<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://prachatai.com">
<channel>
 <title>ประชาไท</title>
 <link>http://prachatai.com</link>
 <description />
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/prachatai" /><feedburner:info uri="prachatai" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>prachatai</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
 <title>คปอป.แจกเงินเยียวยาขัดแย้งการเมือง ล็อตแรก 522 ราย 577 ล้าน พรุ่งนี้</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/55qFx0hM7Ko/40629</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;23 พ.ค. 55 - &lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337766321&amp;amp;grpid=03&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid="&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;รายงานว่าเมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) แถลงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบเหตุการณ์ความขัดแย้งในทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายธงทองกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบชีวิตและร่างกาย มีผู้แจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือจำนวน 4,871 ราย ทางกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ติดตามเอกสารหลักฐานการแพทย์ การรักษาพยาบาลผู้ที่มีสิทธิ โดยในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.ประชาจะเป็นประธานมอบเงินเยียวยาในรอบแรก 522 ราย เป็นเงิน 577 ล้านบาท จากกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนจำนวนที่เหลือได้สอบถามทางอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ ซึ่งได้ชี้แจงว่า หากได้รับเอกสารครบก็จะรีบดำเนินการให้ทันที เพียงแต่ผู้ขอรับการเยียวยาต้องส่งเอกสารประกอบให้ครบเข้าหลักเกณฑ์ก็จะได้รับการพิจารณา ยืนยันว่าไม่มีการชักหัวคิวแน่นอน ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ อาทิ เจ้าของอาคาร ร้านค้า ทาง ปคอป.ไม่ได้ทอดทิ้ง แต่กำลังเร่งดำเนินการเยียวยาให้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;การช่วยเหลือเยียวยา 522 รายนั้น เราไม่ได้จำแนกว่าใครใส่เสื้อสีอะไร แต่เป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด เราช่วยเหลือทุกคน ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่กี่รายที่ได้รับการเยียวยาครั้งนี้ ต้องให้กรมพัฒนาสังคมฯจัดทำข้อมูลแจกจ่ายต่อไป&amp;quot; นายธงทองระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวอีก 55 ราย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะร่วมประชุมกับสภาทนายความเพื่อหาทางช่วยเหลือในการประกันตัว โดยมีข้อสรุปว่าจะมีการรวบรวมรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการยื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลยุติธรรมในครั้งที่ 3 นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมได้รับการสนับสนุนเงินจากงบกลางเพื่อใช้เป็นหลักประกันชั่วคราว จำนวน 43,840,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ การเยียวยาผู้ได้รับมีการดำเนินการกลั่นกรอง มีผู้มาลงทะเบียน 5 พันราย จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา โดยในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้จะมีการประชุมสรุปครั้งสุดท้ายเพื่อขอรับการเยียวยาและดำเนินการตามที่ ปคอป.กำหนดเพื่อจ่ายเงินอย่างรีบด่วนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/55qFx0hM7Ko" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40629#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">เหยื่อ-สถานการณ์ทางการเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%9B%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%9B">คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%A2">เงินชดเชย</category>
 <pubDate>Wed, 23 May 2012 10:08:20 +0000</pubDate>
 <dc:creator>wittayakorn</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40629 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40629</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ความเหงาที่ไม่รู้ตัวของอดัม สมิท กับฤดูที่เปลี่ยนแปลง (Economics of Loneliness)</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/jI4U-28MSrQ/40628</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;Mad Economist&lt;a href="http:// http://www.facebook.com/MadEconomist"&gt;&lt;br /&gt;
http://www.facebook.com/MadEconomist&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="500" height="455" src="/sites/default/files/u14/timeless_loneliness_by_aglayan_agac.jpg" alt="" /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="color: rgb(51, 51, 153);"&gt;ภาพจาก&lt;/span&gt;&lt;a href="http://aglayan-agac.deviantart.com/art/timeless-loneliness-59879310 "&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 51, 153);"&gt; ~aglayan-agac&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความเหงาไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะจากการสำรวจการเปลี่ยนแปลงของความเหงาพบว่าปี ค.ศ. 2010 ประชากรที่อายุมากกว่า 45 ปีมีอาการเหงาอย่างรุนแรงอยู่ถึงราว 35% ตัวเลขนี้สูงขึ้นจากปี 2000 ที่มีอยู่ราว 20% เท่านั้น (ดู Stephen Marche, 2012)&lt;a href="#1"&gt; [1] &lt;/a&gt;ความเหงากำลังเกาะกุมโลกใบนี้และก่อให้เกิดต้นทุนแก่สังคมมากมาย หลายประเทศต้องมีการลงทุนมหาศาลกับการรับมือความเหงา เช่น อเมริกาต้องมีการเพิ่มคลินิกนักจิตวิทยาจาก 2,500 แห่งและผู้ให้บริการจาก 30,000 คนทั่วประเทศช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1940 มาสู่คลินิก 77,000 แห่งและผู้ให้บริการที่ทั้งมีใบอนุญาตทางคลินิกและไม่มีรวมแล้วราว 600,000 คนในปี ค.ศ. 2010 เพื่อรองรับผู้ใช้บริการอันเนื่องมาจากความซึมเศร้าเงียบเหงาทางจิตใจที่เพิ่มขึ้น &lt;a href="#2"&gt;[2]&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี ค.ศ. 2009 EDWARD L. GLAESER ศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาด ได้เขียนบทความเรื่อง เศรษฐศาสตร์ของความเหงา (Economics of Loneliness) ลง Economix คอลัมน์ดังของ The New York Times โดยเขาได้ชี้ชวนให้เห็นว่ามีนักหลายนักในโลกนี้ที่ให้เครดิตกับความเหงา ในฐานะเป็นบ่อเกิดของประโยชน์ทางสังคมจำนวนมาก เช่น การเกิดสัญญาประชาคมของฮอบส์นั้นก็มีประเด็นพื้นฐานมาจากการที่มนุษย์ไม่ต้องการอยู่แยกกันอย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาและรุนแรงถึงตายจึงมาทำสัญญาประชาคม ที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้รัฐ ในทางกลับกัน เศรษฐศาสตร์เป็นหนึ่งในสาขาที่ปฏิเสธความดีงามของความเหงา (virtue of loneliness) เพราะนักเศรษฐศาสตร์นับตั้งแต่บิดาอย่างอดัม สมิท เชื่อในการร่วมมือกันทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อสังเกตก็คือ การร่วมมือกันทำงานโดยการแบ่งงานกันทำของสมิทซึ่งแรกเริ่มนั้นถูกมองในลักษณะ normative คือเป็นการมุ่งแนะนำว่าควรจะร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่ผลิตภาพทางการผลิตที่ดีขึ้น ได้ถูกส่งทอดต่อมาและในท้ายสุดได้กลายเป็นมุมมองแบบ positivism คือเกิดวิธีคิดที่มองไปว่า &amp;ldquo;มนุษยชาตินั้นมีธรรมชาติที่จะร่วมมือกัน - social nature of humanity&amp;rdquo; อยู่แล้ว การมองไม่เห็นว่าการร่วมมือกันทำงานตามที่สมิทได้กล่าวเอาไว้ใน The Wealth of Nations นั้นเป็นเรื่องที่ &amp;ldquo;ถูกสร้างขึ้น&amp;rdquo; แต่มองเป็นเรื่องธรรมชาตินี้ได้นำมาสู่วิธีคิดที่ปฏิเสธบทบาทของรัฐที่เป็นอำนาจสมบูรณ์แบบฮอบส์ (Hobbesian Absolutism) แต่หันไปมองรัฐในแบบเสรีนิยมแทน (เน้นรัฐเป็นเพียงคนสร้างและความคุมกติกาหลักๆ เช่น ความมั่นคงในทรัพย์เอกชน) โดย GLAESER ได้ให้ข้อสนับสนุนในบทความของเขาด้วยการอ้างงานของ John T. Cacioppo ที่ว่าการเกิดขึ้นของ &amp;ldquo;เมือง&amp;rdquo; ต่างๆ นั้นเองคือสัญลักษณ์ของธรรมชาติที่มนุษย์ต้องการจะอยู่ร่วมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ทว่า... ในความเห็นของ Mad Economist แล้วมุมมองแบบร่วมมือแบ่งงานกันทำ (collaborative specialization) อย่างที่สมิทเสนอสืบทอดมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ไม่ได้ทำให้ความเปลี่ยวเหงาหายไป หากทำให้คนในสังคมนี้เหงามากยิ่งขึ้นและเป็น &amp;ldquo;ความเหงาท่ามกลางผู้คนมากมาย (lonesome among the crowd)&amp;rdquo; เพราะแม้เราจะถูกจับมาผูกโยงสัมพันธ์กันเป็นส่วนหนึ่งของระบบอันไพศาล หากเราไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วยความสัมพันธ์ของคนต่อคน เราถูกเชื่อมร้อยกันด้วยความสัมพันธ์ทางการผลิต ความสัมพันธ์ทางการผลิตที่ว่าได้ห่างไกลจากความสัมพันธ์ทางการผลิตในสมัยก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี การร่วมมือกันทำงาน แบบแบ่งหน้าที่หรือการทำงานไม่ใช่เรื่องที่ชัดเจน และในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษยชาติ แต่อาจกล่าวได้ว่าเป็นธรรมชาติของยุคสมัย เช่น เทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้าทำให้ผลิตภาพทางการผลิตโดยเฉพาะสินค้าที่ต้องกินต้องใช้ยังต่ำ การดำนาคนเดียวอาจให้ผลผลิตไม่เพียงพอจะเลี้ยงดูครอบครัวก็ต้องไปเกณฑ์แรงงาน จากคนในชุมชนมาช่วยกันทำ การหุงหาอาหารก็ไม่สามารถที่จะทำได้โดยอัตโนมัติแต่ต้องช่วยกันหุง น้ำเดือนพัดไฟตรวจความสุกเติมฟืน เหล่านี้ต้องทำพร้อมๆ กันเกินกว่าขีดความสามารถของคนเพียงคนเดียวจะทำให้บรรลุไปได้ ดังนั้นคนจึงต้องร่วมมือกัน (แต่ย้ำว่ามันอยู่บนเงื่อนไขของเทคโนโลยีแบบหนึ่งเท่านั้นซึ่งไม่สามารถตีความ presume ได้ว่าการร่วมมือเป็นธรรมชาติของมนุษยชาติแต่อย่างไร) กิจกรรมเหล่านี้แม้จะร่วมมือแต่ก็ไม่ได้แบ่งงานกันทำในแบบที่สมิทเสนอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสมิทเสนอว่าต้องแบ่งงานกันทำ การแบ่งงานแม้จะช่วยดึงเอาคนจำนวนมากซึ่งไม่เคยสัมพันธ์กันมาผูกสัมพันธ์กัน ในทางการผลิต ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้สร้างสายสัมพันธ์ (related without relationship) เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีคนอยู่ภายในนั้น-จะมีก็แต่ปัจจัยการผลิต (inputs) เป็นความสัมพันธ์ที่เน้นขอบเขตแน่นอน (discipline) อย่างมีวัยและอย่างต่อเนื่อง (discipline) ความสัมพันธ์เช่นนี้แม้จะทำงานอยู่ข้างเคียงกันก็ยังมีความห่างไกลกัน เพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่เคยนำไปสู่จุดมุ่งหมายที่จะใช้เวลาร่วมกัน หากเป็นความมุ่งหมายที่จะบรรลุถึงผลิตภาพสูงสุดซึ่งเป็นความมุ่งหมายของ &amp;ldquo;ตลาด&amp;rdquo; นัยนี้ คนในระบบร่วมมือเพื่อแบ่งงานกันทำจึงใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแต่ห่างไกลกันในทางความรู้สึกและสมควรที่จะเหงามากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น่าสงสัยว่าข้อสมมติฐานดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ จึงลองเข้าไปดูอันดับของดัชนีความเหงา (ไม่น่าจะรัดกุมนักแต่ไม่มีข้อมูลอื่นที่ดีมากกว่าในขณะนี้ครับ) ซึ่งวัดโดยการพิจารณาว่าคนในแต่ละเมืองค้นหาคำว่า &amp;ldquo;lonely&amp;rdquo; มากน้อยเพียงใดในระบบค้นหาของ google ผลพบว่าอันดับที่ได้คือเมืองใน ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์, อินเดีย, แคนาดา, อังกฤษ และ อเมริกา เป็นเมือง (ในประเทศต่างๆ เหล่านี้) ที่มีการค้นหาความเหงามากที่สุดในโลก 10 อันดับแรกโดยทั้งหมดใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมและมีการแบ่งงานกันทำอย่างเข้มข้น แน่นอนว่ามีข้อโต้แย้งได้มากมายจากการใช้ข้อมูลข้างต้นในการวินิจฉัย ดังนั้นผมก็ไม่ขอสรุปว่าข้อมูลข้างต้นจะให้คำตอบที่รัดกุม หากก็เป็นสัญญาที่บวกต่อข้อสันนิษฐานที่ว่าการแบ่งงานกันทำและระบบทุนนิยมมีผลต่อความเหงามากกว่ากว่าที่จะสร้างให้เกิดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ป.ล. อาจถกเถียงได้ว่าประเทศที่ไม่แบ่งงานกันทำและผลิตภาพต่ำ ทำให้ยากจนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากมายนัก ทำให้ไม่ติดอันดับ แต่เราจะอธิบายอย่างไรกับการที่ไม่มีประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่มยุโรปหรือโลก อาหรับติดเข้ามาสู่รายการข้างต้นเลย?)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลพลอยได้จากการศึกษาเศรษฐศาสตร์ความเหงา ทำให้ผมสนใจต่อไปว่า การแพร่กระจายความเหงามีรูปแบบอย่างไร? มีการกล่าวกันมากว่าความเหงามีฤดูกาลของมัน โดยเฉพาะหน้าหนาวหรือฝนมักจะถูกจัดอยู่กลุ่ม &amp;ldquo;ฤดูเหงา&amp;rdquo; เป็นพิเศษ ดังนั้นเราควรจะตั้งต้นที่ว่า... หรือความเหงาความเหงาแพร่กระจายได้ในอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อน??? ผลของดัชนีความเหงาที่จัดอันดับ 10 ประเทศซึ่งมีการค้นหาความเหงามากที่สุดในโลกนั้น ให้หลักฐาน (แบบ weak มากๆ) อีกชิ้นหนึ่งนั้นก็คือในบรรดาเมืองต่างๆ มีเพียง 1 เมืองเท่านั้นที่มาจากเขตเส้นศูนย์สูตรหรือเขตร้อน นั่นคือเมืองนิวเดลี ของอินเดีย นอกนั้นอยู่ในพื้นที่เขตหนาวทั้งสิ้น การกล่าวว่าความเหงามีฤดูกาลของมัน ไม่แน่ อาจจะจริงก็เป็นได้นะครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อคลายข้อข้องใจเพิ่มเติม การสำรวจงานวิจัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ งานเรื่อง Cold and Lonely: Does Social Exclusion Literally Feel Cold? ของ Chen-Bo Zhong และ Geoffrey J. Leonardelli นั่นให้แง่มุมที่น่าสนใจทีเดียวครับ ทั้งสองชี้ว่า... แค่ได้อ่านคำเขียนที่พูดถึงการถูกทอดทิ้งการกีดกันออกไปก็นำมาสู่การรับรู้ อุณหภูมิที่เย็นลงกว่าปรกติแล้ว ดังนั้นไม่ได้แค่ความหนาวทำให้เหงา แต่งานชิ้นนี้ชี้ว่า ความเหงา(การถูกกันออกไปจากสังคม) ก็ก่อให้เกิดความหนาวได้เช่นเดียวกัน คนเหงาจึงหนาวง่ายและเมื่อหนาวก็ก่อกลับมาสร้างความเหงา กลายเป็นวัฏจักรสีหม่นๆ ที่นำไปสู่ปัญหาการใช้ความรุนแรง การฆ่าตัวตาย หรือการเฉื่อยชาต่อการทำงาน&lt;a href="http://3"&gt; [3]&lt;/a&gt; ซึ่งอาจจะนำมาสู่การขายผลิตภาพการผลิตและทำให้ถูกเร่งรัดให้แบ่งงานกันทำ หรือทำงานมากขึ้นซึ่งก็จะกลับมาทำลายความสัมพันธ์ทางสังคมและก่อให้เกิดความ เหงาที่มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากมิติทางอุณหภูมิแล้ว ความเหงายังเคลื่อนที่ผ่าน platform ของการสื่อสารเทคโนโลยีและสายสัมพันธ์ได้ด้วย งานเรื่อง Alone in the Crowd: The Structure and Spread of Loneliness in a Large Social Network ของ John T. Cacioppo และ James H. Fowler ชี้ว่า 1. ความเหงาเคลื่อนที่บนอินเทอร์เน็ตผ่านความสัมพันธ์ทางสังคมลักษณะอื่นๆ 2. ความเหงาแพร่ผ่านทางเพื่อนได้ง่ายกว่าครอบครัว และ 3. ความเหงากระจายตัวผ่านเพศหญิงได้ดีกว่าเพศชาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อการอ่านงานอย่างรัดกุม Mad Economist เสนอว่าต้องระมัดระวังในการตีความข้อสรุป เนื่องจากการที่ความเหงากระจายตัวผ่านเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย ไม่ได้หมายความว่าเพศหญิงมีความเหงามากกว่าเพศชาย ทั้งนี้เพราะฝ่ายชายซึ่งอยู่ในภาคการผลิตมากกว่าฝ่ายหญิงเผชิญกับการถูกทำให้แปลกแยกโดยความสัมพันธ์ทางการผลิตมากกว่าฝ่ายหญิงอาจจะเหงามากกว่าแต่พฤติกรรมทางสังคมไม่เอื้ออำนวยให้เพศชายปรับทุกกันในเรื่องความเหงา ความเหงาของฝ่ายชายจึงหยุดนิ่ง เป็นความเหงาที่จะจมดิ่งลงไปในความรู้สึกของตนเองนั่นอาจเป็นสาเหตุของ รายงานมากมายที่ชี้ว่า โดยทั่วไปแล้วประเทศต่างๆ เพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายมากกว่าฝ่ายหญิง &lt;a href="#4"&gt;[4] &lt;/a&gt;และการที่เพศหญิงได้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น &amp;ldquo;อาจ!!!&amp;rdquo; เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ในการทำให้เพศหญิงเริ่มมีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับฝ่ายชายก็เป็นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
เชิงอรรถเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
[0] &lt;a href="http://aglayan-agac.deviantart.com/art/timeless-loneliness-59879310 "&gt;http://aglayan-agac.deviantart.com/art/timeless-loneliness-59879310 &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
[1] &lt;a name="1"&gt;&lt;/a&gt;Stephen Marche (2012). Is Facebook Making Us Lonely? The Atlantic.&lt;br /&gt;
[2]&lt;a name="2"&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://conservativehome.blogs.com/the-deep-end/2012/04/the-economic-cost-of-loneliness.html "&gt;http://conservativehome.blogs.com/the-deep-end/2012/04/the-economic-cost-of-loneliness.html &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
[3]&lt;a name="3"&gt; &lt;/a&gt;Louise C. Hawkley, Ronald A. Thisted, &amp;amp; John T. Cacioppo (ไม่ปรากฏปี). Loneliness predicts reduced physical activity: Cross-sectional &amp;amp; longitudinal analyses. National Institute of Aging Program&lt;br /&gt;
[4] &lt;a name="4"&gt;&lt;/a&gt;KEITH HAWTON (2012). Sex and suicide Gender differences in suicidal behavior. BJPsych.&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jI4U-28MSrQ" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40628#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/mad-economist">Mad Economist</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เศรษฐศาสตร์</category>
 <pubDate>Wed, 23 May 2012 09:17:54 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40628 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40628</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>นักข่าวพลเมือง:นศ.อุบลแถลงต้านระบบว๊ากในกิจกรรมรับน้อง</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/QuYvs8Ok3bM/40626</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มแสงเสรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ออกแถลงการณ์ &amp;ldquo;ค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลาประมาณ 15.00 น. นักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มแสงเสรี ได้ออกติดแถลงการณ์ &amp;ldquo;คัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก&amp;rdquo; ตามคณะต่างๆ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรับน้องด้วยระบบนี้  ระหว่างติดแถลงการณ์ ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี มีอาจารย์เข้ามาสอบถามด้วยความห่วงใย และในขณะเดียวกันก็มีนักศึกษาบางกลุ่มมีท่าทีที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการออกแถลงการณ์ในครั้งนี้ เนื่องด้วยอยู่ในช่วงเวลาของการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการออกแถลงการณ์ ทางกลุ่มแสงเสรี จะขอเข้าพบ นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อมอบแถลงการณ์นี้ในวันที่ 23 พฤษภาคม  พ.ศ. 2555&lt;/p&gt;
&lt;div class="press-letter"&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์&lt;br /&gt;
&amp;ldquo;คัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้ากในรั้วมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ฉบับนี้ ได้รับการร่างโดยกลุ่มแสงเสรี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการก่อตั้งโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจำนวนหนึ่ง ที่มีแนวความคิดแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวความคิดที่เชื่อว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน มีความเท่าเทียมกัน อีกทั้งกลุ่มแสงเสรียังเป็นกลุ่มที่เชื่อมั่นและยึดถือในหลักการแห่ง สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค อันเป็นหัวใจของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น กลุ่มแสงเสรี จึงขอออกแถลงการณ์นี้เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยและคัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก ในแนวทางสันติวิธี และได้ใช้สิทธิอันชอบธรรมในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นดังกล่าวนี้ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่าด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พุทธศักราช 2537 หมวดที่ 2 สิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ของนักศึกษา ข้อ 7.2 โดยมีเหตุผลในการคัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ข้อ 1, 2, 3 และ 4&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 28, 29, 30, 32 และ 52&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากขัดต่อข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ว่าด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พุทธศักราช 2537 หมวดที่ 2 สิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ของนักศึกษา ข้อ7.1&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากขัดต่อหลักการแห่งสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค อันเป็นหัวใจของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากไม่ได้จัดขึ้นหรือมีขึ้น เพื่อส่งเสริมระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ในทางกลับกัน กลับส่งเสริมระบอบเผด็จการอำนาจนิยมในหมู่นักศึกษา ซึ่งระบอบเผด็จการอำนาจนิยม เป็นระบอบที่ไม่เชื่อว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน มีความเท่าเทียมกัน อาทิเช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของรุ่นน้อง ไม่เท่าเทียมกันกับรุ่นพี่ เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การประชุมเชียร์ด้วยการว้ากส่งเสริมให้นักศึกษาคุ้นชินกับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น และคุ้นชินกับการถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพจากผู้อื่น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความสามัคคีที่ได้มาจากการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก เป็นความสามัคคีที่ได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 28, 29, 30, 32, และ 52 อีกทั้งยังขัดต่อข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ว่าด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พุทธศักราช 2537 หมวดที่ 2 สิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ของนักศึกษา ข้อ7.1&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;ในการนี้      กลุ่มแสงเสรี   จึงขอออกแถลงการณ์นี้        เพื่อคัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้าก     ในรั้วมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยได้แนบรายละเอียด หลักปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ว่าด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พุทธศักราช 2537 ที่ได้อ้างอิงในแถลงการณ์ฉบับนี้ ไว้ในเอกสารแนบท้ายแถลงการณ์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteright"&gt;22 พฤษภาคม 2555&lt;br /&gt;
กลุ่มแสงเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;strong&gt; เอกสารแนบท้าย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;span style="font-size: larger;"&gt;&lt;strong&gt; แถลงการณ์ &amp;ldquo;คัดค้านการประชุมเชียร์ด้วยการว้ากในรั้วมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;1.1	มาตรา 28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ บุคคลย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวดนี้ได้โดยตรง หากการใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดมีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแห่งการใช้สิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้แล้ว ให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องนั้นเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือจากรัฐ ในการใช้สิทธิตามความในหมวดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;1.2	มาตรา 29 การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้  เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้นำมาใช้บังคับกับกฎที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วย โดยอนุโลม&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;1.3	มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้ มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;1.4	มาตรา 32 บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทำมิได้ แต่การลงโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไม่ถือว่าเป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนี้ การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามกฎหมายบัญญัติ การค้นตัวบุคคลหรือการกระทำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่มีการกระทำซึ่งกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหาย พนักงานอัยการ หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย มีสิทธิร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งระงับ&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;หรือเพิกถอนการกระทำเช่นว่านั้น รวมทั้งจะกำหนดวิธีการตามสมควรหรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;1.5	มาตรา 52 เด็กและเยาวชน มีสิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาตามศักยภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ เด็กและเยาวชน สตรีและบุคคลในครอบครัว มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐ ให้ปราศจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมทั้งมีสิทธิได้รับการบำบัดฟื้นฟูในกรณีที่มีเหตุดังกล่าว การแทรกแซงและการจำกัดสิทธิเด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อสงวนและรักษาไว้ซึ่งสถานะของครอบครัวหรือประโยชน์สูงสุดของบุคคลนั้น เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแลมีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมที่เหมาะสมจากรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.	ข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ว่าด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พุทธศักราช 2537&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;2.1	หมวดที่ 2 สิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ของนักศึกษา ข้อ 7.1 นักศึกษาย่อมมีความเสมอภาคกันและอยู่ในความคุ้มครองแห่งข้อบังคับนี้เสมอกัน ขั้นหรือระดับการศึกษาไม่ก่อให้เกิดเอกสิทธิ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;2.2	หมวดที่ 2 สิทธิ์เสรีภาพและหน้าที่ของนักศึกษา ข้อ 7.2 นักศึกษาย่อมมีเสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการชุมนุมเพื่อวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นอันก่อให้เกิดประโยชน์ โดยเปิดเผยภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.	หลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;ข้อ1&lt;br /&gt;
มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามีอิสระ เสรี เท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิ ทุกคนได้รับการประสิทธิ์ประสาทเหตุผลและมโนธรรมและควรปฏิบัติต่อกันอย่างฉันพี่น้อง&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;ข้อ2&lt;br /&gt;
บุคคลชอบที่จะมี สิทธิและเสรีภาพตามที่ระบุไว้ในปฏิญญานี้ ทั้งนี้โดยไม่มีการจำแนกความแตกต่างในเรื่องใดๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอื่นใด ชาติหรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่นใด นอกจากนี้การจำแนกข้อแตกต่าง โดยอาศัยมูลฐานแห่งสถานะทางการเมือง ทางดุลอาณาหรือทางเรื่องระหว่างประเทศของประเทศ หรือดินแดนซึ่งบุคคลสังกัดจะทำมิได้ ทั้งนี้ไม่ว่าดินแดนดังกล่าวจะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์ มิได้ปกครองตนเอง หรืออยู่ภายใต้การจำกัดแห่งอธิปไตยอื่นใด&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;ข้อ3&lt;br /&gt;
บุคคลมีสิทธิในการดำเนินชีวิตในเสรีธรรมและในความมั่นคงแห่งร่างกาย&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteindent1"&gt;ข้อ4&lt;br /&gt;
บุคคลใดจะถูกบังคับให้เป็นทาส หรืออยู่ในภาวะจำยอมใดๆมิได้ การเป็นทาสและการค้าทาสจะมีไม่ได้ทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หนังสือวิพากษ์ว้าก SOTUS โดย นายชาติสังคม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คู่มือการใช้ชีวิตนักศึกษา ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;http://arin-article.blogspot.com/2010/06/blog-post_7522.html&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QuYvs8Ok3bM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40626#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/education">การศึกษา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5">มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87">รับน้อง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81">ว๊าก</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5">อุบลราชธานี</category>
 <pubDate>Wed, 23 May 2012 08:06:47 +0000</pubDate>
 <dc:creator>postman</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40626 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40626</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>วรเจตน์ ภาคีรัตน์</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/ZJsEZx9r_LQ/40624</link>
