<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" media="screen" href="/~d/styles/rss2full.xsl"?><?xml-stylesheet type="text/css" media="screen" href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0" xml:base="http://www.prachatai3.info">
<channel>
 <title>ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์</title>
 <link>http://www.prachatai3.info</link>
 <description />
 <language>th</language>
<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" type="application/rss+xml" href="http://feeds.feedburner.com/prachatai" /><feedburner:info uri="prachatai" /><atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com/" /><feedburner:emailServiceId>prachatai</feedburner:emailServiceId><feedburner:feedburnerHostname>http://feedburner.google.com</feedburner:feedburnerHostname><item>
 <title>ต้นปีหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำกลุ่มยานยนต์พุ่ง 400 บาทต่อวัน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/FdBeep_8CoQ/31048</link>
 <description>&lt;p&gt;ผอ. สถาบันยานยนต์เผยแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่เพียงพอ ผลิตสินค้าไม่ทัน เร่งดึงแรงงานเสริมทัพจูงใจด้วยค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ระบุปัญหาระบบอาชีวะผลิตคนไม่ทัน&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ระบุนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่าขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เพิ่มค่าแรงให้แก่แรงงานไร้ฝีมือจากวันละ 300 บาทในช่วงต้นปีเป็นวันละ 400 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อจูงใจให้แรงงานเข้ามาสู่อุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น เนื่องจากมียอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาค่อนข้างมาก แต่แรงงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน ทำให้บางรายไม่สามารถผลิตสินค้าส่งไม่ทัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีดึงแรงงานลักษณะนี้ จนมีแรงงานจากกลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มไหลเข้ามาภาคยานยนต์โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ากำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 8 แสนคัน จากขณะนี้ 1.6 ล้านคันต่อปี เนื่องจากมีโรงงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีกโดยเฉพาะรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) และรถกระบะรุ่นใหม่ที่จะทยอยวางตลอดช่วงปีหน้า ซึ่งการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ปรับสูงขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้แรงงานในระดับช่างไม่พอ ระบบอาชีวะผลิตคนไม่ทัน ทางอุตสาหกรรมจึงต้องการพัฒนาแรงงานในระดับล่างที่มีประสบการณ์ ให้ขึ้นมาเป็นแรงงานในระดับช่างมากขึ้น เพราะค่าแรงในระดับ 400 ถือว่าสูงมาก ไม่เคยมีมาก่อน และก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดึงแรงงานกันโดยต้องเพิ่มค่าแรงไปมากกว่านี้ หรือสูงขึ้นระดับ 500 บาทต่อวัน เพราะค่าแรงปรับแล้วลงยาก&amp;rdquo; นายวัลลภกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.dailynews.co.th"&gt;http://www.dailynews.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/FdBeep_8CoQ" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31048#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3">อุตสาหกรรมยานยนต์. ค่าแรงขั้นต่ำ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/economic">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/labour">แรงงาน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31048</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 20:26:17 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31048 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31048</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ศอฉ.วางแผนรับมือเฝ้าระวัง12-19 ก.ย.ขนกำลังตร.3 พัน ทหารรอเสริมทัพ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/bBtIlHzTfks/31047</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284115993&amp;amp;grpid=&amp;amp;catid=01"&gt;เว็บไซต์มติชน&lt;/a&gt;รายงานว่า เมื่อ เวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุม ศอฉ. พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ จันโอชา รองผบ.ทบ. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ผบ.ตร. นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ผู้แทนเกหล่าทัพ ประชุมประเมินสถาณการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆในช่วงเดือนกันยายน ที่ใกล้ครบรอบการรัฐประหาร 19 กันยายน ต่อมาเวลา 16.40 น. พ.ต.ท.ทรงพล วัธนะชัย รองผบ.อำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงว่า ในส่วนของสตช.ได้นำเสนอมาตรการ และแผนการรักษาความสงบกรณีกลุ่มชุมนุมที่ใช้ชื่อเรียกต่างๆที่จะชุมนุม ระหว่างวันที่ 12-19 กันยายนนี้ โดยจะมีมีศูนย์บัญชาการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บชน.) ทั้งนี้ ศอฉ.โดยนายสุเทพได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้สตช.วางมาตรการดูแลความเรียบ ร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน โดยจะดำเนินการทั้งในส่วนตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค โดยพล.ต.อ.วิเชียร ได้วีโอลิงค์ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลภาค และภูธรภาคต่างๆค่ำวันที่ 9 ก.ย.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พ.ต.ท.ทรงพล กล่าวต่อว่า สำหรับกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องมีดังนี้ วันที่ 12 กันยายน จะมีการชุมนุมของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง จัดกิจกรรมที่พระบรมราชานุสาวรีรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี โดยจะมีการใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 200 คัน ขับขี่ไปตามเส้นทางถนนราชดำริ ผ่านราชประสงค์ สามเหลี่ยมดินแดง และไปยังอนุสาวรีชัยสมรภูมิ โดยจะมีจะมีกองบัญชาการตำรวจนครบาลชน 5 บัญชาการเหตุการณ์ นอกจากนี้วันที่ 17 กันยายน จะมีกลุ่มวันอาทิยต์สีแดงและกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยนัดวางดอกไม้ที่หน้าเรือนจำทั่วประเทศ ในกทม.คือเรือนจำคลองเปรม วันที่ 18 กันยายน จะมีขบวนการแรลลี่รถ 50 คัน ออกจากห้ามอิมเรียลลาดพร้าวไปที่หมายที่จ.