงกับพื้น หน้าหันลงพื้นดิน บาดแผลที่ 2-4 ถูกยิงเข้าบริเวณอก บาดแผลที่ 5-10 ถูกยิงบริเวณแขนและขา ลักษณะถูกระดมยิง สาเหตุการตายกระสุนทะลุหลังเข้าไปทำลายสมอง ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกยิงจากบนลงล่างหรือไม่ แต่จากการสันนิษฐานเชื่อว่า น.ส.กมนเกดหมอบหน้าแนบพื้น ถูกระดมยิง จากด้านหลัง ซึ่งการตรวจสอบที่แน่ชัดต้องมีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย เพราะการจำลองใช้เลเซอร์มาวางแนววิถีกระสุนก็ทำไม่ได้ในกรณีนี้ เนื่องจากหัวกระสุนไปถูกกระดูกและกระดอนไปมาทำให้ร่างกายเสียหายมากจนไม่ สามารถจำลองแนวการยิงได้อย่างแน่ชัด ส่วนการตรวจที่เกิดเหตุ กลุ่มงานตรวจอาวุธ และเครื่องกระสุนกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้รับของกลางจากผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพ ภายในวัดปทุมวนาราม พบเศษของลูกกระสุนปืนเล็ก (ทองแดง) ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 5 ชิ้น เศษรองลูกกระสุนปืน (ทองแดง) ไม่สามารถระบุขนาดได้จำนวน 3 ชิ้น พบเศษตะกั่วทรงกลมไม่สามารถระบุได้จำนวน 3 ชิ้น ความเห็นผู้เชี่ยว ชาญ ของกลางที่พบเป็นเครื่องกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 ม.ม.และเป็นเครื่องกระสุนแบบที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และ เป็นกระสุนปืนที่สามารถยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้สำเร็จ (สบ 4) กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ที่มา สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)รายงานรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ตั้งแต่ 10 เม.ย.- 19 พ.ค.2553 รวม 89 ราย บาดเจ็บ 1,855 คนข่าวสดออนไลน์ 2 มิถุนายน 2553 ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และ กลุ่มมรสุมชายขอบ, ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ข่าวที่เกี่ยวข้อง เช็กบัญชีมือฆ่าหมู่10เมษา-19พฤษภา ใครเป็นมือสไนเปอร์ ใครเหี้ยมสังหารหมู่วัดปทุม ใครเผาCTW? ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ขอสดุดีวีรชน โดยคุณเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ ภาค 2 : อีกนานไหม ? กฎหมายจึงจะเอาโทษคนสั่งฆ่าประชาชนได้สำเร็จ ? มีคำถามด้วยความกระวนกระวายใจว่าอีกนานไหม กฎหมายไทยจึงจะสามารถเอาผิดคนสั่งฆ่าได้หนอ...มันช่างยืดเยื้อและยาวนานเหลือเกิน ? สิ่งที่ทำให้เกิดคำถามก็คือ พวกเขา (คนสั่งฆ่า) ยังคงลอยหน้าลอยตา พูดประชดประชันพรรคเพื่อไทยอย่างเหิมเกริม แม้แต่คนในพรรคเพื่อไทยด้วยกันแท้ๆ ยังบังอาจกล่าวหาคนเสื้อแดงว่า “เผาบ้านเผาเมือง” ?! คนที่บังอาจอย่างไม่น่าให้อภัย คือนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ที่ออกมา “ต่อต้าน” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นไหมครับ...คนของเราเองแท้ๆยังเป็นกับเขา ผมจึงส่งรายชื่อวีรชขนคนกล้าให้แก่พี่น้องเสื้อแดงว่า เมื่อถึงวันครบรอบการตาย ทุกคนจัดต้องไปแสดงความเคารพโดยไม่ต้องนัดหมาย...ใครไม่เอาใจใส่...ควรจะละอายตนเอง..ใช่หรือไม่ใช่ ? สอาด จันทร์ดี 19 พฤษภาคม 2555 | |
http://redusala.blogspot.com | |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)