 <description>&lt;p&gt;การเซ็นเซอร์จากรัฐแม้จะน่ากลัวก็ยังน่ากลัวน้อยกว่าการที่สื่อจงใจเซ็นเซอร์หรือจงใจไม่รายงานข่าวบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับทัศนคติของตัว ไม่ว่าจะด้วยความกลัวหรือด้วยอคติอย่างอื่น&lt;/p&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ZJsEZx9r_LQ" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <category domain="http://prachatai.com/category/7-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97">7 ปีที่มีประชาไท</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-0">วรเจตน์ ภาคีรัตน์</category>
 <pubDate>Tue, 22 May 2012 19:31:44 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40624 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/quote/2012/05/40624</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ปาฐกถา 7 ปีประชาไท - วรเจตน์ ภาคีรัตน์: สื่อคือปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/3XO92gat5Pk/40623</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ปาฐกถาในโอกาสครบรอบ 7 ปี เว็บไซต์ประชาไท ระบุสื่อคือปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน หวังให้สื่อได้เสนอข้อเท็จจริงอย่างไม่บิดเบือน ให้ข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการแสดงออกซึ่งอำนาจการเมืองของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="560" height="374" src="http://farm8.staticflickr.com/7224/7250578458_2fae5d5dd3_z.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ระหว่างกล่าวปาฐกถาหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อ..และที่ทางของเสรีภาพในสังคมไทย?&amp;rdquo; ในโอกาสครบรอบ 7 ปีเว็บไซต์ประชาไท ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ เมื่อ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา &lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาไท, 22 พ.ค. 55 - ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ปาฐกถาหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อ..และที่ทางของเสรีภาพในสังคมไทย?&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในโอกาสครบรอบ 7 ปี เว็บไซต์ประชาไท โดยวรเจตน์เริ่มต้นกล่าวว่า ในปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อมวลชนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะสื่อนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน การที่สื่อสามารถรายงานและวิเคราะห์ข่าวอย่างเสรี เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ ในรัฐที่เป็นประชาธิปไตย และสื่อจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐสภาที่เป็นองค์กรของรัฐกับประชาชน สื่อจะทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออก การใช้อำนาจของรัฐ เปิดเผยการกระทำที่ไม่ถูกต้องของบรรดาบุคคลที่เข้าไปมีอำนาจในรัฐ ซึ่งใม่ใช่แค่นักการเมือง แต่รวมถึงหน่วยงานและสถาบันที่มีบทบททางการเมืองไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม ลับหรือเปิดเผย ภารกิจดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็โดยที่สื่อเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทั้งการเงินและการเมืองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญที่ว่าการก่อตั้งเจตจำนงของประชาชนให้เป็นไปได้โดยอิสระ ต้องมีสื่อที่มีความสามารถในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีความหลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการแสดงออกซึ่งอำนาจการเมืองของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น ไม่ใช่แค่ระดับการศึกษาที่แสดงออกที่จะเป็นปัจจัยสำคัญ หากแต่เป็นความหลากหลายในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ผมเห็นต่างกับความคิดที่ว่า สังคไทยไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย เพราะสำนึกประชาธิปไตยต่างหากที่มีผล และการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายมีความสำคัญกว่าอย่างเทียบไมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์ควรค่าแก่ความพอใจแล้วหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผมได้สัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐประหาร คำตอบที่ได้คือสื่อมวลชนไทยยังไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างน่าพอใจ และเราอาจจะพบว่าสื่อมวลชนไทยมีปัญหาในการนำเสนอ ปัญหาในการควบคุมวิชาชีพสื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วรเจตน์ได้ตั้งคำถามถึงคุณค่าพื้นฐานของสื่อมวลชน โดยระบุว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยากให้สื่อมวลชนเป็นมืออาชีพ ไม่ต่างกับเวลาที่ฟังความเห็นของนักวิชาการที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ แล้วความเป็นมืออาชีพอยู่ตรงไหน อย่างน้อยที่สุดต้องเสนอข้อเท็จจริงหรือความจริงก่อน เพราะถ้าไม่นำเสนอข้อเท็จจริงหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว การที่ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องก็เป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายปีที่ผ่านมา ผมเป็นแหล่งข่าว ผมพบว่า หลายครั้งสื่อไม่แยกความเห็นกับข้อเท็จจริงที่ต้องการนำเสนอ สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีก็คือตอนที่คณะนิติราษฏร์เสนอเรื่องการล้มล้างผลพวงการรัฐประหารในรูปที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งการแถลงข่าว พบว่าสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ยังไม่พูดถึงว่าเขามีความเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอนิติราษฎร์ เช่น การเสนอให้ล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร บรรดาคดีความต่างๆ ที่เริ่มต้นขึ้นจากการตั้งเรื่องของ คตส. คดีเหล่านี้ เมื่อศาลพิพากษาไปแล้วให้มีการลบล้างคำพิพากษา แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ผมพบว่าสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งนำเสนอข้อเท็จจริงนี้ไปในแง่ที่ว่าคณะนิติราษฎร์เสนอให้มีการนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเราเห็นได้ว่า เป็นคนละเรื่อง แค่ข้อเท็จจริงแค่นี้ยังไม่สามารถนำเสนอให้ตรงได้ เราจะคาดหวังว่าสื่อมวลชนจะแสดงบทบาทและใช้เสรีภาพให้ตรงตามหลักประชาธิปไตยได้อย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่ง การควบคุมกันเอง การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพไม่ได้หมายความว่าสื่อจะรายงานข่าวของตนไปตามที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นก็ได้ และเมื่อมีการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้คนอื่นเสียหาย หรือนำไปสู่ความขัดแย้ง องค์กรที่ควบคุมวิชาชีพสื่อก็น่าจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ปัจจุบัน เราไม่สามารถควบคุมสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเราพูดถึงสิทธิเสรีภาพ เราไม่อาจจะเน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างเดียว แต่ต้องเน้นเรื่องความรับผิดชอบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าดูประวัติศาสตร์ เราพบว่าการเซ็นเซอร์สิ่งพิมพ์มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ มีการเผาหนังสือ แต่ผมมีความเห็นว่าการเซ็นเซอร์จากรัฐแม้จะน่ากลัวก็ยังน่ากลัวน้อยกว่าการที่สื่อจงใจเซ็นเซอร์หรือจงใจไม่รายงานข่าวบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับทัศนคติของตัว ไม่ว่าจะด้วยความกลัวหรือด้วยอคติอย่างอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วรเจตน์กล่าวต่อไปว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา พบว่าสื่อมวลชนไม่ลังเลที่จะวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรที่เข้าควบคุมการใช้อำนาจรัฐโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ผมเห็นว่าในสังคมไทย การทำเท่านี้ยังไม่เพียงพอ ผมเห็นว่าสื่อมวลชนต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและข่าวสารของอำนาจที่ไม่ได้เปิดเผยโดยตรงหรือหลายคนไม่รู้สึกอยากไปแตะต้อง ผมกำลังพูดถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวพันกับสถาบันกษัตริย์ กองทัพ และศาล นั้นหมายความว่าถ้าเราอยากจะเห็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนรอบด้าน ต้องกล้าหาญมากขึ้น และเสนอข่าวสารที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ กองทัพ และศาล ได้มากขึ้น ถ้าไม่สามารถทำได้ การก่อตั้งเจตจำนงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยก็ไม่อาจจะเกิดได้อย่างครบถ้วน มีคุณภาพ และรอบด้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อมองไปรอบตัวเราพบว่ามีสื่อทางเลือกจำนวนมาก การเกิดขึ้นของสื่อจำนวนไม่น้อยที่เองที่ทำให้ในที่สุดสื่อกระแสหลักจะปรับตัวมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็พบว่าปรับตัวน้อยมากและตามไม่ทันสื่อมวลชนทางเลือกมากขึ้นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วรเจตน์กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับประชาไท เขาพบกับประชาไทตั้งแต่ปีแรกๆ ตั้งแต่ปี 2547 ช่วงแรกมีคนรู้จักน้อยมาก โดยสังเกตพบว่าคนที่อ่านข่าวหรือแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดส่วนหนึ่งเป็นบรรดานักวิชาการต่างๆ แม้จะเสนอข่าวสารเอ็นจีโอหรือคนด้อยโอกาสทางสังคม แต่คนที่มารับข่าวสารมักเป็นคนที่มีการศึกษาพอสมควร ต่อมาก็เล่นข่าวในทางการเมืองมากขึ้น และทำให้ต้องแสดงจุดยืนทางการเมือง และพบว่าประชาไทมีโอกาสแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนหลังการรัฐประหาร ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีสื่อจำนวนน้อยมากที่กล้าจะยืนขึ้นบอกว่าการรัฐประหารไม่ถูกต้อง โดยไม่กลัวว่าการทำเช่นนั้นเป็นการเข้าข้างหรือรับใช้คณะรัฐบาลที่ถูกล้มไป นี่เป็นความประทับใจของผมต่อประชาไท ประเด็นที่ประชาไทเสนอนั้นหลายเรื่องเสนอก่อนสื่ออื่นๆ เช่นการวาพกษ์วิจารณ์ตุลาการภิวัตน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วรเจตน์กล่าวว่าจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของประชาไทที่เป็นสื่อเล็กและมีคนติดตามไม่มาก แต่ต่อมาได้กลายเป็นสื่อทางเลือก เป็นกระแสหลักในกระแสรองไป และดำรงอยู่มาจนปัจจุบัน แต่หากถามว่าการเสนอข้อมูลข่าวสารของประชาไทครบถ้วนสมบูรณ์ขนาดที่ไม่ต้องปรับปรุงแล้วหรือไม่ เขาคิดว่าในแง่ของสื่อความสมบูรณ์คงไม่มี มีแต่พัฒนาการที่ต้องทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วรเจตน์กล่าวด้วยว่าเสียดายที่ประชาไทต้องปิดเว็บบอร์ดลง แต่ก็เข้าใจ ทั้งยังกล่าวว่า ประชาไทนั้นมาไกลมากแล้วในการนำเสนอด้านสถาบันกษัตริย์ และตุลาการ แต่ยังไม่ได้นำเสนอด้านกองทัพมากนักซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อจำกัดของนักข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วรเจตน์กล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยากเห็นจากประชาไทว่า อยากเห็นประชาไทนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริงล้วนๆ เพราะสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ถ้าเราเข้าใจประวัติศาสตร์มากกว่านี้ คนที่ไม่เข้าใจก็จะเข้าใจมากขึ้น ถ้าประชาไทจะทำข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเมือง ก็น่าจะทำในเชิงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และอยากเห็นความหลากหลายในการตีความประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับบริบทการเมืองไทยในปัจจุบันและคิดว่าประชาไทน่าจะเป็นสื่ออันดีในการนำเสนอได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในมุมมองของนักวิชาการคนหนึ่งที่ติดตามบทบาทของประชาไท อยากให้ประชาไทคงไว้ซึ่งบทความทางวิชาการ และอยากเห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากปัจจุบันมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาไทควรจะดำรงไว้ และไม่ต้องกังวลว่าจะไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคือการนำเสนอบทบรรณาธิการที่เสนอจุดยืนของหลักประชาธิปไตย ประชาไทจะเป็นด่านหน้าในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่อยู่บนความถูกต้องและเป็นธรรม ในยามที่สื่อจำนวนมากละเลยต่อภารกิจนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนท้ายเขาได้กล่าวขอขอบคุณจอน อึ๊งภากรณ์ ที่ได้ก่อตั้งประชาไทขึ้นมา และหวังว่าประชาไทจะอยู่คู่กับข้อมูลข่าวสารและดึงตัวเองขึ้นไปเป็นสื่อมวลชนกระแสหลักในอนาคต และคงจุดยืนในการรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย นิติรัฐ และประเด็นที่สุ่มเสี่ยงแต่สำคัญในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน &amp;ldquo;และหวังว่าในอนาคต เมื่อประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ประชาไทก็จะเป็นสื่อมวลชนที่โดดเด่นเป็นสง่าและเป็นแบบอย่างให้สื่อมวลชนอื่นๆ ของบ้านเรา&amp;rdquo; วรเจตน์กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/3XO92gat5Pk" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40623#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/7-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97">7 ปีที่มีประชาไท</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD">การปิดกั้นสื่อ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C">คณะนิติราษฎร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C">นิติราษฎร์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97">ประชาไท</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2">ปาฐกถา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-19-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-2549">รัฐประหาร 19 กันยายน 2549</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3">ลบล้างผลพวงรัฐประหาร</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-0">วรเจตน์ ภาคีรัตน์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99">สื่อมวลชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">สื่อมวลชนไทย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2">เสวนา</category>
 <pubDate>Tue, 22 May 2012 18:44:14 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40623 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40623</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>THAIPUBLICA: สวรส. วิจัย 'สสส.' 10 ปีหมื่นล้านคุ้ม ชี้ยังเข้าถึงกลุ่มรายได้น้อยไม่พอ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/PDdOU_HMkSo/40622</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;ที่มา:&amp;nbsp;&lt;a href="http://thaipublica.org/2012/05/hsri-researched-thaihealth/?utm_source=rss&amp;amp;utm_medium=rss&amp;amp;utm_campaign=hsri-researched-thaihealth"&gt;THAIPUBLICA&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;หลังจากที่มีการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขึ้นในปี 2544 รัฐบาลจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ 2% ต่อปี ให้ สสส. เพื่อใช้เงินภาษีบาปทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพคนไทย โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนลดการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ลดลง ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สสส. ใช้เงินไปกับการทำกิจกรรมต่างๆกว่า 10,000 ล้านบาท จึงทำให้หลายฝ่ายเกิดข้อสงสัยว่าเงินที่ สสส. ใช้จ่ายไปให้ผลคุ้มค่าเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;div id="content"&gt;