เชียงใหม่ และวันที่ 19 กันยายน จะมีการจัดกิจกรรมอะราวเดอะเวิลล์ 4 ปีรัฐประหาร ที่ราประสงค์ โดยส่วนนี้บชน.มอบให้ผผบก.ในพื้ที่ที่รับผิดชอบบัญชาการ โดยจะมีบก.น. 5 รับผิดชอบ ทั้งราชประสงค์ ลานพระบรมรูปทรงม้า และบก.น. 2 รับผิดชอบพื้นที่เรือนจำ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พ.ต.ท.ทรง พล กล่าวว่า ด้านการจัดวางกำลัง จะระดมกำลังกองร้อยปราบจลาจล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ใช้กำลังตำรวจทั้งสิ้น 3,072 นาย ภายใตชื่อแผน รักษาความปลอดัภยระหว่างการชุมนุม 12-19 กันยายน จะมีการจัดเตรียมทั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว อีกส่วนเป็นกำลังสนับสนุน โดยแต่ละบก.จะจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อสนับสนุนการปฏบิติ ส่วนมาตรการการดำเนินการทางกฎหมาย ผบ.ตร.ได้ให้นโยบายหลักๆไว้ ว่า มาตรการดำเนินการขั้นแรก จะใช้เจรจาและขอร่วมมือให้ชุมนุมโดยความเรียบร้อย ส่วนมาตรการสุดท้ายถ้าฝ่าฝืน จะมีการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: เว็บไซต์มติชน&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/bBtIlHzTfks" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31047#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99">พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%89">ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93">สุเทพ เทือกสุบรรณ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/security">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31047</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 20:16:46 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31047 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31047</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>แทนที่ศีลธรรมแบบพ่อด้วยศีลธรรมแห่งมนุษย์</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/6lQr7u0JLLw/31046</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;เอกศักดิ์ ยุกตะนันทน์&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เป็นคำที่มีนัยบ่งถึงการให้ ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรัก ซึ่งโดยอุดมคติแล้วควรจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์ แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;มนุษย์ทุกคนต้องการความเคารพยกย่องจากผู้อื่นว่ามีเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ที่เท่าเทียมกัน นี่คือที่มาของพันธะทางศีลธรรมของการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาค แต่สังคมแห่งความเสมอภาคก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นได้ง่ายๆ&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;(คงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะครอบครองอำนาจ และสิ่งที่น่าปรารถนาต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน) แม้ลัทธิสังคมนิยม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;จะเคยพยายามเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่ยังเคยประสบความสำเร็จ (และดูเหมือนว่าความหวังเช่นนั้นก็จบสิ้นไปแล้วในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่) และด้วยการครอบครองที่ไม่เท่าเทียมกัน ด้วยความรัก ความหลงตนเอง มนุษย์ก็ยังสามารถยกตนเองเหนือกันและกันเป็นชั้นๆ และสร้างวาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ที่ทำให้ผู้ที่อยู่ต่ำลงมาเป็นชั้นๆ ยอมรับฐานะลดหลั่นเช่นนั้น วาทกรรมดังกล่าวมีพันธะทางศีลธรรมที่บิดเบือนเป็นแกนกลาง หมายความว่า เราอาจจะคิดว่าเราควรสร้างสังคมที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่ถ้าพันธะทางศีลธรรมถูกเข้าใจอย่างผิดพลาดบิดเบือน เราอาจคิดว่าเรามีพันธะทางศีลธรรมต่อการรักษาสังคมแบบชนชั้นแทนก็เป็นได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;นักสังคมวิทยาเรียกระบบชนชั้นในสังคมไทยว่าระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;เพื่อที่จะแสดงว่าระบบชนชั้นแบบนี้มีพันธะทางศีลธรรมบางอย่างเป็นแกนกลาง เพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางจิตใจระหว่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ปกติคำว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ชนชั้น&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; หมายความว่ามีกลุ่มคนที่มีอำนาจเหนือผู้อื่นและใช้อำนาจนั้นบังคับขูดรีดเอาผลประโยชน์จากกลุ่มคนที่ไร้อำนาจ นั่นคือระบบชนชั้นแบบดิบๆ ที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีความรู้สึกของความสัมพันธ์ทางจิตใจต่อกัน ดังนั้นจึงไม่มีพันธะทางศีลธรรมต่อกัน ระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ไม่ใช่ระบบดิบๆ เช่นนั้น &lt;i&gt;คำว่า &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;อุปถัมภ์&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เป็นคำทางศีลธรรม แสดงความเมตตาและการให้ความช่วยเหลือ ต่อผู้ที่มีน้อยกว่าตน สร้างให้เกิดพันธะทางศีลธรรมต่อผู้ที่ได้รับการอุปถัมภ์ ที่จะต้องตอบแทนต่อผู้ให้การอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; นักสังคมวิทยาจะกล่าวว่า&lt;b&gt;&lt;i&gt;ระบบอุปถัมภ์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของไทยมีศีลธรรมคือ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; &amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;เมตตาธรรม&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; และ &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ความกตัญญู&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เป็นแกนกลางของความสัมพันธ์ แต่แม้กระนั้นความมีชนชั้น คือความแตกต่างกันในอำนาจ และการขูดรีดผลประโยชน์ ที่ผู้อยู่เหนือเอาจากผู้อยู่ล่าง ก็ยังคงมีอยู่เป็นธาตุแท้ของความสัมพันธ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;จิตวิทยาเบื้องหลังความสัมพันธ์ทางสังคมแบบนี้ก็คือ ความรักความหลงในตนเองว่ามีค่าและอยู่เหนือผู้อื่นของผู้ให้การอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;และความรู้สึกต่ำต้อยต้องการที่พึ่งพิง ความไร้ความเชื่อมั่นในตนเอง &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของผู้รับการอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เป็นไปได้ว่าในระบบนี้ &lt;i&gt;พันธะทางศีลธรรมที่มีระหว่างกัน จะพัฒนาไปถึงขีดสูงสุด