แกนนำพันธมิตรนำผู้ชุมนุมรวมตัวหน้า BTS พญาไทต้านเสื้อแดง
แกนนำพันธมิตรฯ-ทนายพันธมิตรฯ ร่วม “เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน” นำผู้ชุมนุมรวมตัวหน้า BTS พญาไทต่อต้านการชุมนุมเสื้อแดง ออกแถลงการณ์ต้านเสื้อแดง ชี้เข้าข่ายกบฏ จี้รัฐบาลใช้กฎหมายเคร่งครัดคืนความสงบสุข ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ระหว่างชุมนุมมีการโห่ไล่คนเสื้อแดงที่สัญจรผ่านนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
เมื่อเวลา 20.00 น. ผู้ชุมนุมประมาณ 100 คนรวมตัวกันในนาม “เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน” บริเวณหน้าอาคารพญาไท เพลส ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท เพื่อต่อต้านการชุมนุมของคนเสื้อแดง
“ตามที่ได้มีการชุมนุมของคนกลุ่มเสื้อแดงในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นมานั้น โดยมีข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลยุบสภา แต่พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจาบนเวที กลับยุยงให้เกิดสงครามชนชั้น และจาบจ้วงล่วงละเมิดต่อสถาบันสูงสุด อีกทั้งยังก่อความรุนแรงทั้งใต้ดินและบนดิน จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนและใช้สิทธิเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด และมีเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นการกระทำที่เป็นกบฏภายในราชอาณาจักร” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินระบุ
โดยนายบุญเกียรติ รัตนะจากชุมชนสามเหลี่ยมดินแดง กล่าวว่าผู้ชุมนุมมาจากชุมชนสามเหลี่ยมดินแดง ชุมชนบ้านครัว ชุมชนสำเหร่ ชุมชนมหานาค ชุมชนคลองเตย และชุมชนนางเลิ้ง โดยรวมกลุ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2552 กรณีรถแก๊สที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยวันนี้นัดรวมตัวกันผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์
“เราอยากให้รัฐบาลเคลียร์ให้จบไป เราอยากรู้ว่ารัฐบาลจะมีวิธีจัดการอย่างไร รัฐบาลอ่อนเกินไป ไม่มีความเด็ดขาด หน่วยงานรัฐไม่เด็ดขาด” นายบุญเกียรติกล่าว
ระหว่างที่มีการชุมนุมนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งปราศรัยผ่านโทรโข่งได้ประกาศว่า “เราเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้านอาชีพ จิตใจ และอนาคตลูกหลานของพวกเรา ถ้าปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งใช้อำนาจโดยไม่รับกติกา กฎหมาย ชุมชนจะอยู่อย่างไร เรามากล่าวเตือน มาบอกว่ารัฐบาลต้องแสดงความเด็ดขาด ชุมชนแสดงจุดยืนเสรีภาพอย่างเต็มที่ อย่างสงบ”
“ถ้าไม่มาแสดงพลัง ก็เท่ากับยอม เราจะปล่อยให้รัฐบาลอ่อนข้อกับพวกนี้ไม่ได้”
“ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เราจะรวมตัวกันเรื่อยๆ เปิดพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้ารัฐบาลไม่มีน้ำยา เราก็จะไม่ยอม”
“เราคือผู้ที่มีจิตใจรักบ้านรักเมือง ไม่อยากให้บ้านเมืองตกอยู่ในมือของพวกป่วนบ้านป่วนเมือง นี่เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องปกป้องรัฐธรรมนูญ ปกป้องบ้านเมือง” นายสุริยันต์กล่าว
ขณะที่ระหว่างชุมนุม ผู้ชุมนุมบางส่วนกรูเข้าโห่ไล่รถกระบะของคนเสื้อแดงที่แล่นผ่านไปเป็นระยะๆ รวมทั้งมีการโต้เถียงกับคนเสื้อแดงที่ขับขี่จักรยานยนต์ผ่านมา และมีการตะโกนร้องคำว่า “ไม่ยุบสภา” “อภิสิทธิ์สู้ๆ” อีกด้วย ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่สัญจรผ่านถนนพญาไท
ระหว่างใกล้ยุติการชุมนุม นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำ ซึ่งควบคุมการชุมนุมอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์อาจบานปลายจึงได้เดินออกมาบอกให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยเวลาประมาณ 20.40 น. ผู้ชุมนุมได้สลายตัว โดยก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับยังมีการประกาศผ่านโทรโข่งว่า “ถ้ารัฐบาลยังไม่ทำอะไรอีก พรุ่งนี้เราจะมากันใหม่”
สำหรับแกนนำในวันนี้คือนายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นทนายความให้กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยมีบทบาทพาชาวบ้านชุมชนเพชรบุรีออกมาเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ส่วนนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ชาว จ.พัทลุง เคยมีตำแหน่งเป็นผู้ประสานงานพันธมิตรฯ เชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) รักษาการต่อจากนายสุริยะใส กตะศิลาที่ลาออกไปเป็นเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่
ขณะที่วันเดียวกันนี้นายสุริยะใสปฏิเสธว่าการชุมนุมต่อต้านเสื้อแดงเป็นเรื่องของประชาชนที่ไม่พอใจทำกันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับพันธมิตร
000
(รายละเอียดของแถลงการณ์)
แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน
ตามที่ได้มีการชุมนุมของคนกลุ่มเสื้อแดงในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นมานั้น โดยมีข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลยุบสภา แต่พฤติกรรมการแสดงออก การพูดจาบนเวที กลับยุยงให้เกิดสงครามชนชั้น และจาบจ้วงล่วงละเมิดต่อสถาบันสูงสุด อีกทั้งยังก่อความรุนแรงทั้งใต้ดินและบนดิน จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนและใช้สิทธิเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด และมีเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นการกระทำที่เป็นกบฏภายในราชอาณาจักร
ระดับความรุนแรงมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนคุกคามความมั่นคงแห่งรัฐ ความมั่นคงแห่งความเป็นมนุษย์ ท้าทายอำนาจรัฐ บุกรุกสถานที่ราชการ และสถานที่เอกชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ข่มขู่คุกคามการใช้ชีวิตโดยสงบสุขของประชาชน จนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
การดูความสงบสุขและความเรียบร้อยในบ้านเมืองของรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนประชาชนหมดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลว่าจะสามารถปกป้องชีวิต ทรัพย์สินและอำนวยความสุขสงบในบ้านเมืองได้
เครือข่ายพลเมืองอาสาปก ป้องแผ่นดิน จึงขอใช้สิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ในการปกป้องชีวิต ทรัพย์สินของชุมชนและสังคม โดยตัวเราเองและขอใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 70 ที่บัญญัติ "บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ นี้" และมาตรา 71 ที่บัญญัติว่า "บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย"
เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ขอเรียกร้องให้ประชาชน ชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัดได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และความสงบสุขของชุมชนและประชาชน โดยให้ดำเนินการตามความรู้ความสามารถ ตามถิ่นฐานของตัวเองและเครือข่ายพลเมืองอาสาและปกป้องแห่งดินทั่วประเทศ
เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ดำเนินการใช้อำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อคืนความสงบสุข ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ด้วยจิตคารวะ
เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน
วันที่ 9 เมษายน 2553