&lt;div id="content-main"&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) แถลงข่าวว่า สวรส.ได้มอบหมายให้โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ซึ่งเป็นภาคีในเครือข่ายของ สวรส. ทำการประเมินผลความคุ้มค่า ในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. เพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดการทำงานของ สสส. โดยวิเคราะห์แผนงานของ สสส. 2 แผนงาน คือ แผนงานการควบคุมการบริโภคยาสูบ และแผนงานการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยชิ้นนี้ใช้เวลา 2 ปี โดย HITAP ได้ออกไปสัมภาษณ์ประชาชน 7,311 คน ใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าคนไทยเกือบครึ่งประเทศรู้จัก สสส. ในฐานะองค์กรที่ทำประโยชน์ให้สังคมด้วยการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น HITAP ได้ทำการประเมินประเมินผลงานของ สสส. ในรูปแบบของการประเมินความเต็มใจจ่ายของครัวเรือนที่มีต่อมาตรการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. ซึ่งจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ประชาชนเล็งเห็นคุณค่างานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. โดยนำแผนงานของ สสส. 6 แผนงาน ได้แก่ แผนควบคุมการบริโภคยาสูบ, แผนควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, แผนสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัย, แผนส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ, แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพเรื่องอาหารและโภชนาการ, แผนการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เป็นต้น ไปสอบถามประชาชน 7,311 คน พบว่าคุณค่าที่คนไทยมอบให้กับการดำเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่าย คิดมูลค่าเป็นตัวเงินประมาณ 7,934 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ สสส. ได้รับจัดสรรปีละ 3,000 ล้านบาท หมายความว่าในสายตาของประชาชน สังคมได้กำไรจากการมีองค์กร เช่น สสส.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยระบุว่า กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่มีรายได้และการศึกษาน้อย ซึ่งมักเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ งานวิจัยชิ้นนี้จึงเสนอแนะให้ สสส. ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักวิจัยยังทำการประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการมีนักสูบบุหรี่หน้าใหม่เข้ามา พบว่าถ้าเป็นเพศชายจะเกิดความสูญเสียประมาณ 158,000 บาทต่อราย และถ้าเป็นเพศหญิงจะมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 85,000 บาทต่อราย ทั้งนี้บุหรี่จะทำให้ผู้ชายมีอายุสั้นลงเฉลี่ยอยู่ที่ 4.6 ปี ส่วนผู้หญิงจะมีอายุสั้นลง 3.4 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม กรณีเพศชาย หากดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในระดับที่อันตรายจะเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 360,000 บาทต่อราย ส่วนเพศหญิงจะเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 240,000 บาทต่อราย และยังจะทำให้ผู้ชายอายุสั้นลง 3.9 ปี ผู้หญิงอายุสั้นลง 2.2 ปี ทั้งนี้ หาก สสส. สามารถป้องกันนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ไม่ให้สูบบุหรี่ไปได้ตลอดชีวิตได้อย่างน้อยปีละ 1,000 คนขึ้นไป จะถือว่าแผนงานการควบคุมการบริโภคยาสูบมีความคุ้มค่า เช่นเดียวกัน หาก สสส. สามารถป้องกันไม่ให้มีนักดื่มหน้าใหม่ที่จะดื่มอย่างอันตรายมากไปตลอดชีวิตได้อย่างน้อยปีละ 800 คน จะถือว่าแผนงานการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของ สสส. มีความคุ้มค่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายงานวิจัยได้สรุปผลการดำเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. ว่า สังคมได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่ากับเงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน โดย สสส. และภาคีเครือข่ายสามารถนำผลการวิจัยไปใช้พัฒนาการทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้าไปดูข้อมูลการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษีสุรา เบียร์ และยาสูบมีอัตราเพิ่ม 1.95 เท่า นับจากปี 2545 จากยอดการจัดเก็บภาษีได้ 85,637 ล้านบาท จนถึงปี 2554 ยอดการจัดเก็บภาษี 167,319 ล้านบาท พบว่ายอดการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นปี 2549 และปี 2552 ยอดการจัดเก็บภาษีสุรา เบียร์ และยาสูบลดลง เพราะรัฐบาลมีการปรับขึ้นอัตราภาษี&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; " class="rtecenter"&gt;&lt;a href="http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2012/05/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95.jpg" rel="lightbox" title="ภาษีสรรพสามิต" class="cboxElement" style="outline: none; text-decoration: none; color: rgb(196, 143, 93); "&gt;&lt;img src="http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2012/05/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95.jpg" alt="" title="ภาษีสรรพสามิต" width="836" class="aligncenter size-full wp-image-25812" style="border: 1px solid rgb(221, 221, 221); display: block; margin-left: auto; margin-right: auto; max-width: 620px; height: auto; padding: 9px; " /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;โดยในปี 2549 กรมสรรพสามิตเก็บภาษียาสูบ 35,657 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2548 ลดลง 2,536 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากการปรับขึ้นอัตราภาษียาสูบเป็น 79% ของมูลค่า ทำให้การบริโภคยาสูบลดลง ส่วนภาษีเบียร์จัดเก็บได้ 44,207 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปีก่อนลดลง 1,276 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงปลายปีงบประมาณ 2548 ผู้ผลิตเบียร์มาขอชำระภาษีล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;ส่วนในปี 2552 กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น แต่ยอดการจัดเก็บภาษีเบียร์จัดเก็บได้ 48,993 ล้านบาท ลดลง 4,472 ล้านบาท เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 รัฐบาลมีการปรับอัตราภาษีเบียร์จาก 55% เป็น 60% ของมูลค่า ทำให้การบริโภคเบียร์ลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;จากตัวเลขการจัดเก็บภาษีสุรา บุหรี่ข้างต้น ซึ่งสสส.จะได้ 2% ของภาษีที่จัดเก็บได้ ดังนั้นรายได้ของสสส.ตั้งแต่ปี 2545-2554 ตามลำดับดังนี้ 1,712 ล้านบาท 1,919 ล้านบาท 2,105 ล้านบาท 2,245 ล้านบาท 2,180 ล้านบาท 2,544 ล้านบาท 2,642 ล้านบาท 2,618 ล้านบาท 3,092 ล้านบาท และ 3,346 ล้านบาท ดังนั้น 10 ปี สสส.ได้รับการจัดเงินไปแล้วประมาณ 24,403 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;นอกจากนี้ จากรายงานของบริษัทไพร้ซ์ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส (ประเทศไทย) ถึงความเสี่ยงอุบัติภัยสาธารณภัยของประเทศไทยมี 18 ประเภทที่น่าเป็นห่วง ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออุบัติภัยจากภัยการคมนาคมและขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542-2548 (ดูตารางข้างล่าง) จากนั้นเริ่มลดลงแต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;รายงานระบุว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภัยจากการคมนาคมและการขนส่งมากขึ้น และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สำคัญในลำดับต้นๆของประชากรของประเทศ รวมทั้งความสูญเสียด้านอื่นๆ เช่น ความเสียหายต่อครอบครัวและสังคม การสูญเสียค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ การสูญเสียแรงงานของชาติ และเกิดผลกระทบด้านจิตใจและเศรษฐกิจของครอบครัวฯลฯ ซึ่งร้อยละ 90 ของภัยจากการคมนาคมและขนส่ง เกิดจากการใช้รถใช้ถนนอย่างประมาท การทำผิดกฏจราจร และการเมาสุรา&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;&lt;a href="http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2012/05/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8.png" rel="lightbox" title="สถิติอุบัติเหตุ" class="cboxElement" style="outline: none; text-decoration: none; color: rgb(196, 143, 93); "&gt;&lt;img src="http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2012/05/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8-798x860.png" alt="" title="สถิติอุบัติเหตุ" width="798" class="aligncenter size-large wp-image-25734" style="border: 1px solid rgb(221, 221, 221); display: block; margin-left: auto; margin-right: auto; max-width: 620px; height: auto; padding: 9px; " /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;ขณะที่แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลให้ข้อมูลว่า ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรณรงค์การลดอุบัติในช่วงเทศกาลต่างๆให้เห็นว่าได้ผล ทำให้โรงพยาบาลบางแห่งรายงานตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กล่าวคือถ้าบาดเจ็บไม่มากก็จะไม่รายงาน ทั้งนี้จะรายงานเฉพาะที่เสียชีวิตเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PDdOU_HMkSo" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40622#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/thaipublica">THAIPUBLICA</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99">การประเมิน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2">งานวิจัย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%AA">สวรส.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%AA">สสส.</category>
 <pubDate>Tue, 22 May 2012 16:47:24 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chuwat</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40622 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40622</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>นักข่าวพลเมือง: กลุ่มอนุรักษ์อุดรฯ ร้องผู้ว่าฯ ยุติเวทีอีเอชไอเอเหมืองโปแตช หวั่นขัดแย้งบานปลาย</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/OHgdQBzZTZY/40621</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;วันนี้ (21 พฤษภาคม) เวลา 10.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี จำนวน 20 คน ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เพื่อคัดค้านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Review : ค.3) โครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2555 &amp;nbsp;ที่โรงแรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งบริษัทเอเชีย แปซิฟิก โปแตช คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (เอพีพีซี) ว่าจ้าง บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง อนด์ เมเนจเม้นท์ จำกัด ดำเนินการศึกษาต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 และนำมาซึ่งการจัดเวทีในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายปัญญา &amp;nbsp;โคตรเพชร &amp;nbsp;เลขานุการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี &amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการเข้าพบผู้ว่าราชการ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องของชาวบ้านในครั้งนี้ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ที่พวกเราพากันมาพบผู้ว่าฯ ก็อยากจะมาขอให้ท่านพ่อเมืองไปบอกกับบริษัทที่กำลังจะจัดเวทีรับฟังความเห็นเกี่ยวกับโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ว่าขอให้ยุติไปก่อนได้ไหม เพราะการจัดเวทีของบริษัทในแต่ละครั้งที่ผ่านมาทำให้ชาวบ้านเกิดการกระทบกระทั่งกันมาตลอด เช่น การจัดเวทีครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 เมษา ปีที่แล้ว เพราะถ้าจัดขึ้นมาแล้วชาวบ้านเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน นายแก่นเพชร &amp;nbsp;ช่วงรังสี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้กล่าวถึงการเข้ามาพบและยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวบ้านในครั้งนี้ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวผมเองไม่ได้มีอำนาจไปสั่งให้เขาหยุดการดำเนินการจัดเวทีได้ เพราะเป็นเรื่องของบริษัทคู่สัญญาทั้งสองบริษัทจะดำเนินการได้ &amp;nbsp;แต่เมื่อพี่น้องเข้ามาพบและมีข้อกังวลใจต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ทางผมก็จะมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรฯ ให้ทำหนังสือไปยังบริษัท เพื่อแจ้งเตือนให้เขาไปว่า มีพี่น้องชาวบ้านเข้ามาพบแล้วเป็นกังวลต่อการจัดเวที จึงขอให้ชะลอไปก่อนได้ไหม แล้วให้เขาทำการพิจารณาเองว่า ควรจะจัดเวทีอยู่หรือไม่ &amp;nbsp;ส่วนตัวผม เขาก็มาเชิญให้ไปเป็นประธานในการกล่าวเปิดงาน ซึ่งก็จะไปเข้าร่วมเปิดงานด้วยความเป็นกลาง&amp;rdquo; นายแก่นเพชร กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในวันนี้ เวลาประมาณ 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. กรุงเทพฯ ก็ได้มีการประชุม คณะกรรมการศึกษา ติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกเพื่อวางกรอบแนวทางในการดำเนินการของคณะกรรมการฯ และได้มีการนำประเด็นการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อรายงาน EHIA โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรฯ เข้าพิจารณาร่วมกันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย นายเลิศศักดิ์ &amp;nbsp;คำคงศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้ประสานงานงานโครงการขับเคลื่อนโยบานสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ หนึ่งในคณะกรรมการศึกษาติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ต่อการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรฯ ของบริษัทเอพีพีซีและบริษัททีมฯ ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องการศึกษา EHIA หรือ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของบริษัทเอพีพีซี นั้น ไม่ได้ถูกระบุในข้อกฎหมายว่าต้องทำ เพราะโครงการเหมืองแร่โปแตชที่อุดรฯ ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นโครงการรุนแรงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 แต่ บริษัทอยากจะทำขึ้นมาเพื่อสร้างภาพให้สังคมเห็นว่าบริษัทดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งเมื่อทำขึ้นมาแล้วไม่ต่างอะไรไปจากการหลอกประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า &amp;ldquo;เมื่อมีการนำเรื่องการจัดเวที EHIA ของบริษัทที่กำลังจะจัดขึ้นมาหารือในที่ประชุมของคณะกรรมการฯ นั้น จึงได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะมีการทำหนังสือในนามของคณะกรรมการชุดนี้ &amp;nbsp;ไปยังบริษัท เพื่อขอความร่วมมือให้บริษัท ยุติการจัดเวทีไปก่อน เพราะเป็นห่วงถึงความขัดแย้งรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และขณะนี้คณะกรรมการกำลังอยู่ในระหว่างการวางแนวทางในการดำเนินการเพื่อจะศึกษาตรวจสอบการขอประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;กระบวนการต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการขอประทานบัตร ซึ่ง การศึกษา EHIA ก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย ควรต้องยุติไว้ก่อน เพื่อรอผลการศึกษาและตรวจสอบของคณะกรรมการให้แล้วเสร็จเสียก่อน&amp;rdquo; เลิศศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/OHgdQBzZTZY" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40621#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5">กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%8A">เหมืองแร่โปแตช</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD">เอชอีไอเอ</category>