จนการขูดรีดที่ผู้อยู่ข้างบนกระทำต่อผู้อยู่ข้างล่าง เป็นไปในขอบเขตที่น้อยที่สุด หรือไม่มีการขูดรีดตามความหมายปกติเลย คือ ผู้ให้อาจมีเมตตาอย่างสูงสุด คือให้ได้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีทรัพยากรที่จะใช้กระทำ&lt;/i&gt; &lt;u&gt;เหลือความเป็นชนชั้นอยู่แต่เพียงในความแตกต่างกัน ของระดับของเกียรติและศักดิ์ศรี และอำนาจที่ผู้ที่อยู่ข้างบนจะกำหนดความถูกผิด และความน่าปรารถนาไม่น่าปรารถนาต่างๆ ให้ผู้อยู่ข้างล่างต้องยึดมั่นตาม ด้วยพันธะของความกตัญญู จนสูญเสียอำนาจ ในการกำหนดคุณค่าในชีวิตของตนเอง&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เราจะเรียกระบบศีลธรรมที่มี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;เมตตาธรรม&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; และ &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ความกตัญญู&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; นี้เป็นแกนกลางว่าอย่างไรดี&lt;/span&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; คำว่าระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;มุ่งเน้นที่ความเป็นชนชั้น ที่มีระบบศีลธรรมแบบนั้นเป็นตัวยึดเหนี่ยว แต่ตอนนี้ เราต้องการที่จะเน้นที่ตัวระบบศีลธรรมนี้เอง ในฐานะที่สร้างผลให้เกิดความต่างในระดับของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของคนในสังคม และสร้างความเป็นชนชั้นตามขึ้นมา นั่นก็คือเราต้องการสลับที่การเน้นและสลับความสัมพันธ์ทางตรรกะ &lt;b&gt;&lt;i&gt;ระบบศีลธรรมนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นผู้ให้ การเป็นผู้รับ และการใช้อำนาจ ดังนั้นต้นแบบที่ดีที่สุดคือครอบครัว เพราะพ่อแม่&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เป็นผู้ให้กับลูก แต่ก็ใช้อำนาจกับลูก ดังนั้นขอให้เรียกระบบศีลธรรมแบบนี้ว่า &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;rdquo;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; แม้อาจจะเรียกแบบเต็มๆได้ว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อแม่&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; แต่จะขอใช้ตามการใช้ของวิชาสังคมวิทยาที่เรียกสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ว่า &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;สังคมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&amp;rdquo; &lt;span lang="TH"&gt;(&lt;/span&gt;patriarchal society&lt;span lang="TH"&gt;) และจะถือว่าแม่คือผู้ได้รับอำนาจและทรัพยากรในการให้ต่อลูกมาจากพ่อ &lt;i&gt;คำว่า &lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เป็นคำที่มีนัยบ่งถึงการให้ ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรัก ซึ่งโดยอุดมคติแล้วควรจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์ แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เราอาจบรรยาย &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;พ่อ&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; ในฐานะต้นแบบทางศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ได้ดังนี้ พ่อคือผู้ที่ใช้แรงกายแรงปัญญา แสวงหาทรัพยากรของความอยู่ดีกินดีของตนเองและครอบครัว พ่อส่งผ่านทรัพยากรไปให้แม่ เพื่อใช้ในการดูแลลูก ลูกเป็นผู้รับ เพราะไม่อาจแสวงหาทรัพยากรของชีวิตด้วยตนเองได้ พ่อคือต้นกำเนิดของความดีทั้งมวล เพราะพ่อคือผู้ให้คนแรก โดยมีแม่เป็นผู้ให้คนที่สอง เพราะเป็นผู้สนับสนุนภารกิจของพ่อ ลูกคือผู้รับ การให้คือความดี ดังนั้นลูกคนที่หนึ่งจะยังไม่มีความดีในตนเอง แต่เมื่อครอบครัวขยายออก ลูกคนโตสามารถกลายเป็นผู้ให้ต่อน้อง เขาได้ความดีในฐานะผู้ให้ต่อน้อง เขาเป็นผู้ช่วยพ่อ สร้างชีวิตที่ดีให้กับลูกคนอื่น ความดีนี้เกิดขึ้นเป็นขั้นๆ ไปตามอำนาจในการสร้างชีวิตที่ดีให้กับผู้อื่น พี่คนรองๆ สามารถให้ต่อน้องไปเรื่อยๆ จึงมีความดีลดหลั่นลงมา จนถึงน้องคนสุดท้อง แต่น้องคนสุดท้องคือผู้ที่รับเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีใครอยู่ต่ำกว่าที่เขาจะมีบทบาทเป็นผู้ให้อีกแล้ว การสร้างความดีระหว่างกันของลูกๆ และการที่พี่ให้ต่อน้อง คือการกตัญญูตอบแทนพระคุณพ่อ เพราะไม่มีอะไรที่พ่อต้องการกลับจากลูก พ่อคือผู้ที่ครอบครองฐานชีวิตทุกอย่างอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พ่อต้องการตอบจากลูก คือการให้ระหว่างกัน เพราะพ่อต้องการความสุขของลูกทุกคน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ในสังคมไทยเราได้ยินเสียงของวาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ทางศีลธรรมแบบนี้ตลอดเวลา เราถูกเรียกร้องให้สร้างความดีต่อกัน ในฐานะความกตัญญูต่อผู้ให้สูงสุด ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของความดี ในชีวิตของคนทุกคน &lt;u&gt;ความดีระหว่างเรา ไม่ได้เกิดด้วยเหตุแห่งความรักระหว่างเรา เท่ากับที่เกิดจากความรัก และความกตัญญูตอบ ต่อผู้ที่ให้ทุกสิ่งต่อเรา&lt;/u&gt; &lt;b&gt;สรุปก็คือ ในวาทกรรมนี้พ่อ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;คือต้นแบบของความดีงามทางศีลธรรม แต่วาทกรรมนี้ก็มีนัยว่า ความดี หรือเกียรติ หรือคุณค่าของคน มีไม่เท่ากัน หากแต่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามการครอบครองทรัพยากร ซึ่งกลายมาเป็นอำนาจของการให้ คนที่ไม่อาจให้อะไรต่อใครได้ เพราะเขาคือผู้ที่ขาดแคลน ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความดีอยู่เป็นสมบัติของตนเองเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;สิ่งที่ยังต้องเติมเข้าไปในภาพอุปมาอุปมัยดังกล่าว ก็คือ อำนาจที่มีเหนือกันเป็นขั้นๆ พ่อถือครองอำนาจสูงสุด ลูกจะต้องเคารพบูชาเชื่อฟังพ่อ ในฐานะพันธะของความกตัญญู พ่อกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่ลูกจะต้องทำตาม ไม่มีสิทธิโต้เถียงตั้งคำถาม และพี่ก็มีอำนาจเดียวกันเช่นนั้นเหนือน้อง ลูกที่ดื้อดึงเกเรไม่เชื่อฟังหรือบังอาจตั้งคำถามโต้เถียง ก็ย่อมถูกลงโทษ และประณามว่าอกตัญญู &lt;i&gt;เมื่อการถืออำนาจเหนือลูกเข้ามาเป็นเงื่อนไขประกอบของการให้ ความรัก&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของพ่อก็ย่อมไม่บริสุทธิ์จริง พ่อที่รักลูกอย่างบริสุทธิ์ย่อมไม่สร้างความแตกต่างในอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่สร้างความแตกต่างแบบฟ้ากับดิน แต่ย่อมปรารถนาที่จะก้าวลงมาสู่ความสัมพันธ์ที่เสมอกันฉันท์เพื่อนกับลูก ยอมรับได้ว่าบางครั้งพ่อก็ผิด และขอโทษลูกได้ ยอมรับได้ว่า สิ่งที่พ่อกล่าวว่าดีสำหรับลูก ลูกอาจเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีจริงสำหรับตน ซึ่งหมายความว่า ในความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่ ลูกจะต้องไม่สูญเสียตัวตน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; วาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ที่เรียกร้องความกตัญญูจนลูกสูญเสียตนเอง จึงไม่ใช่ศีลธรรมที่บริสุทธิ์จริง&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;ดังนั้นความสัมพันธ์ทางศีลธรรมในระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;จึงเป็น&lt;b&gt;&lt;i&gt;ศีลธรรมที่จอมปลอม&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ภาพยนตร์เพลงของวอลท์ดิสนีย์เรื่อง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; Mary Poppins&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;แสดงการเปลี่ยนของสังคมตะวันตก จากสังคมพ่อเป็นใหญ่ หรือ ครอบครัวแบบพ่อใช้อำนาจต่อลูก มาสู่สังคมที่เสมอภาค หรือครอบครัวที่พ่อเสมอกับลูกๆ ได้อย่างน่ารักสนุกสนาน พ่อทำงานธนาคาร แม่เป็นแม่บ้าน พ่อกำหนดทุกอย่างในบ้าน แม่ไม่เคยเถียงพ่อตรงๆ แต่แม่ก็ออกจากบ้าน ไปร่วมขบวนการเรียกร้องความเสมอภาคในสิทธิทางการเมืองของสตรี พ่ออยากสอนลูกให้เห็นค่าของเงิน และการทำธุรกิจ จึงให้เงินลูกเพื่อนำไปฝากธนาคารที่ตนทำงาน แต่ลูกต้องการเอาเงินไปให้ขอทาน พ่อบังคับให้ลูกทำตามสิ่งที่ตนเห็นว่าดี แต่ในที่สุดลูกก็ดื้อทำตามใจตนเองแบบเด็กๆ ไปตะโกนขอถอนเงินจากธนาคาร เกิดความโกลาหล ลูกค้าคนอื่นเกิดความตระหนก ว่าธนาคารจะไม่ยอมคืนเงินฝาก แห่กันถอนเงินตาม ธนาคารจึงล่มในวันนั้นเอง พ่อถูกไล่ออกจากงาน จึงสำนึกในความโง่ ในการใช้อำนาจบังคับให้ลูกยอมรับความคิดและค่านิยมของตน ทั้งๆ ที่ลูกมีคุณค่าอื่นอยู่ในใจเป็นของตนเอง เมื่อสำนึกแล้วจึงลงมาชวนลูกไปเล่นว่าว ซึ่งลูกรอคอยมานาน เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน และความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ในการเรียนรู้ทางศีลธรรมของเด็ก &lt;span style="display: none;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ครอบครัวและการให้ของพ่อแม่คือต้นแบบของศีลธรรมจริงๆ ไม่ใช่แค่ในเชิงของอุปมาอุปมัยเพื่ออธิบายศีลธรรมในสังคม แต่การให้ของพ่อแม่ต้องบริสุทธิ์ อยู่เหนือความปรารถนาที่จะมีอำนาจเหนือลูก เพราะเมื่อนั้นศีลธรรมที่ลูกมีต่อผู้อื่นก็จะเป็นการให้ที่บริสุทธิ์เช่นกัน มิใช่เพราะต้องการความเหนือกว่าในอำนาจ หรือในเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นการตอบแทน แต่ในศีลธรรมของระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;นิยม การที่ผู้ให้การอุปถัมภ์เรียกร้องเอาอำนาจเหนือผู้รับการอุปถัมภ์ ถือตนว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรีเหนือกว่า คือตัวธรรมชาติธาตุแท้ของระบบดังกล่าว ระบบอุปถัมภ์คือระบบชนชั้น ระบบชนชั้นคือการมีอำนาจและเกียรติยศศักดิ์ศรีที่ไม่เท่าเทียมกัน ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ การมีสถาบันชั้นสูงที่เป็นผู้อุปถัมภ์ชนชั้นล่าง แต่อยู่เหนืออำนาจการวิพากษ์วิจารณ์ของชนชั้นล่าง พ่อแม่ที่กำหนดวิถีชีวิตของลูก ครูบาอาจารย์ที่ไม่อนุญาตให้ศิษย์โต้เถียงแสดงความคิดเห็นของตนเอง ซึ่งบังคับเอาจากพันธะทางศีลธรรมของความกตัญญู การที่ผู้สมัครเลือกตั้งใช้อำนาจเงินซื้อเสียงได้เสมอ ก็เพราะอาศัยพันธะของความกตัญญู ภายใต้วาทกรรม&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;นี้เอง เราจะเห็นการให้ที่ผู้ให้บังคับเอาอำนาจเหนือผู้รับ อยู่ในทุกกรณีของความสัมพันธ์ทางสังคมแบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;นิยม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;แต่การเปิดเผยให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในอำนาจ และความไม่บริสุทธิ์ของการให้ ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเอาชนะระบบศีลธรรมแบบชนชั้น ตราบใดที่เรายังไม่อาจเอาชนะความคิดว่า ความดีงามทางศีลธรรมเกิดจากอำนาจของการให้ในสิ่งที่มีค่าน่าปรารถนาต่อผู้ที่ขาดแคลน ตราบนั้นเกียรติยศ คุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้คนในสังคมย่อมไม่มีวันเสมอภาคเท่าเทียมกัน บทเรียนจากวิชาจริยศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ขอให้เรามาพิจารณากันอย่างละเอียดที่สุด ถึงผลตามนัยของความคิดว่าค่าทางศีลธรรมของบุคคลอยู่ที่อำนาจของการให้&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;ความคิดเช่นนี้มีอยู่จริงในสังคม และแสดงออกผ่านคำพูดว่า &amp;ldquo;ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน&amp;rdquo; ซึ่งหมายความว่าใครสร้างผลงานเป็นความดีในสังคมได้มากเท่าไร คน ๆ นั้นก็ย่อมมีค่ามากขึ้นเท่านั้น คำพูดนี้ฟังดูธรรมดา แต่เราก็จะรู้สึกถึงความจอมปลอมของมัน ทันทีที่เรานำความคิดนี้มาใช้ เพราะตามความคิดนี้ หมอมีค่ามากกว่าพยาบาล เพราะหมอมีอำนาจในการรักษาความป่วยไข้ได้มากว่าพยาบาล อาจารย์มหาวิทยาลัยย่อม มีค่ากว่าอาจารย์โรงเรียนมัธยม ประถม อนุบาล ไปตามลำดับ และอาจารย์ย่อมมีค่ามากกว่าภารโรง อย่างเทียบกันไม่ได้ เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของอาชีพต่างๆ ต่อสังคมได้ไม่ยาก และคนก็มีค่าลดหลั่นกันไป ตามความรู้ความชำนาญ สถานะและบทบาทในสังคม ด้วยศีลธรรมอันบิดเบี้ยวเท่านั้น ที่จะทำให้เราเห็นจริงเห็นจังไปกับความคิดเช่นนี้ได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;แต่อย่าคิดว่าความคิดเช่นนี้ห่างไกลจากตัวเรา ซึ่งเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย มองดูความหยิ่งทะนงและภาคภูมิใจในตัวเองของคุณ คุณทะนงว่าคุณเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ย่อมเหนือกว่านักเรียนพาณิชย์หรือนักเรียนอาชีวะ เพียงเพราะคุณชนะเรียนเก่งกว่า หรือเพราะคุณคิดว่าในอนาคตต่อไป คุณจะเป็นคนที่มีอำนาจ ที่จะทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมมากกว่าพวกเขา และนักเรียนแพทย์ก็คงหยิ่งทะนง ว่าเขาเหนือพวกคุณ ความรู้สึกทะนงตนและมีอำนาจอาจมีเรื่องเงินทองมาประกอบ แต่ ครู หมอ พยาบาล สามารถทะนงตนกว่าพ่อค้านักธุรกิจที่ร่ำรวย แต่เราก็รู้สึกไม่ใช่หรือว่า ความทะนงตนว่าเราเหนือต่อกันในด้านทั้งปวง ล้วนคือความหลงตัวเองอันจอมปลอม ค่าของความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ของนายกรัฐมนตรีและคนกวาดถนน หรือขอทาน ต่างกันตรงไหน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; ในศีลธรรมที่ออกมาจากหัวใจลึกๆ เราอยากยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีค่า มีเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ที่เท่าเทียมกัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ขอให้ดูนัยทางศีลธรรม ที่บิดเบี้ยวที่สุดของคำพูดว่า &amp;ldquo;ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน&amp;rdquo;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;ตามความคิดนี้ คนที่ไม่สามารถให้อะไรกับใครได้เลย เป็นได้แต่เพียงผู้รับ และเป็นได้แต่เพียงภาระของสังคม ย่อมไม่มีค่าในตนเองเลย ไม่ว่าจะเป็นคนไร้ความรู้ ไร้ทรัพยากร ขอทาน คนพิการ คนปัญญาอ่อน เด็กๆ ทั้งหลาย ซึ่งนี่คือสถานการณ์ของน้องคนสุดท้องในครอบครัวในระบบศีลธรรมแบบพ่อ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;แล้วยิ่งคนที่เป็นปัญหาต่อสังคมอีกละ อาชญากรนอกจากไม่มีค่าต่อสังคม แล้วยังมีค่าทางลบอีกด้วย &lt;i&gt;ถ้าอย่างนั้นเราจะไม่ยอมรับเลยหรือว่า แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่นก็ตาม เขาก็ยังมีค่าของความเป็นมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;อยู่ในตัว&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; เห็นได้ชัดว่า เราต้องเอาชนะความคิดที่ว่า ความดีตัดสินกันที่อำนาจของการให้ ให้จงได้&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;แต่จะด้วยวิธีอะไร&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;? &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;นักจริยศาสตร์จะบอกเราว่า ถ้าเราคิดว่าความดีเกิดขึ้นจากอำนาจของการให้ เรากำลังคิดผิดด้วยการมองความดีว่าเป็นคุณสมบัติของการกระทำ แต่การกระทำที่ดีต้องออกมาจากจิตใจที่ดีไม่ใช่หรือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;?&lt;span lang="TH"&gt; ค้านท์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ยืนยันว่าถ้ามี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; &amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;เจตนาที่ดี&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; แต่ไม่มีอำนาจในการกระทำตามเจตนานั้น เพราะถูกขัดขวางไว้ด้วยอุปสรรคทั้งปวงที่เหนืออำนาจที่เขาจะเอาชนะ ไม่ว่าจะเพราะด้วยความพิการ หรือความขาดไร้ทรัพยากร ฯลฯ ความดีงามทางศีลธรรมก็เกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ ขอเพียงแค่มี &amp;ldquo;เจตนาที่ดี&amp;rdquo; อยากที่จะกระทำก็พอ ตัวการกระทำและผลสำเร็จของการกระทำ ไม่ได้ช่วยเพิ่มอะไรให้กับคุณค่าและความดีงามที่เกิดขึ้นแล้วเลย คนที่เป็นกษัตริย์กับคนที่เป็นขอทาน อาจมีจิตใจที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่นเท่าๆ กัน และคนทั้งสองย่อมมีคุณค่า และความดีงามทางศีลธรรมที่เท่าเทียมกันทุกประการตามการอธิบายนี้ แม้คนหนึ่งจะมีอำนาจทุกประการที่จะบันดาลในสิ่งที่ตนเจตนาให้เป็นจริง แต่อีกคนหนึ่งไม่อาจแม้แต่จะช่วยตนเองเสียก่อน ทั้งสองคนก็มีความดีเท่ากัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ดังนั้นการเอาชนะระบบศีลธรรมแบบที่ความดีตัดสินกันด้วยอำนาจของการให้ ทำได้ด้วยการตระหนักว่า เราไม่อาจมองความดีที่ภายนอก แต่ต้องมองกลับไปให้ถึงจุดกำเนิดของมัน เราต้องมองความดีไม่ใช่ที่เปลือก แต่ที่แก่นแท้ของมัน และนี่คือความผิดพลาดโง่เขลาของระบบศีลธรรมแบบชนชั้น แต่นี่อาจเป็นผลของเจตนาที่จะปิดกั้นสายตาของตนเองจากความเป็นจริง และการมีมโนสำนึกที่บิดเบือนไปเพราะผลทางจิตวิทยาของความต้องการอำนาจ เพื่อมาชดเชยชีวิตที่ต้องอยู่ใต้อำนาจกันเป็นชั้นๆ&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;และนี่ให้คำอธิบายต่อข้อเท็จจริงที่ว่า ในระบบอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;คนสามารถลดตนเองลงเป็นธุลีดิน เรียกตนเองเป็นฝุ่นผงธุลีดินราวกับคนในวรรณะจัณฑาลของฮินดู ต่อหน้าผู้ที่ตนเองรู้สึกกตัญญูว่าเป็นผู้ที่เมตตา ให้ทุกสิ่งทุกอย่างต่อตน และตนบูชาให้เป็นเทพเจ้า แต่คนเช่นนี้ก็จะต้องการความกตัญญู และเรียกร้องการยอมลดตัวเองลงต่ำของผู้ที่รับการอุปถัมภ์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;จากตนเช่นกัน นั้นก็คือ เขาย่อมต้องการคำเรียกว่า &amp;ldquo;ท่าน&amp;rdquo; &amp;ldquo;พณฯท่าน&amp;rdquo; และรูปแบบการปฏิบัติต่อเขาที่เหมาะสมตามคำเรียกนั้น จากสามัญชนผู้เป็น &amp;ldquo;นายนั่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;นางนี่&amp;rdquo; ทั้งหลาย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;กลับมาสู่บทเรียนของวิชาจริยศาสตร์ &lt;b&gt;&lt;i&gt;อะไรคือต้นกำเนิดของความดีที่อยู่ภายในจิตใจมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; ค้านท์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ใช้คำว่า &amp;ldquo;เจตนาที่ดี&amp;rdquo; อย่างที่เขาจะอธิบายเชื่อมโยงศีลธรรม เข้ากับการ &amp;ldquo;เคารพ&amp;rdquo; ต่อเหตุผล ซึ่งได้มาจากอำนาจทางปัญญาของมนุษย์ เพราะเขาเป็นนักปรัชญาแนวเหตุผลนิยม&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;เราจะไม่ขยายความทฤษฎีของเขาอีกครั้งในที่นี้ แต่จะเสนอคำอธิบายในทิศทางตรงกันข้าม คือมุ่งไปสู่ความรู้สึกทางอารมณ์ของมนุษย์ โดยจะอธิบายว่า ความรู้สึกทางจิตใจหรือความรู้สึกทางอารมณ์ คือแก่นแท้ของความรู้สึกถึงคุณค่าทางศีลธรรม ที่มีอยู่ในตัวเองของเราและของมนุษย์ผู้อื่นทุกคน ผู้เขียนเลือกทางนี้เพราะเห็นว่า เมื่อเราถามหาเหตุผลว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ทำไม&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; มันจะต้องจบลงที่จุดๆ หนึ่ง ซึ่งเราไม่สามารถหาเหตุผลอื่นมาตอบต่อไปได้อีกแล้ว ที่นั่นคือที่ที่เราจะตอบได้แต่เพียงว่า &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;เพราะมันเป็นเช่นนั้น&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; หรือ &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;เพราะฉันรู้สึกเช่นนั้น&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; &amp;ldquo;ทำไมฉันจึงควรเคารพต่ออำนาจในการใช้เหตุผลของฉัน ก็เพราะฉันรู้สึกเช่นนั้น&amp;rdquo; ดังนั้น ลึกลงไปจากเหตุผล ก็คือความรู้สึกทางอารมณ์ ได้แก่สิ่งที่เป็น&lt;b&gt;&lt;i&gt;ความจริงแบบอัตวิสัย&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;ของคนแต่ละคน หมายความว่า &lt;b&gt;&lt;i&gt;วิภาษวิธี&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ต้องจบลงที่ใดที่หนึ่ง และที่นั่นเราต้องถามต่อหัวใจ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ถ้าเราถูกถามว่า อะไรคือสิ่งที่เรารู้สึกว่าสูงค่าที่สุดในตัวเรา อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารับรู้ตนเองว่าเป็น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt; &amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;มนุษย์&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีคุณค่าทางศีลธรรมอยู่ในตนเอง และเป็นค่าที่เรารู้ด้วยความรู้สึกไม่ใช่ด้วยความคิด คำตอบที่ผู้เขียนจะให้ก็คือ &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;การมีหัวใจที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกของชีวิตอื่น&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; ลองมาดูสิว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะตอบแบบเดียวกันนี้หรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;การมีหัวใจก็คือการมีความรู้สึกสุขและทุกข์ และหัวใจของมนุษย์ก็เป็นสิ่งน่ามหัศจรรย์ คุณเคยหรือไม่ที่รู้สึกมีความสุขในการรู้สึกถึงความทุกข์ &lt;i&gt;คุณเคยยิ้มด้วยความดีใจเมื่อรับรู้ว่าน้ำตาของคุณกำลังรินไหลด้วยความทุกข์หรือไม่ นี่ฟังดูแปลกประหลาด แต่นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของหัวใจ&lt;/i&gt; แต่ดูเหมือนว่าในแต่ละวันเราจะมีหัวใจน้อยกว่ามีหัวคิด ลองคิดถึงชีวิตของคุณแต่ละวัน มันดำเนินไปตามแบบแผนที่คุณวางไว้ เพื่อพาไปสู่สิ่งที่คุณมุ่งหวังปรารถนาในอนาคต ตื่นมาก็อาบน้ำ แต่งตัว กินอาหาร คุยเล่นหัวกับเพื่อน เข้าเรียน พยายามทำความเข้าใจและจดจำบทเรียน กลับที่พัก ออกมาเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความสนุกสนาน หรือมีกิจกรรมนันทนาการอื่น แล้วก็กลับที่พัก เข้านอนผักผ่อน เพื่อที่จะตื่นมาทำในสิ่งเดิมๆ ในวันต่อไป อาจมีความสุขในเชิงของความสนุกสนาน และความทุกข์ในเชิงของความเหนื่อยยากอยูนิดๆ หน่อยๆ&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;คนส่วนใหญ่ในสังคมก็คงมีชีวิตเป็นรูปแบบที่ซ้ำซากเช่นนี้ไม่ต่างไปนัก นั่นก็คือเรามีชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;เรารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของเราเท่าไรกันเชียวในแต่ละวัน แทบจะไม่เลย เรามีชีวิตอยู่กับหัวคิด และแผนงาน มากกว่ากับหัวใจ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เราอาจจะลืมๆ ไปด้วยซ้ำว่าเรามีหัวใจ จนวันหนึ่ง อะไรบางอย่างทำให้คุณร้องไห้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด แต่คุณไม่ได้ร้องไห้ให้ตัวคุณเอง หรือให้คนที่คุณรักและผูกพันด้วย แต่ร้องไห้ให้กับคนที่คุณไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย อาจเพราะเคราะห์กรรมของเขา ถูกนำมาเสนอเป็นข่าวในโทรทัศน์หรือในหนังสือพิมพ์ หรือด้วยความบังเอิญอะไรก็แล้วแต่ คุณรับรู้ถึงความเจ็บปวดสูญเสียอันลึกซึ้งของเขา แล้วคุณก็หลั่งน้ำตา และถ้าในวันนั้น คุณจำไม่ได้ว่าเมื่อไรคือครั้งสุดท้ายที่คุณเคยร้องไห้ให้กับคนที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน คุณอาจยิ้มออกมาทั้งน้ำตา และพูดกับตัวเองว่า นี่ฉันยังมีหัวใจอยู่ ฉันยังมีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;อยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานจนจำไม่ได้ แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวฉัน ก็ยังอยู่เป็นตัวของฉัน &lt;b&gt;&lt;i&gt;คุณดีใจว่าวันเวลาที่คุณหมดไปกับการหมกมุ่นอยู่กับชีวิต ความสุข ความปรารถนาของตัวเอง มันไม่ได้กัดกล่อนจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ของคุณให้หมดสิ้นไป นี่คือขณะที่คุณจะยิ้มให้กับน้ำตาของคุณ&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ในความหมายทางศีลธรรม คือความสามารถที่จะรู้สึกถึงความรู้สึกของชีวิตอื่น เสมือนเป็นความรู้สึกของตนเอง นี่คือการข้ามพ้นตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&lt;span style=""&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;การสลายไปของขอบเขตของตัวตน คือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีวิตอื่นอย่างเป็นสากล ไม่ใช่การเป็นอันหนึ่งอันเดียวแบบการขยายออกของตัวตน&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ที่สร้างการแบ่งแยกและความเป็นพวกเขาพวกเรา ในความหมายเช่นนี้ &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;กวี&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; คือผู้ที่มีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;i&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;สูงสุด และเป็นต้นแบบของศีลธรรม และนี่คือศีลธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ของเรา&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;กวี&lt;/span&gt;&amp;rdquo; &lt;span lang="TH"&gt;เป็นผู้ที่มีความสุขในความทุกข์ของตนเอง เป็นผู้ที่ยิ้มให้กับน้ำตาของตน เพราะเขาเห็นคุณค่าและความหมาย ของความสุขและทุกข์ในชีวิตของเขา เขารับรู้ว่าความสุขทุกข์ของเขา เป็นชะตากรรมที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ดังนั้นมันจึงเป็นความสุขความทุกข์ของทุกคน และความสุขความทุกข์ของทุกคน ก็เป็นความสุขความทุกข์ของเขา เขาแสวงหาหนทาง ที่จะรับรู้ความสุขความทุกข์ของผู้อื่น เพื่อที่จะถ่ายทอดมันออกมา ให้มนุษย์ทั้งมวลได้รับรู้ และได้ร่วมรู้สึกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เกิดขึ้นบนโลก เมื่อมนุษย์รับรู้ความทุกข์ของผู้อื่นอย่างไม่แบ่งแยก และทำทุกอย่างที่อยู่ในอำนาจของตน เพื่อบรรเทามัน ใน &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; ความสุขความทุกข์ของมนุษย์ หรือของชีวิตทั้งมวล มีค่าเท่าเทียมกัน ด้วย &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;มนุษยธรรม&lt;/span&gt;&amp;rdquo;&lt;span lang="TH"&gt; เราให้ เพื่อให้ผู้เป็นทุกข์พ้นทุกข์ และกลับมามีความสุข เท่าที่เรามี เราให้อย่างที่ปรารถนาให้ผู้ที่ตกอยู่ในสถานะที่ต่ำต้อย ขึ้นมามีคุณค่าเสมอกับเรา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;ในฐานะสิ่งที่มีค่าทางศีลธรรม เป็นสิ่งที่เรามีอย่างเท่าเทียมกัน เพราะมันเกิดอยู่ในหัวใจของการสามารถที่จะรู้สึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น เสมือนกับเป็นความรู้สึกของเราเอง นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ความสงสาร&lt;/span&gt;&amp;rdquo; &lt;span lang="TH"&gt;แต่ทว่า แม้แต่เราเองก็ไม่ได้มี &lt;/span&gt;&amp;ldquo;&lt;span lang="TH"&gt;ความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;&amp;rdquo; &lt;span lang="TH"&gt;อยู่ตลอดเวลา เฉพาะขณะที่เรารู้สึกด้วยหัวใจเท่านั้น และในชีวิตประจำวัน บางทีเราก็ไม่รู้ว่าหัวใจของเราไปซ่อนเร้นอยู่ที่ไหน ดังนั้น อาชญากร ผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่น