 <pubDate>Tue, 22 May 2012 15:41:57 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chuwat</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40621 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40621</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ภาคภูมิ แสงกนกกุล: บทสรุปเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2012 (ตอนจบ)</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Eosq279n1MY/40619</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;&amp;ldquo;ประเทศฝรั่งเศสได้มีประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว และนี่เป็นการตัดสินใจของสาธารณรัฐประชาธิปไตย คุณ ฟรองซัวส์ อัลลองด์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี และ&lt;strong&gt;เราต้องเคารพการตัดสินใจครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;rdquo;&lt;/em&gt; เป็นการกล่าวเริ่มต้นสุนทรพจน์ของ ซาร์โกซี ในการยอมรับความพ่ายแพ้ทันทีหลังทราบผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถึงแม้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ซาร์โกซี ก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชายโดยไม่หวังอำนาจมืดเพื่อพลิกกลับให้เขาเป็นประธายาธิบดี เขาแสดงความยินดีกับอัลลองด์ ที่เป็นศัตรูกันชนิดอยู่รวมกันไม่ได้ในระหว่างการแข่งขันอันดุเดือด &lt;em&gt;&amp;ldquo;ผมเพิ่งได้โทรศัพท์ไปหาเขาและแสดงความยินดี ผมหวังว่าให้เขาโชคดีในสภาวการณ์ขณะนี้ ผมหวังจากก้นบึวหัวใจให้ประเทศฝรั่งเศสที่รวมเราเป็นหนึ่งเดียวกัน จะประสบความสำเร็จผ่านเหตุการณ์ขณะนี้ เพราะมันเปนเรื่องหนักหนาใหญ่โตมาก มากกว่าประเทศของเราบ้านเมืองของเราฝรั่งเศส&amp;rdquo; &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และซาร์โกซี ไม่ลืมที่จะขอบคุณประชาชนที่เลือกเขาและ ผู้สนับสนุนตลอดมา ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยประชาชนเท่านั้นที่เป็นเจ้าของอำนาจ และประธานาธิบดีคือผู้ที่ได้รับเกียรติจากประชาชนในการไว้วางใจเพื่อบริหารประเทศ &lt;em&gt;&amp;ldquo;ผมอยากขอบคุณชาวฝรั่งเศสทุกคนที่ได้เลือกผม ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถูกรับเลือกเพื่อบริหารประเทศมาห้าปี ผมจะไม่ลืมเกียรติอันสูงสุดนี้ตลอดชีวิตชายคนหนึ่ง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกท่าน เพราะการบริหารประเทศฝรั่งเศสนั้นเป็นเกียรติอันสูงสุด&amp;rdquo;  &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และท้ายสุดในฐานะหัวหน้าพรรค UMP ที่นำพรรคแพ้การเลือกตั้ง ซาร์โกซี ประกาศรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว &amp;ldquo;ผมไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวเสียงส่วนใหญ่ชาวฝรั่งเศส แต่เราได้ทำการรณรงค์หาเสียงที่ไม่มีวันลืม&amp;rdquo; &amp;ldquo;ผมขอรับผิดชอบในการพ่ายแพ้ครั้งนี้ ผมต่อสู้เพื่อคุณค่าของความรับผิดชอบ และผมไม่ใช่ผู้ชายที่หลีกหนีความรับผิดชอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุนทรพจน์ของซาร์โกซี นับว่าทำได้ดีและปิดฉากชีวิตการเมืองของเขาอย่างสวยงาม ซาร์โกซี ประกาศรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้นี้เพียงผู้เดียวโดยไม่โทษประชาชนที่เลือกฝ่ายตรงข้ามว่า โง่บ้างเป็นควายบ้างหรือรับเงินอัลลองด์แต่อย่างใด เขาไม่โทษทีมงานหาเสียงที่ลำบากมาด้วยกัน สิ่งที่เขาโทษเพียงอย่างเดียวคือ เขาไม่สามารถโน้มน้าวคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ให้เลือกเขา ซาร์โกซี แสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค UMP ทันทีและประกาศไม่ขอเป็นผู้นำในการหาเสียงให้พรรค  UMP ในการเลือกตั้งสมาชิกนิติบัญญัติที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้  หนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างชื่นชมในสุนทรพจน์และการตัดสินใจของเขา และวิเคราะห์ว่าเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของเขาที่ย่ำแย่ให้ดีขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาร์โกซี จะดำรงรักษาการณ์ตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคมซึ่งจะมีพิธีเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีคนใหม่ ในระหว่างนั้นซาร์โกซี พยายามรื้อฟื้นความปรองดองในประเทศ โดยเขาเชิญ อัลลองด์ เข้าร่วมพิธีให้ความเคราพทหารที่ตายไปในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม อันเป็นวันประกาศชัยชนะของฝรั่งเศส ที่ประตูชัย ปารีส นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสสองคนมาประกอบพิธีร่วมกัน และประธานาธิบดีสองคนนี้ต่างมาจากคนละพรรคการเมือง คนละอุดมการณ์การเมืองที่ขับเคี่ยวกันเอาเป็นเอาตายในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เฉกเช่นเคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1995 โดยฟรองซัวส์ มิตเตอรองด์ ประธานาธิบดีคนเก่าจากพรรคฝ่ายซ้าย ร่วมพิธีกับ ฌัก ชีรักประธานาธิบดีคนใหม่จากพรรคฝ่ายขวา&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img width="500" height="327" alt="ภาคภูมิ แสงกนกกุล: บทสรุปเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2012 (ตอนจบ)" src="http://farm9.staticflickr.com/8142/7246056990_081d163544.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันนั้น ปรากฏภาพคู่กัดสองคนจับมือร่วมกันถือคบไฟและจุดเทียนขึ้นหน้าหลุมศพทหารไร้ชื่อ พิธีการนี้กินเวลาประมาณยี่สิบนาทีและถ่ายทอดทั่วประเทศแต่กลับส่งผลประโยชน์มหาศาล Guillaume Bernard นักรัฐศาสตร์และอาจารย์จาก Sciences Po. วิเคราะห์ว่าประธานาธิบดีทั้งสองนี้ต้องการลดความขัดแย้งเพื่อที่จะให้การเมืองดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะวิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับ ซาร์โกซี ดีขึ้นมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางด้านอัลลองด์ การได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีนอกจากเป็นความสำเร็จของเขาแล้ว แต่ยังเป็นการเริ่มต้นของภาระหน้าที่ต่างๆตามมา ภายใน 100 วันอันตรายเขาต้องดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งนโยบายต่างๆได้แก่ การลดเงินเดือน 30% ของประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี การเพิ่มเงินอุดหนุนนักเรียนอีก 25% การควบคุมราคาน้ำมันเป็นเวลาสามเดือน นโยบายช่วยเหลือให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงที่พักได้มากขึ้น นโยบายประกันเงินฝากเพื่อรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม ให้สูงกว่าค่าเงินเฟ้อ นโยบายลดอายุการเกษียณงานเป็น 60 ปีเช่นเดิม ทบทวนนโยบายนักเรียนต่างชาติใหม่อีกครั้งจากที่รัฐบาลที่แล้วมีนโยบายกีดกันนักเรียนต่างชาติในการเรียนละหางานทำต่อได้อย่างยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในด้านต่างประเทศ ต้องหารือกับอังเกลา แมร์เคิล( Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีของเยอรมัน เพื่อหานโยบายในหารแก้ปัญหาวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นที่กรีซและลามไปทั่วยุโรป นอกจากนี้ยังต้องส่งสัญญาณไปยังผู้นำและรัฐบาลต่างๆเพื่อหาความร่วมมือในการรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในยุโรป และดัดแปลงสานต่อสนธิสัญญาในการสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงในสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในด้านการทหาร โน้มน้าวให้สมาชิกกองกำลัง นาโต ถอนทหารออกจากอัฟกันนิสถาน ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ และนำเรื่องนี้มาประชุมในการประชุม G8 วันที่ 18-19 พฤษภาคม และการประชุม นาโต 20-21 พฤษภาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และวันที่ 15 พฤษภาคม ก็มาถึง วันเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการหรือวันส่งผ่านอำนาจ ซึ่งพิธีนี้เป็นส่วนผสมของระบอบเก่าและระบอบใหม่ไว้ด้วยกัน ต้นกำเนิดเริ่มต้นมีตั้งแต่จักรวรรดิโรมัน แต่เมื่อถึงกาลปัจจุบันพิธีการณ์นี้ก็ปรับตัวตามเช่นกัน เมื่อปัจจุบันอำนาจรัฐไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคล ความคงอยู่ของรัฐไม่ได้จากไปตามการเปลี่ยนแปลงของผู้นำ เราจึงสามารถเห็นภาพที่ผู้นำคนเก่ามอบอำนาจให้ผู้นำคนใหม่โดยไม่มีการหลั่งเลือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวลาสิบโมงเช้าอัลลองด์ เดินผ่านลานเกียรติยศเข้าพบซาร์โกซี หลังจากนั้นทั้งสองคนพูดคุยกัน และที่สำคัญคือการให้เอกสารและรหัสลับของอาวุธนิวเคลียร์ ช่วงนี้กินเวลาประมาณสี่สิบห้านาที แล้วอัลลองด์ จึงเข้าพบ Jean-Louis Debr&amp;eacute; ประธานที่ปรึกษารัฐธรรมนูญเพื่อประกาศผลการเลือกตั้ง และประกาศการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และอัลลองด์ กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี ลำดับถัดไป ทางกองทัพจึงติดเหรียญเกียรติยศให้อันเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นเกียรติกับกองทัพในฐานะหัวหน้ากองทัพ และแล้วจะมีการยิงสลุตต่อเนื่องกัน 21 นัด ซึ่งเป็นพิธีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่เป็นสาธารณรัฐเก่า หลังจากนั้นเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า อัลลองด์ จะเข้าไปห้องจัดเลี้ยงเพื่อต้อนรับสมาชิกพรรคและบุคคลสำคัญที่มาร่วมยินดี โดยครั้งนี้ภรรยาเก่าและลูกๆของเขาได้ปฏิเสธคำเชิญที่จะเข้าร่วม เพื่อไม่ให้เรื่องครอบครัวกลายเป็นประเด็นสำคัญมาถกเถียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเสร็จงานเลี้ยงรับรองแล้วในช่วงบ่าย ในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ ต้องออกเดินทางเพื่อขอบคุณประชาชนและ คารวะบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส การเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญนี้ไม่ได้ตีกรอบว่าต้องไปเคารพเฉพาะผู้ที่เป็นทหารหรือกษัตริย์แต่รวมถึงสาขาวิชาชีพอื่นๆที่ทำคุณประโยชน์ให้ชาติ โดยครั้งนี้เขาได้เลือกไปที่ประตูชัยเป็นอันดับแรกเพื่อคารวะทหารไร้ชื่อที่ตายไปในสงครามเพื่อฝรั่งเศส ถัดจากนั้นเขาเลือกไปคารวะ จูลส์ เฟอรรี (Jules Ferry) ที่สวน Tuileries และ มารี คูรี(Marie Curie)  ที่สถาบัน มารี คูรี มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่าการเลือกบุคคลสำคัญสองท่านนี้เป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง เพราะจูลส์ เฟอรรี เป็นบิดาผู้พัฒนาการศึกษา โดยผลักดันให้มีการศึกษาฟรีทั่วถึงแก่เด็กๆทุกคนในฝรั่งเศส ส่วนมารี คูรี นั้นนอกจากเธอได้รางวัลโนเบลสาขา ฟิสิกส์และเคมี และเป็นคนพบแร่ธาตุสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาสารกัมมันตภาพรังสีและนิวเคลียร์ เธอยังเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาเติบโตในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ประธานาธิบดีคนใหม่ก็ไม่มีเวลาให้หยุดพักและต้องบินไปเยอรมนีทันทีเพื่อพบ อังเกลา แมร์เคิล เป็นครั้งแรก และหารือถึงการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Eosq279n1MY" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40619#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/foreign">ต่างประเทศ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA-%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5">นิโคลาส ซาร์โกซี</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ประธานาธิบดีฝรั่งเศส</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA">ฝรั่งเศส</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%8C">ฟรองซัวส์ อัลลองด์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5">ภาคภูมิ แสงกนกกุล</category>
 <pubDate>Tue, 22 May 2012 01:47:01 +0000</pubDate>
 <dc:creator>postman</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40619 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40619</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ผู้ลี้ภัยในกรุงเทพฯ กับอิสรภาพที่ยังมาไม่ถึง</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/gU5TRts42jg/40618</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/FMktcI1hbiU" frameborder="0" allowfullscreen=""&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;span style="text-align: left; "&gt;คลิกเพื่อรับชม &amp;quot;ผู้ลี้ภัยในกรุงเทพฯ กับอิสรภาพที่ยังมาไม่ถึง&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาไท - มีผู้หนีภัยประหัตประหารและการทรมานจากประเทศต่างๆ มากกว่า 2,000 คน เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร พวกเขารอการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและ&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;การตอบรับเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐไทยไม่เคยยอมรับในอนุสัญญาผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951 ทำให้พวกเขามีสถานะเพียง &amp;quot;ผู้หลบหนีเข้าเมือง&amp;quot; ในสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรายงานพิเศษ &amp;quot;ผู้ลี้ภัยในกรุงเทพฯ กับอิสรภาพที่ยังมาไม่ถึง&amp;quot; โดยผู้สื่อข่าวประชาไทที่ท่านกำลังรับชมนี้ นำเสนอเรื่องราวของ &amp;quot;พฤษะเพีย เพ็ญ&amp;quot; ผู้สื่อข่าวและนักเขียนหนุ่มจากกัมพูชาที่ต้องเข้ามาลี้ภัยในกรุงเทพฯ หลังหนังสือเกี่ยวกับความรู้รอบตัวที่เขาเป็นผู้แต่ง กลายเป็นหนังสือต้องห้ามเนื่องจากมีเนื้อหาวิจารณ์การคอรัปชั่นของรัฐบาล โดยระหว่างรอสถานะผู้ลี้ภัย เขาต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพหลากหลายชนิด นับตั้งแต่รับจ้างห่อผักที่ตลาดสี่มุมเมือง จนถึงสอนหนังสือให้ลูกหลานชาวกัมพูชาที่มาทำงานในกรุงเทพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;quot;เจน&amp;quot; หญิงสาวผู้ฝึกฝ่าหลุนกงชาวจีน ต้องหนีเข้ามาในประเทศไทย หลังทางการจีนกวาดล้างผู้ฝึกฝ่าหลุนกงขนานใหญ่ เจนเปิดเผยด้วยว่า แม้เพื่อนชาวจีนที่เธอรู้จักจำนวนมากจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว แต่ก็ยังคงเผชิญการสถานการณ์ถูกเลือกปฏิบัติขณะที่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั้งพฤษะเพีย และเจน ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มั่นคงในระหว่างที่รอการเดินทางต่อไปยังแผ่นดินใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีความพยายามและข้อเสนอจากองค์กรให้ความช่วยเหลือเพื่อทำให้ผู้ลี้ภัยได้รับการปก&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;ป้องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7098/7244779876_ec3b77b9c5.jpg" width="200" height="100" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;