ก็มีความเป็นมนุษย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;เท่าๆ กับเรา และเราต้องมีความหวังต่อเขาเสมอว่า แม้ว่าหัวใจของเขาจะหลับใหลไป ก็อาจตื่นขึ้นมาอีกครั้งได้เช่นเดียวกับหัวใจของเรา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="MsoNormal" style="margin-top: 7pt;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: 10pt; font-family: &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;;"&gt;และ ณ บัดนี้เราได้ข้ามพ้นศีลธรรมแบบพ่อมาสู่ศีลธรรมแห่งมนุษยธรรมแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6lQr7u0JLLw" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31046#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2">ศาสนา</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">ศีลธรรม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C">เอกศักดิ์ ยุตกะนันท์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-0">วัฒนธรรม</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31046</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 20:11:18 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31046 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31046</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สร้อยแก้ว คำมาลา: ละครโรงหนึ่ง ตอน 1 เขาตัดสินชะตาชีวิตเขาเองตั้งแต่กระสุนนัดแรก</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/JXcI8ghWTls/31045</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;สร้อยแก้ว คำมาลา&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;บทบันทึกจากการพูดคุยกับคนเสื้อแดง ซึ่งไม่อาจเปิดเผยชื่อและที่อยู่ของแหล่งข่าวได้เนื่องจากความหวาดกลัวผลกระทบที่จะตามมา&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอทราบชื่อ-นามสกุล และข้อมูลส่วนตัวสักเล็กน้อย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ไม่ตอบ อย่าถาม, มันเรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันจะบอกคุณเฉพาะที่อยากบอก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;คุณเข้าร่วมการชุมนุมกับคนเสื้อแดงตั้งแต่เมื่อไหร่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตั้งแต่มีการเปิดตัว รายการความจริงวันนี้ ที่เมืองทองธานี จากนั้นเมื่อมีการเรียกรวมพลคนเสื้อแดง ฉันมาทุกครั้ง การมาทุกครั้งของฉัน ฉันไม่เคยรับเงินจ้าง ฉันมาเพราะฉันไม่ชอบการรัฐประหาร ฉันไม่ชอบเผด็จการ ฉันไม่ชอบการยึดอำนาจของทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉันเป็นคริสเตียน พระคัมภีร์ไบเบิลสอนให้เชื่อ ศรัทธาพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้ตรัสว่า ให้ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปตามวิถีของมัน แล้วมนุษย์เป็นใครที่จะมาเบี่ยงเบนวิถีของมนุษย์ด้วยกันเอง พระองค์ยังไม่เห็นจะต้องมาชี้เลยว่า คนนั้นต้องมาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันว่าระบอบประชาธิปไตยมันคือสิ่งนี้ ประชาธิปไตยมันมีวิถีของมัน ทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ของตนเอง เราจำแนกบุคคลออกไปได้โดยหน้าที่ ความรับผิดชอบ ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่แตกต่างที่หน้าที่และความรับผิดชอบ ทหารมีหน้าที่ทำอะไร นักการเมืองมีหน้าที่อะไร ข้าราชการทำอะไร สื่อมวลชนมีหน้าที่ทำอะไร ก็ทำของคุณไป แล้วคุณจะมาทำรัฐประหารทำไม มันเกินหน้าที่ของคุณนะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;span style="background-color: rgb(255, 255, 255);"&gt;&lt;strong&gt;โดยสรุป ไม่เอาเผด็จการ จะเอาประชาธิปไตย ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มันไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกอะไร เรามีสิทธิ์ที่จะเอาใครไม่เอาใคร เราต้องการเขาเพราะอยากให้เขามาทำโน่นนี่ให้ ถ้าเขาไม่ทำตามวัตถุประสงค์ของเรา ถ้าเขาไม่ทำเรามีสิทธิ์ไล่เขา ไม่ต้องมีใครมาช่วยไล่ อย่ามาอวดดีไล่ให้ เดี๋ยวฉันไล่เอง พูดง่ายๆ อย่าเสือก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;อยากให้เล่าประสบการณ์การชุมนุมครั้งล่าสุด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คุณจะเอาอะไรล่ะ เรื่องราวมันเยอะมาก ฉันว่าเราเหมือนตาบอดคลำช้างนะ คือจับตรงนี้ก็บอกว่าช้าง ตรงนี้ก็บอกว่าช้าง แต่ช้างทั้งตัว ไม่มีใครมองเห็นหรอก ไม่มีใครรู้จัก ทุกคนจะเห็นแค่ที่สายตาเรามองเห็นเท่านั้น เพราะสถานการณ์มันใหญ่มาก แต่ละคนจะรับรู้แค่นิดเดียวเอง แค่เสี้ยวหนึ่ง ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วย อย่างฉันเห็นเท่าที่ฉันเห็นมีเท่านี้ ที่ไม่เห็นล่ะ มันเยอะแยะไปหมด ถ้าคุณจะค้นหาความจริง มันยากมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;ไม่เป็นไร เอาเท่าที่พี่เห็น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉันเริ่มมาชุมนุมตั้งแต่... เดี๋ยวก่อน ออกเดินทางจริงๆ คือวันที่ ๑๒ มีนาคม มาถึงกรุงเทพฯ มาร่วมชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าวันที่ ๑๓ มีนาคม ฉันถือว่าตัวเองเป็นประชากรธรรมดาคนหนึ่ง แต่ก็มีหน้าที่รับผิดชอบกับขบวนที่มาด้วยกันดับหนึ่ง ช่วยเกื้อกูลกันตามอัตภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถามว่า ฉันมีความมุ่งหวังว่าจะชนะไหม ไม่เลย ฉันไม่คิดว่าจะชนะ ประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมา สอนฉันว่า เราไม่ชนะหรอก สู้กี่ครั้งๆ เราก็แพ้ เห็นไหมล่ะ แต่ว่า เราต้องทำ ต้องสู้ การที่มาบอกตัวเองว่าไม่ชนะหรอก แล้วอยู่เฉยๆ แล้วโลกจะรู้ไหม ว่าคุณคิดอะไรอยู่ ดังนั้น ที่ฉันออกมาฉันไม่ได้หวังว่าจะชนะ แต่ฉันหวังว่าฉันจะมาประกาศเพื่อให้ชาวโลกรู้ว่าเมืองไทยเป็นยังไง การเมืองเมืองไทยเป็นยังไง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;คิดไหมว่าจะยืดเยื้อและรุนแรง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอ้โห ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เห็น ปักหลักยาว จะสู้ให้ถึงที่สุด ฉันไม่นิยมความรุนแรงทุกรูปแบบ ใครจะใช้ความรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนคนนั้น ฉันไม่ไปยุ่ง เราก็สู้ในแบบของเรา เวลาเขาถือปืนมา เราจะอยู่ทำไม เราก็หนีสิ จะไปรอมันทำไม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มนุษย์เราต่อสู้กันทำไม รู้ไหม การต่อสู้มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ มนุษย์สู้เพื่อความอยู่รอด ดังนั้น การต่อสู้ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แม้มันเป็นการต่อสู้ทางความคิด