      &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;a href="/journal/2012/04/40239" target="_blank"&gt;ประชาธิปไตยในสายน้ำและลมหนาว&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gU5TRts42jg" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40618#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/unhcr">UNHCR</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/urban-refugee">urban refugee</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2">กัมพูชา</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">คนเข้าเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99">จีน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">นโยบายคนเข้าเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2">ผู้ลี้ภัย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">ผู้ลี้ภัยในเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%87">ฝ่าหลุนกง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มัลติมีเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C">วีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2">องค์กรเยซูอิตสงเคราะห์ผู้ลี้ภัย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">แรงงานข้ามชาติ</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 21:58:25 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40618 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40618</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ทุนนิยาม101: แรงงานสู้นายจ้างตุกติกเลี่ยงปรับค่าแรง 300 บาท</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/m-C8JcfRnH0/40617</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;ทุนนิยาม 101 ตอนล่าสุด แรงงานภาคตะวันออกเผยสารพัดวิธีนายจ้างตุกติกปรับค่าจ้าง 300 บาท ทั้งเอาสวัสดิการอื่นๆ มารวมเป็นค่าแรงอัตราใหม่ หรือเปลี่ยนการคิดค่าจ้างจากรายเดือนเป็นรายวันเพื่อให้จ่ายได้เท่าเดิม ชี้เรื่องนี้คนงานต้องพึ่งศาลแรงงาน&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;iframe src="http://player.vimeo.com/video/42536681?title=0&amp;amp;byline=0&amp;amp;portrait=0" width="560" height="420" frameborder="0" webkitallowfullscreen="" mozallowfullscreen="" allowfullscreen=""&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;คลิกเพื่อรับชม &amp;quot;ทุนนิยาม 101: แรงงานสู้นายจ้างตุกติกเลี่ยงปรับค่าแรง 300 บาท&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;22 พ.ค. 55 - รายการทีวีออนไลน์ &amp;quot;ทุนนิยาม 101&amp;quot; (Capitalism 101) โดยกลุ่มทุนนิยมที่สังคมกำกับ (Embedded Capitalism) &amp;quot;วิทยากร บุญเรือง&amp;quot; ทำหน้าที่พิธีกรรายการ แทน &amp;quot;เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร&amp;quot; ซึ่งติดภารกิจ โดยทุนนิยาม 101 ตอนนี้ได้เชิญ &amp;quot;บุญยืน สุขใหม่&amp;quot; ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ร่วมประเมินสถานการณ์หลังรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรง 40% ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายบุญยืนเผยว่า ก่อนหน้าที่รัฐบาลจะประกาศขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาทใน 7 จังหวัด และอีกร้อยละ 40 ทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 55 นั้น ก่อนหน้านี้หลายสหภาพแรงงานในภาคตะวันออกได้ยื่นข้อเรียกร้องกับนายจ้างตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยขอให้สถานประกอบการณ์ปรับค่าจ้างให้พนักงานทุกคนตามผลต่างของค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศ ไม่ใช่ปรับขึ้นค่าจ้างเฉพาะคนที่ไม่มีรายได้ถึงระดับค่าจ้างขั้นต่ำ ตัวอย่างเช่นที่ จ.ระยอง ค่าจ้างเดิมอยู่ที่วันละ 189 บาท อัตราใหม่หลัง 1 เม.ย. 55 อยู่ที่วันละ 264 บาท บาท หรือ 75 บาท เช่น ดังนั้นตามข้อเรียกร้องนี้คนเงินเดือห้าพัน หรือสามหมื่น จะต้องได้ค่าจ้างเพิ่มวันละ 75 บาท หรือ 2,220 บาทเท่ากัน มีการเจรจาต่อรองกัน โดยมี 15 สหภาพแรงงานที่สามารถทำเป็นข้อตกลงได้ แต่ยังมีอีก 30 สหภาพแรงงานที่อยู่ระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ยังมีพนักงานในบริษัทอื่นๆ ที่ไม่มีสหภาพแรงงาน แต่เห็นบริษัทที่มีสหภาพแรงงานที่ยื่นข้อเรียกร้องแล้วสามารถทำได้ ก็ได้นำข้อเรียกร้องในลักษณะเดียวกันนี้ไปยื่นเจรจากับนายจ้างด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก แสดงข้อกังวลต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นกับคนงานหลังประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ของรัฐบาล เพราะมีกรณีที่สถานประกอบการรายใหญ่ไม่ยอมปรับค่าจ้าง เนื่องจากเกรงว่าจะมีการยื่นข้อเรียกร้องของพนักงานในบริษัทที่รับเหมาช่วงการผลิตอีกที นอกจากนี้ยังมีหลายบริษัทเลือกใช้วิธีประกาศเลิกกิจการ แล้วเปิดกิจการใหม่แล้วรับพนักงานแล้วเริ่มนับอายุงานใหม่ เพื่อเลี่ยงการปรับค่าจ้างในอัตราที่สูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีนายจ้างหลายสถานประกอบการที่ใช้วิธีปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามที่รัฐบาลกำหนดจริง แต่หันไปปรับลดสวัสดิการอื่นๆ ลงเพื่อทำให้สถานประกอบการจ่ายค่าจ้างได้เท่าเดิม โดยนายบุญยืนกล่าวว่า กฎหมายคุ้มครอง 2 ฉบับ ม.20 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 สภาพการจ้างอื่นใดดีอยู่แล้ว ห้ามนายจ้างเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง สหภาพแรงงานสามารถฟ้องร้อง หรือร้องเรียนไปที่แรงงานจังหวัดให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ ม.123 ห้ามนายจ้างเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจะเป็นคุณยิ่งกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้นการที่นายจ้างเอาค่าเช่าบ้าน เบี้ยขยัน เบี้ยเลี้่ยง นำมาคิดรวมกับค่าจ้างแล้วบอกว่านี่เป็นค่าจ้างที่ปรับแล้วถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นถ้านโยบายรัฐบาลให้เพิ่มค่าจ้าง 300 บาท สวัสดิการที่คงอยู่แล้ว ก็ต้องคงอยู่ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำที่ยังไม่ครบ 300 บาท นายจ้างก็ต้องไปเติมให้ครบ ไม่อย่างนั้นคนงานก็ต้องฟ้องศาลเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ถ้าไม่นำไปฟ้องศาล เรื่องนี้ก็จะไม่มีโจทย์ ไม่มีจำเลย นายจ้างจะทำอย่างไรก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบวิธีที่นายจ้างบางโรงงาน เลี่ยงการปรับค่าจ้างในอัตราที่ประกาศใหม่ โดยใช้วิธีเปลี่ยนการคำนวณค่าจ้างจากรายเดือนที่เอาเงินเดือนหารด้วย 30 วัน ก็เปลี่ยนเป็นรายวันเอา 26 วัน หาร โดยมีหลายกรณีใน จ.ระยอง ที่เดิมพนักงานได้เงินเดือนละ 6,000 บาท หาร 30 ก็คือมีรายได้ 200 บาท ต่อมาพอมีประกาศอัตราค่าจ้างใหม่ของระยองคือจากวันละ 189 บาท ก็เป็นวันละ 264 บาท บางสถานประกอบการก็เลี่ยงการปรับขึ้นค่าจ้าง แต่ใช้วิธีคำนวณค่าจ้างแบบรายวันแทน โดยเอาเงินเดือนเดิมหาร 26 วัน ก็เท่ากับวันละ 264 บาท หรือเท่ากับมีรายได้เดือนละ 6,000 บาทเท่าเดิม แล้วเอาสัญญาจ้างงานฉบับใหม่ไปให้ลูกจ้างเซ็นยินยอม ซึ่งเรื่องนี้สำคัญอยู่ที่ตัวพนักงานเองต้องยืนยันรักษาสิทธิตัวเอง โดยจะไปหวังพึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานก็คงพึ่งได้ยาก&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/m-C8JcfRnH0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40617#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/labour">แรงงาน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/capitalism-101">capitalism 101</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81">กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1">ทุนนิยม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3">นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3-300-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97">นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">บุญยืน สุขใหม่</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มัลติมีเดีย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87">ระยอง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">วิทยากร บุญเรือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99">สหภาพแรงงาน</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 21:11:15 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40617 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40617</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ชุมนุมต่อเนื่อง ร้อง “ยิ่งลักษณ์” เปิดเจรจาแก้ปัญหา “สมัชชาคนจน”</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/IKsLa5mWre8/40616</link>
 <description>&lt;p&gt;สมัชชาคนจน 6 เครือข่ายกรณีปัญหา เข้ากรุงทวงสัญญาแก้ปัญหารายกรณีร้องต่อรัฐบาลทำหน้าที่ให้สมกับที่คนรากหญ้าไว้วางใจ เปิดการเจราจาแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน หลังปัญหาคั่งค้างมา 20 ปี เปลี่ยนมือมากว่า 7 รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm9.staticflickr.com/8013/7244059710_eb9c062dfa.jpg" alt="" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7086/7244070868_3f1d55f9f2.jpg" alt="" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;จากเมื่อวันที่ 20 พ.ค.55 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระจากโครงการพัฒนาของรัฐ ในนามสมัชชาคนจนนำโดยนายอานนท์ ศรีเพ็ญพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 400 คนจาก 6 เครือข่ายกรณีปัญหา ประกอบด้วย เครือข่ายเขื่อน เครือข่ายป่า เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายประมงพื้นบ้าน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน ได้ร่วมกันชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องต่อรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัติ นายกรัฐมนตรี ให้เปิดการเจราจาแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วันที่ 21 พ.ค.55 เวลา 10.30 น. นายสมเกรียติ พ้นภัยแกนนำชาวบ้านกรณีเขื่อนปากมูล ได้ร่วมกับชาวบ้านประมาณ 300 คนทำกิจกรรมเดินรณรงค์ ชี้แจงให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ เข้าใจปัญหาของสมัชชาคนจนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลา 20 ปีแล้วมากกว่า 7 รัฐบาล และได้เดินรณรงค์รอบๆ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7103/7244062344_4322acaedb.jpg" alt="" /&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ต่อมานายยงยุทธ นวนิยม ได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ก่อนที่จะยื่นพร้อมกับหนังสือถึงรัฐบาลให้กำหนดวันหมายวันเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน โดยมีนางอัจจิมา จันสุวานิชย์ ตัวแทนสำนักรับเรื่องราวร้องทุกสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีผู้รับหนังสือ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านนางอัจจิมา ได้กล่าวกับชาวบ้านที่มายื่นหนังสือว่าจะรับประสานรายงานให้ท่ายกทราบต่อไป&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายสมเกรียติ พ้นภัยแกนนำชาวบ้านกลุ่มสมัชชาคนจน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าพวกเราชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้ง 6 เครือข่ายจะชุมนุมรอคอยวันนัดหมายกำหนดวันเจรจาจากฟากรัฐบาล และยังหวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนรากหญ้า นั้นจะแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse:collapse;border:none;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td width="616" valign="top" style="width:462.1pt;border:solid windowtext 1.0pt;padding:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt"&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์ ฉบับที่ 2.&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สมัชชาคนจนเป็นชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเพราะได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐและบรรดากลุ่มทุนธุรกิจอุตสาหกรรม   ตลอดเวลาเกือบ 20 ปี พี่น้องเราทุกเครือข่ายทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน   ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียโอกาส สูญเสียอาชีพ สูญเสียทรัพย์สิน   กระทั่งสูญสิทธิในการดูแลรักษาในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น   ปัญหาของพวกเราปรากฏชัดและเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เครือข่ายสมัชชาคนจนที่ประกอบด้วย 6 เครือข่ายคือ   เครือข่ายเขื่อน เครือข่ายป่า เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายประมงพื้นบ้าน   เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน วันนี้เรามาเพื่อเปิดการเจรจากับรัฐบาล   ไม่มีเจตนาที่แอบแฝงใดๆทั้งสิ้น ตามที่สื่อและกลุ่มคนได้วิจารณ์ไปต่างๆนาๆเราสมัชชาคนจนมีเป้าหมาย   &amp;ldquo;คือการติดตามให้ได้รับการแก้ไขปัญหา&amp;rdquo;เราไม่ใช่กลุ่มคนเคลื่อนไหวรับใช้การเมืองใดๆ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เราได้ยื่นข้อเสนอของสมัชชาคนจนต่อรัฐบาลเพื่อให้เปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีการดำเนินการยังไม่ลุล่วงต่อจากรัฐบาลก่อนหน้านี้   ซึ่งเราได้ติดตามความก้าวหน้าในการนัดหมายเจรจาอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกันยายน 2554 หลังจากรอคอยคำตอบมานานกว่า 43 วัน   แต่ยังคงไม่มีการนัดหมายจากรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เรามีความเห็นใจรัฐบาลสำหรับการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปี   2554ที่ผ่านมา เราได้รอคอยจนวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไป   และเรายื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาอีกครั้งเมื่อวันที่ 21   กุมภาพันธ์ 2555   ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;บัดนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้วนับจากการยื่นหนังสือขอนัดหมายเจราจากครั้งแรก   รัฐบาลยังเพิกเฉยต่อปัญหาความทุกข์ร้อนของคนยากคนจนในนาม &amp;ldquo;สมัชชาคนจน&amp;rdquo; วันนี้เราเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่ให้สมกับที่คนรากหญ้าไว้วางใจเราเรียกร้องต่อรัฐบาลให้กำหนดวันนัดหมายวันเปิดเจรจาแลกเปลี่ยน   เพื่อแก้ไขปัญหารายกรณีของสมัชชาคนจน โดยให้มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม   เราในนามสมัชชาคนจน   ยังหวังว่ารัฐบาลชุดนี้คงไม่เพิกเฉยกับปัญหาคนจนตามที่เคยสัญญาไว้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;strong&gt;ประชาธิปไตยต้องกินได้   การเมืองไทยต้องเห็นหัวคนจน&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;สมัชชาคนจน&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;21 พฤษภาคม 2555&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;ณ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" style="border-collapse:collapse;border:none;"&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td width="616" valign="top" style="width:462.1pt;border:solid windowtext 1.0pt;padding:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt"&gt;
&lt;div align="center" style="margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เรา, สมัชชาคนจน เป็นชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเพราะได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐและบรรดากลุ่มทุนธุรกิจอุตสาหกรรม   ตลอดเวลาเกือบ 20 ปี พี่น้องเราทุกเครือข่ายทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน   ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียโอกาส สูญเสียอาชีพ สูญเสียทรัพย์สิน กระทั่งสูญเสียอวัยวะ   สุขภาพ และบางคนเสียชีวิตไปก่อนที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไข ปัญหาของพวกเราปรากฏชัดและเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม 2554   เราได้เห็นพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงสนับสนุนของคนรากหญ้าเข้าสู่อำนาจตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เราได้ยื่นข้อเสนอของสมัชชาคนจนต่อรัฐบาลเพื่อขอให้เปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีการดำเนินการยังไม่ลุล่วงต่อจากรัฐบาลก่อนหน้านี้   ซึ่งเราได้ติดตามความก้าวหน้าในการนัดหมายเจรจาอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกันยายน 2554 หลังจากรอคอยคำตอบมานานกว่า 43 วัน แต่ยังคงไม่มีการนัดหมายจากรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;อย่างไรก็ตาม   เรามีความเห็นใจรัฐบาลสำหรับปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปี 2554   เราได้รอคอยจนวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปและยื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาอีกครั้งเมื่อวันที่   21 กุมภาพันธ์ 2555   ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;บัดนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้วนับจากการยื่นหนังสือขอนัดหมายเจรจาครั้งแรก   เราต้องสลดใจที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงสนับสนุนของคนรากหญ้ากลับละเลยเพิกเฉยต่อปัญหาความทุกข์ร้อนของคนยากคนจนพอกันที   สำหรับการเตะถ่วงซื้อเวลา วันนี้ ณ ที่นี้ เรา, สมัชชาคนจน ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่ให้สมกับที่คนรากหญ้าไว้วางใจ   เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;1.ให้รัฐบาลเปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหารายกรณีของสมัชชาคนจนทันที   โดยให้มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี   หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;strong&gt;ประชาธิปไตยต้องกินได้   การเมืองไทยต้องเห็นหัวคนจน&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;สมัชชาคนจน&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;20 พฤษภาคม 2555&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;ณ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/IKsLa5mWre8" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40616#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3">รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99">สมัชชาคนจน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5">เขื่อนปากมูล</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A8%E0%B8%A5">เขื่อนราษีไศล</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 20:18:36 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40616 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40616</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title> "ปานเทพ" เชื่อเสื้อแดงตาสว่างเพราะพันธมิตรฯ ไม่ออกมาเคลื่อนไหว</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/2QX99D6RYeo/40615</link>
 <description>&lt;p&gt;&amp;quot;พิชาย รัตนดิลก&amp;quot; ชี้เสื้อแดงอุปถัมภ์คงฟังข้อเสนอ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ที่ให้ลืมอดีตแล้วหันหน้าปรองดอง แล้วอำนาจรัฐจะหันมาจัดการแดงกลุ่มที่วิจารณ์ทักษิณ ด้านโฆษก พธม. เชื่อการที่เสื้อเหลืองไม่ออกมาเคลื่อนไหว-ประชาธิปัตย์จึงไม่มีมวลชน ดังนั้นเพื่อไทยจึงใช้อำนาจได้เต็มที่โดยเลือกไปจับมืออำมาตย์ ทำให้เสื้อแดงตาสว่างว่าถูกหลอก&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;วานนี้ &lt;a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000062641"&gt;เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt; ได้รายงานความเห็นของ ผศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งกล่าวระหว่างร่วมรายการ &amp;ldquo;คนเคาะข่าว&amp;rdquo; ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ผศ.ดร.พิชาย กล่าวว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดในวันที่ 19 พ.ค.ให้เสื้อแดงลืมอดีตแล้วหันหน้าเข้าปรองดอง คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่เป็นแดงอุปถัมภ์คงฟัง และที่เป็นลูกน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างนายจตุพร นายณัฐวุฒิ ก็คงหยุด ส่วนแดงแบบนางธิดา ซึ่งเป็นเมียอำมาตย์คงไม่พูดอะไรมากเพราะหากไม่หยุดเดี๋ยวหมอเหวงไม่ได้ตำแหน่ง แต่ก็ยังไว้ฟอร์มอยู่บ้าง ด้วยการใช้ภาษาให้ฟังดูคลุมเครือ แต่อีกพวกที่ไม่ฟังและวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือพวกที่มีอิทธิพลในเฟซบุ๊ก แต่ไม่มีอิทธิพลในการเคลื่อนมวลชนมากนัก แล้วถ้ายังเคลื่อนไหวต่อไป จนวันหนึ่งสร้างความเสี่ยงต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นไปได้ที่อำนาจรัฐจะหันมาจัดการกับคนกลุ่มนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนเป็นการทิ้งระเบิดใส่กลุ่มคนเสื้อแดง เพียงแต่คิดว่าตัวเองคุมแดงส่วนใหญ่ได้ ส่วนแดงกลางๆ ที่รักความเป็นธรรม อาจไม่เอาทั้่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และก็ไม่เอาพวกล้มเจ้าด้วย ซึ่งเพื่อนนักวิชาการของตนก็มีที่คิดแบบนี้ ที่ไม่กล้าที่จะเป็นแดงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผศ.ดร.พิชาย กล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณประเมินมวลชนต่ำไป ถ้ายังดันทุรังออก พ.ร.บ.ปรองดองเพื่อนิรโทษกรรมตัวเอง หรือแม้กระทั่งแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจศาล องค์กรอิสระ และอำนาจประชาชน ก็จะต้องเชิญหน้ากับการต่อต้าน ไม่เฉพาะกลุ่มคนที่ไม่เอา พ.ต.ท.ทักษิณอย่างเดียว อาจมีกลุ่มคนที่อดีตเคยเอา พ.ต.ท.ทักษิณออกมาร่วมด้วย และยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่อาจได้ผลกระทบจากการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้เผชิญหน้าเซอร์ไพรส์อย่างคาดไม่ถึงจากมวลชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า คนเสื้อแดงเคยมองว่าเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปเพื่อต่อกรกับอำมาตย์แต่สรุปก็ไปจับมือกับอำมาตย์ เหมือนพันธมิตรฯ ที่เคยเอานายอภิสิทธิ์เข้าไปเพราะหวังจะปฏิรูปการเมือง แต่แล้วก็ไปจับมือนายเนวิน ทั้งหมดก็เป็นเพียงการรวมกลุ่มอำนาจเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจนานเท่าที่จะนานได้ เห็นแก่อำนาจมากกว่าประชาชน บทเรียนที่ได้คือ คนเสื้อแดงบางกลุ่มจะได้ตื่น ที่คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ก็จะตาสว่าง กลุ่มทุน อย่างไรก็คิดแค่จะมีอำนาจ มวลชนเป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ต่างกับการขึ้นสู่อำนาจของประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;การที่พันธมิตรฯไม่เคลื่อนมวลชน ทำให้เกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้น ทำให้พลังอำนาจของประชาธิปัตย์ หรือที่คนเสื้อแดงพูดว่าขบวนอำมาตย์ ไม่มีมวลชนออกมาเคลื่อนอย่างเต็มพิกัด ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีศัตรูเผชิญหน้าเป็นด่านแรก ก็เลยไม่ต้องรวมตัวสู้กับอะไร ก็มีแต่คนมีอำนาจเต็มว่าจะใช้อำนาจอย่างไร ในที่สุดก็เลือกปรองดองกับอำมาตย์เพื่อรักษาอำนาจไว้นานที่สุด แล้วความจริงก็ปรากฎ แต่ถ้าพันธมิตรฯออกมา คนเสื้อแดงก็จะรวมพลังกันสู้กับพันธมิตรฯ ถึงวันนี้ธาตุแท้ก็ยังไม่ออก มันเป็นสิ่งที่คุ้ม เสื้อแดงจะได้ตาสว่างว่าถูกหลอก สิ่งที่สู้มาจนกระทั่งมีการเสียชีวิต ทักษิณก็บอกว่ามันเป็นเพียงสิ่งปัญญาอ่อน&amp;quot; นายปานเทพ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายปานเทพ กล่าวเสริมว่า พ.ต.ท.ทักษิณคิดว่าการเจรจากับอำมาตย์คือคำตอบ โดยมองข้ามมวลชนเสื้อแดง โดยเห็นเป็นเรื่องเล็ก ตนคิดว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจแบบนี้ ด้านหนึ่งประเมินน้อยไปในฝ่ายต่อต้านตัวเองว่ามีจำนวนน้อย อีกด้านหนึ่งประเมินต่ำไปว่าสามารถเรียกมวลชนตัวเองออกมาได้มากเท่าเดิม แล้วเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง หากออกมา พันธมิตรฯเคลื่อน แล้วถ้านิรโทษกรรมครอบคลุมถึงฝ่ายทหาร เสื้อแดงเคลื่อน พ.ต.ท.ทักษิณจะเจอต่อต้านจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2QX99D6RYeo" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40615#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">การปรองดองแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">คนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3">ทักษิณ ชินวัตร</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2">พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%93-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95">พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 19:42:54 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40615 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40615</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ชาวบ้านเชียงรายเฮ ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราว “คดีฟ้อง 1.12 ล้าน” ค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/-P3XZ4DbMWc/40614</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;ศาลจังหวัดเชียงรายจำหน่ายคดีชั่วคราว กรณีบริษัทเอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1,120,000 บาท จากชาวบ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล ชี้ให้รอคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่ คดีชาวบ้านยื่นฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://prachatai.com/sites/default/files/u10/DSCF6711-s.jpg" alt="" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;จากการที่บริษัทพลังงานสะอาดดี 2 จำกัดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่น จ.เชียงราย เป็นจำเลยจำนวน 9 คน ฐานละเมิดเรียกค่าเสียหาย เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1160 / 2553 ศาลจังหวัดเชียงราย เรียกเงินกว่า 1,120,000 บาท จากเหตุที่ชาวบ้านไปชุมนุมคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่บ้านไตรแก้ว ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ต่อมาวันนี้ (21 พ.ค. 55) ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว โดยให้รอผลคำพิพากษาจากศาลปกครองเชียงใหม่ที่ชาวบ้านยื่นฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หากผลเป็นเช่นใดให้คู่ความขอยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาของศาลปกครองเป็นที่สุด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วานนี้ (21 พ.ค.55) เวลา 9.00 น. ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ศาลจังหวัดเชียงราย ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 1160 /2553 ที่บริษัท พลังงานสะอาดดี 2 จำกัด ยื่นฟ้องชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่นซึ่งรวมตัวชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เรียกค่าเสียหาย 1,120,000 บาท โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อกลางปี 2553 โดยในคำฟ้องระบุว่าการชุมนุมคัดค้านของกลุ่มชาวบ้านทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่ไม่สามารถก่อสร้างรั้วของโรงงานได้ตามเวลา จึงถูกผู้รับเหมาริบเงินมัดจำจำนวนกว่า 1,120,000 บาท และต่อมา กลุ่มชาวบ้านจำนวน 100 คนยื่นฟ้องคณะกรรมกำกับกิจการพลังงานต่อศาลปกครองเชียงใหม่เพื่อให้เพิกถอนใบอนุญาตฯ ที่ออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลจังหวัดเชียงรายมีชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ จำนวนกว่า 50 คนได้ร่วมเดินทางมาฟังการสืบพยานพร้อมกับจำเลยทั้ง 9 คนด้วย ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ไว้ชั่วคราว โดยเห็นว่าประเด็นในคดีเรื่องโต้แย้งว่าการออกใบอนุญาตฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นประเด็นสำคัญที่จะชี้ขาดข้อพิพาทในคดีนี้ จึงสมควรรอฟังผลคำพิพากษาคดีของศาลปกครองเชียงใหม่ที่กลุ่มชาวบ้านฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวเสียก่อน และเมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเป็นประการใด ให้โจทก์หรือจำเลยแถลงขอยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาของศาลปกครองเป็นที่สุด มิฉะนั้นถือว่าคู่ความไม่ติดใจดำเนินคดีนี้ ให้จำหน่ายออกจากสารบบความโดยเด็ดขาด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายบุญซ่น วงค์คำลือ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์กล่าวให้ข้อมูลว่า กรณีการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลนี้ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่น จ.เชียงราย ได้คัดค้านมาตั้งแต่เมื่อปี 2552 เพราะเห็นว่าการเข้ามาของโรงงานจะส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านส่วนใหญ่ โดยตลอดเวลาได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานราชการให้ตรวจสอบความถูกต้องของการอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลมาโดยตลอด&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พ.ค.54 สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่นจำนวน 100 คนได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยชีวมวล ของบริษัทพลังงานสะอาดดี 2 จำกัด ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เป็นคดีหมายเลขดำที่ 146 / 2554 และต่อเมื่อวันที่ 30 ส.ค.54 ศาลปกครองมีคำสั่งห้ามบริษัทก่อสร้างโรงงานไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ปัจจุบันบริษัทฯ จึงไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ได้&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;วันนี้การที่ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวนั้น พวกเราถือว่าภารกิจการต่อสู้เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตและทรัพยากรในท้องถิ่นยังไม่หมดลง เรายังคงจะร่วมกันเพื่อรักษาบ้านเกิดเราไว้ต่อไป แม้คำสั่งศาลเชียงรายจะเป็นผลดีกับเราบ้างก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวหรือกระทั่งคำสั่งศาลปกครองก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้หากพวกเรานิ่งเฉยไม่ทำอะไรต่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายบุญซ่นกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายพนม บุตะเขียว ทนายความเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดมาจากการใช้สิทธิชุมนุมของพี่น้องกลุ่มอนุรักษ์ฯ ในคัดค้านโรงงานไฟฟ้าฯ ที่จะเข้ามาตั้งอยู่บริเวณชุมชนของตน เพื่อปกป้องวิถีชีวิตเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่รวมถึงผลกระทบที่อาจตามมา ทำให้ชาวบ้านถูกฟ้องร้องเป็นคดีนี้ โดยตลอดมากลุ่มชาวบ้านได้ใช้แนวทางการต่อสู้โดยอาศัยเรื่องสิทธิชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้เป็นฐานในการต่อสู้คดีมาโดยตลอด ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิชุมชนของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;เราเห็นว่า การเข้ามาตั้งอยู่ในชุมชนของโรงงานไฟฟ้าฯ ประชาชนในพื้นที่อาจจะได้รับผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พวกเขาควรมีสิทธิในการตัดสินใจในการเข้ามาของโรงงานฯที่จะเข้ามาอยู่ในชุมชนของพวกเขาไม่น้อยกว่า 20 ปี จึงได้เข้ามาร่วมทำงานกับชาวบ้านกลุ่มอนุกรักษ์ฯ ในคดีนี้&amp;rdquo; นายพนมกล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;นายพนมกล่าวด้วยว่า การที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้เป็นการชั่วคราว ส่วนหนึ่งก็เป็นผลดีกับชาวบ้านที่ลดภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการเดินทางมาศาลของชาวบ้านตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังถือว่าภารกิจของชาวบ้านในการรักษาบ้านเกิดของพวกเขายังไม่ได้หมดลง ประชาชนยังคงต้องติดตามและจับตาเรื่องราวเหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้ยังมีคดีที่บริษัทฯ ฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเหนือ ที่ส่งหนังสือขอให้ยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายปยังหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทอีก 1 คดีที่ศาลนี้ด้วย&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/-P3XZ4DbMWc" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40614#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2">กลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถิ่น จ.เชียงราย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7">จำหน่ายคดีชั่วคราว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ฟ้องเรียกค่าเสียหาย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87">ศาลปกครอง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%97">หมิ่นประมาท</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99">เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5">โรงไฟฟ้าชีวมวล</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 19:33:35 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40614 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40614</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ร้อง “ชมรมเสียงสตรีฯ” ถูกอิทธิพลคุกคามปมปัญหาที่ สปก.</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/uWqINdry8sI/40613</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;&amp;nbsp;Bee Sangtawan&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0.0001pt; "&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ พบ &amp;ldquo;ลดาวัลลิ์&amp;rdquo; ประธานชมรมเสียงสตรีฯ ร้องปัญหาถูกข่มขู่คุกคาม-แย่งชิงพื้นที่เกษตรจากกลุ่มอิทธิพล แจงไม่ใช่แค่สู้เพื่อทำกิน แต่หวังพัฒนาศักยภาพตัวเอง-ชุมชนให้เข้มแข็ง รักษาที่ดินเป็นมรดกสู่ลูกหลาน&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://farm8.staticflickr.com/7213/7243379586_acf927c436.jpg" alt="" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;เมื่อวันที่ 20 พ.ค.55 เวลา 13.00 น.ตัวแทนกลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้จำนวน 20 คนนำโดยนางอุบล จันทร์ดำ และนางสาวชูศรี โอฬากิจ จากชุมชนไทรงามพัฒนา ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี เดินทางเข้าพบนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทยที่ศาลาประชาคม อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชร่วมกับเครือข่ายกลุ่มสตรีอำเภอทุ่งใหญ่และอำเภอใกล้เคียง เพื่อรับฟังนโยบายการทำงานของชมรมเสียงสตรีที่มีเป้าหมายการทำงานมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของสตรีรวมทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสตรีในทุกๆ ด้านสร้างความเท่าเทียมและส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงให้เป็นคนดีมีคุณค่าต่อสังคม&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ตัวแทนกลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ได้มีการร้องเรียนต่อนางลดาวัลลิ์ถึงปัญหาความเดือดร้อนที่กำลังประสบอยู่ ทั้งเรื่องการถูกข่มขู่คุกคาม การถูกแย่งชิงพื้นที่ทำการเกษตรจากกลุ่มอิทธิพลและการถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นบางคนที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในพื้นที่&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ในเบื้องต้นหลังจากรับทราบปัญหาและข้อเรียกร้อง นางลดาวัลลิ์ ได้แนะนำให้ทำหนังสือพร้อมรายละเอียดส่งมาที่ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย โดยรับปากจะติดตามดูแลในเรื่องนี้ถึงแนวทางในการแก้ปัญหาซึ่งได้สร้างความพอใจให้กับกลุ่มตัวแทนสตรี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;รู้สึกดีมากที่ได้มาพบพูดคุยกับท่านประธานชมรมเสียงสตรี เพราะคิดว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการขับเคลื่อนที่ผู้หญิงสามารถทำได้และรู้สึกมีกำลังใจมั่นใจในพลังของผู้หญิงมากขึ้น&amp;rdquo; นางอุบล จันทร์ดำหนึ่งในตัวแทนกลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้กล่าว&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 15.00 น.นางลดาวัลลิ์ วงศ์สรีวงศ์ ก็ได้เดินทางไปกราบนมัสการร่างหลวงพ่อนวล ที่วัดประดิษฐาราม ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ กลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ได้ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องที่ดินทำกินของสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ในพื้นที่โฉนดชุมชนนำร่อง 7,500 ไร่ตามนโยบายของรัฐบาล บนพื้นที่ สปก.ใน ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี แต่ต้องประสบปัญหาการถูกข่มขู่ คุกคามจากกลุ่มอิทธิพลกลุ่มต่างๆ อย่างไรก็ตามแรงกดดันทำให้เกิดการรวมพลังของกลุ่มผู้หญิงในชุมชนขึ้นอย่างเป็นรูปแบบ เพื่อลุกขึ้นมาต่อต้านความไม่เป็นธรรมและเรียกร้องสิทธิของตัวเอง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สวามินี สมาชิกกลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ กล่าวว่า เป้าหมายของกลุ่มฯ ไม่ใช่แค่ได้ที่ดินทำกินอย่างเดียว แต่เมื่อได้ที่ดินทำกินมาแล้วจะต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองและชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สามารถรักษาที่ดินเป็นมรดกสู่รุ่นลูกหลาน นี่คือโจทย์ที่เหล่าสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ต้องร่วมกันคิด ดังนั้นการเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทยและกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กลุ่มสตรีให้ความสนใจ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/uWqINdry8sI" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40613#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-0">นักข่าวพลเมือง</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1">สิ่งแวดล้อม</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">กลุ่มสตรีสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%95">สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99">โฉนดชุมชน</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 18:55:41 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40613 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40613</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>กสทช. คลอดเกณฑ์จัดระเบียบวิทยุชุมชน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/efBEKKbzP3w/40612</link>
 <description>&lt;p&gt;มติกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ผ่านร่างหลักเกณฑ์ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง เตรียมความพร้อมสู่การออกใบอนุญาตตามแผนแม่บท คาดประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;(21 พ.ค.55) พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) แถลงข่าว ผลการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ว่า ที่ประชุม กสท. มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ซึ่งร่างประกาศฯ หลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการจัดระเบียบวิทยุกระจายเสียงของประเทศไทย โดยนำเอากลุ่มวิทยุกระจายเสียงที่เป็นผู้ทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง และผู้ที่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไว้แล้ว ตั้งแต่สมัย กทช. จนถึงวันวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555 (ตามมติ กสท. ครั้งที่ 16/2555) จำนวนกว่า 7,000 สถานี เข้าเตรียมความพร้อมไปสู่การออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง   ตามข้อกำหนดของแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่กำหนดให้ต้องดำเนินการออกใบอนุญาตวิทยุกระจายเสียงภายใน 2 ปี นับแต่มีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;สาระสำคัญของร่างประกาศจะกำหนดประเภทการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระเสียง เป็น 3 ประเภท คือ บริการสาธารณะ บริการชุมชน และบริการทางธุรกิจ การกำหนดคุณสมบัติการเป็นผู้ทดลองประกอบกิจการฯ โดยกำหนดระยะเวลาในการทดลองประกอบกิจการ 1 ปี หากจะมีการต่อเวลา จะต้องพิจารณาจากประวัติการทดลองประกอบกิจการว่าจะต้องไม่ขัดต่อเงื่อนไขการทดลองการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ในส่วนของมาตรฐานทางเทคนิค ร่างประกาศฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่ไว้ว่า กำลังส่งออกอากาศ ไม่เกิน 200 วัตต์ ความสูงของสายอากาศวัดจากจุดสูงสุดของสายอากาศถึงพื้นดินไม่เกิน 40 เมตร รัศมีการให้บริการไม่เกิน 15 กิโลเมตร และมาตรฐานเครื่องส่งต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้เพื่อให้ควบคุมคุณภาพสัญญาณให้ดีไม่รบกวนกันดังเช่นในปัจจุบัน   จากนั้นจะนำร่างประกาศฉบับนี้เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.nbtc.go.th"&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;www.nbtc.go.th&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt; เพื่อเชิญชวนและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในวันที่ 22 พฤษภาคม ถึง 7 กรกฎาคม 2555 จากนั้นจะนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างประกาศแล้วนำเสนอที่ประชุม กสท. เพื่อพิจารณา และเสนอที่ประชุม กสทช. เพื่อทราบ คาดว่าประมาณเดือนสิงหาคม จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. ยังได้มีมติผ่านหลักเกณฑ์การทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงสำหรับการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง โดยที่ประกาศฉบับนี้รับรอง 2 กระบวนการ คือ 1. การรับทดสอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงสำหรับการทดลองประกอบกิจการ 2. การรับจดทะเบียนห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงสำหรับการทดลองประกอบกิจการ ส่งผลให้ ต่อไปนอกจากจะส่งเครื่องฯ มาทดสอบที่ สำนักงาน กสทช. แล้วยังสามารถส่งเครื่องฯ ไปทดสอบยังห้องปฏิบัติการภายนอกที่ผ่านการรับจดทะเบียนจากสำนักงาน กสทช. ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ประชุม กสท. ยังได้มีมติไม่อนุญาตให้นำเข้าเครื่องรับสัญญาณ (Set Top Box) ตามที่มีบริษัทขอมา เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเครื่องรับดังกล่าวเป็นเครื่องรับเครื่องหมายสัญญาณ ตัวหนังสือ ภาพและเสียงหรือการอื่นใด ซึ่งสามารถให้เข้าใจในความหมายด้วยคลื่นความถี่ อันเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมตามคำนิยามใน พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้นการนำเข้าจึงต้องได้รับใบอนุญาต แต่โดยที่ กสท. พิจารณาการนำเข้าเครื่องรับสัญญาณตามคำขอแล้วเห็นว่า การนำเข้าดังกล่าวบริษัทฯ ต้องการจะนำไปใช้รับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ย่านความถี่ 470 &amp;ndash; 790 MHz ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลมาก่อน จึงมีมติไม่อนุญาตให้นำเข้าเครื่องรับสัญญาณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/efBEKKbzP3w" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://prachatai.com/journal/2012/05/40612#comments</comments>
 <category domain="http://prachatai.com/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5-0">ไอซีที</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%8A">กสทช.</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ</category>
 <category domain="http://prachatai.com/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99">วิทยุชุมชน</category>
 <pubDate>Mon, 21 May 2012 18:53:23 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user13</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">40612 at http://prachatai.com</guid>
<feedburner:origLink>http://prachatai.com/journal/2012/05/40612</feedburner:origLink></item>
</channel>
</rss>