แต่มันเป็นเรื่องของการอยู่รอดโดยเอาแนวความคิดของตัวเองเป็นตัวตั้ง  แนวความคิดแบบนี้มันคือความอยู่รอดของตัวเองใช่ไหม เพราะฉะนั้นในเมื่อมีความคิดต่างกันอยู่สองขั้ว ต่างฝ่ายต้องชนะเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง มันก็เกิดความรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรุนแรงมันต้องเกิด เพราะเขามีพร้อมทั้งกองกำลังและอาวุธ เรารู้ทั้งรู้ แต่ก็จะสู้ ถ้าไม่สู้แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแพ้ แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งน่ะเหรอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;ความรุนแรงที่พี่ต้องเผชิญหน้าเริ่มขึ้นเมื่อไหร่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันที่ ๑๐ เมษา เต็นท์เราอยู่ที่มัฆวาน วันนั้นพวกมันมาข้างหน้าโน่นแล้ว ทั้งแก๊สน้ำตา ฉีดน้ำ เราก็ล้มเต็นท์ลงบอกพวกผู้หญิงที่อยู่ในเต็นท์อย่าเสียดาย ปล่อยมันล้มไปเลย อย่างน้อยก็เป็นกำบังให้เราได้ถ้าพวกมันจะเข้ามา พอ ฮ. บินผ่านหัว เราก็ยิงไล่ ฟิ้ว ฟิ้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;อะไรพี่ ฟิ้ว ฟิ้ว?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลูกหนู, เท่านี้ล่ะ ที่พอจะทำได้ เขาว่าพวก ฮ. มันจะกลัวอะไรที่พุ่งขึ้นฟ้า เพราะมันไม่แน่ใจว่าคืออะไร เห็นอะไรพุ่งขึ้นมาเดี๋ยวมันจะไม่กล้าผ่านมาอีก เขาว่าพวกนักบินนี่นอกจากชีวิตพวกมันแล้ว เขาจะต้องรักษาทรัพย์สินของหลวง นั่นคือ ฮ. เพราะฉะนั้น อย่าว่าเขาปอดแหก ถ้ามีอะไรฟิ้ว ฟิ้ว มา เขาต้องหลบ มันเป็นกฎของเขา ดังนั้นเขาไม่กล้าเข้าใกล้ เขาจะบินสูงขึ้น พอสูงขึ้นสิ่งที่เขาโยนลงมามันก็จะไม่โดนเป้าหมาย หรือถ้าลงก็ไม่โดนจะจะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างหน้าเวที ถนนราชดำเนินตลอดสายแก๊สน้ำตางี้ยิงลงมาจาก ฮ. เราก็ด่าพ่อล่อแม่ มึงแน่จริง มึงลงมาซิวะ ไอ้หอย ไอ้หอก พวกผู้หญิงในครัวก็ห่อพริกป่น น้ำส้ม ใส่ถุง เอาไปขว้างพวกมัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นฉันก็ไปลุยที่หน้าเวที ไปแหมะดูทีวี ก็เห็นข่าวว่าเขายิงเราจริงๆ เฮ้ย! มันเอากูจริงนี่หว่า แล้วกระแสข่าวก็บอกว่าทหารบุกเข้ามาตรงนี้ๆ ไอ้เราก็บอกคนใกล้ตัวว่า ถ้าไม่มีความสามารถพอให้อยู่นิ่งๆ ให้ผู้ชายออกไป คนที่รับผิดชอบหน้าที่นี้เขามีอยู่แล้ว ปล่อยให้เขาทำไป ไม่ใช่หน้าที่เรา ฉันก็กลับมาอยู่ที่เต็นท์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันนั้นมีคนร้องไห้เยอะแยะ แต่ฉันไม่ร้องเพระการต่อสู้มันต้องมีการสูญเสีย แต่ความสูญเสียของเราเกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ฉันมีปาก ฉันใช้เสียง ฉันใช้มวลชน แต่คุณใช้อาวุธสงคราม คุณใช้อำนาจ แล้วความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ฉันไม่ได้คาดหวังความยุติธรรมจากมนุษย์ แต่คุณควรมียางอาย คุณใช้อาวุธเพียงเพราะฉันมีความคิดเห็นไม่ตรงกับคุณเท่านั้น เพียงเท่านี้ คุณก็ใช้ไม่ได้แล้ว คุณไม่ใช่มนุษย์แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พอวันที่ ๑๙ ยิ่งแล้วใหญ่ ตั้งแต่ วัน ๑๐ มาจนถึง ๑๙ นี่ ตึงเครียดมาก แล้ววันที่ ๑๔ เสธ.แดงโดนยิงต่อหน้านักข่าว มันเครียดมาก ตนเองหมดศรัทธาในคนหลายๆ คน คือความเชื่อในความเป็นมนุษย์ หมดเลย รู้สึกเขาไม่ใช่มนุษย์แล้ว เขาเป็นซาตาน อสูร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ก็จะยังสู้ เพราะการที่สู้ มันไม่ได้เบ่งเบนจาก เอม (aim=เป้าหมาย) ของตัวเองเลย เอมของตัวเองคือ ประกาศให้โลกรู้ว่าฉันสู้ ผลมันจะยังไงก็ช่าง ให้โลกรู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนา ฉันอยู่ที่นี่ตลอด แต่อยู่ในที่ปลอดภัย ฉันไม่ทะเล่อทะล่าไปอยู่จุดล่อแหลม เพราะกระสุนมันไม่มีตานี่ เราก็ต้องรู้จักหลบบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;แล้วตอนที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุมเป็นอย่างไรบ้าง?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนณัฐวุฒิประกาศแพ้ มอบตัว ฉันอยู่หน้าเวที มันทั้งโกรธทั้งแค้น โกรธทั้งรัฐบาล โกรธทั้งผู้นำของเรา มวลชนนี่ด่าเวทีเลย ไหนว่าจะตายด้วยกัน ไหนว่าจะสู้ด้วยกัน แต่ลืมคิดถึงความจริงไปอย่างว่า ถ้าเรายังมีชีวิตเราจะสู้ได้ แต่ถ้าตายไปแล้วเราจะเอาอะไรไปสู้ เราจะเอาวิญญาณไปสู้เหรอ บางคนร้องไห้ แล้วคนที่ตายไปแล้วล่ะ เราจะปล่อยให้เขาตายฟรีๆ เหรอ แต่ฉันมีความคิดต่าง คนตายไม่สามารถเอาคืนมาได้ สู้รักษาชีวิตเราเอง แล้วไล่บี้มันเมื่อมีกำลังดีกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;แล้วพี่ทำไงต่อ?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนนั้นทุกอย่างมันอลหม่านมาก แต่ฉันนี่เตรียมพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว ฉันมีเป้ใบหนึ่ง ก็เดินกลับไปเอา ยกเป้ขึ้นหลังได้ก็คอยดูมวลชนว่าเราจะช่วยอะไรเขาได้ ตอนนั้นมันมีระเบิดลงแล้ว มีเสียงปืน มวลชนหน้าเวทีที่ไม่ยอมให้เลิก ร้องไห้ ด่าทั้งแกนนำ ด่าทั้งรัฐบาล ส่วนคนที่อยากหนีอยากออกก็พากันหาทางออก บางคนก็ตระหนกตกใจ เพราะเสียงปืน เสียงระเบิดมันล้อมรอบตัวไปหมด มันเสียสติได้ง่ายมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พอฉันแบกเป้ได้ ตานี่ก็มองเลย จะช่วยใครได้ ไม่ใช่เฉพาะในเต็นท์เรา แต่ทุกคนที่ผ่านตาเรา ใครที่อ่อนแอเราพร้อมช่วย ตอนนั้นมันไม่มีผู้นำแล้ว ใครควรทำอย่างไร มันไม่รู้แล้ว มันเคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าต้องทำกันยังไง เราต้องบอกเขา ยิ่งใครลนลานมาก เรายิ่งต้องไปเข้าไปช่วย ไปบอก เพื่อเอาเขามาให้พ้นอันตราย ทั้งที่เขาอยู่ในจุดที่อันตรายมาก เราก็เข้าไปเพื่อเอาเขามาให้พ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราก็อยากให้เขาปลอดภัย ขนาดในวัดเรายังช่วยพยุงไปส่ง แต่ฉันตั้งปณิธานไว้แล้วว่าฉันจะไม่หลบในวัด เพราะสัญชาตญาณมันบอกว่า วัดปทุมฯ ไม่ปลอดภัย พวกเราบอกกันว่าวัดปทุมฯ ปลอดภัย แต่ฉันไม่ไป บางคนบอกว่าที่ฉันไม่เข้าวัดปทุมฯ เพราะเป็นคริสเตียน เออ เหตุผลใช้ได้ (หัวเราะ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ฉันจะบอกให้นะวัดปทุมฯ นี่ฉันไปเข้าห้องน้ำทีไร ฉันจะเดินดู มันไม่มีที่ให้หลบ มันไม่มีที่ให้กำบังเลย ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีอะไรให้หลบ อาคารมันไม่ได้แข็งแรง กำแพงมันแค่เอ็มสิบหกก็ยิงทะลุแล้ว มันป้องกันอาวุธหนักๆ ไม่ได้ แต่เพราะมันเป็นวัดไง คนมองโลกในแง่ดีคิดว่าวัดจะไม่มีคนยิง ปั๊ดโธ่! อยู่กันมานานไม่เห็นอีกหรือว่ามันมั่วได้ขนาดไหน รัฐมันใช้ความรุนแรงมาตั้งขนาดนี้แล้วคิดหรือว่ามันจะไม่กล้า ไปเชื่ออะไรกับมันว่ามันจะไม่ทำเราในวัด ลองมันแกล้งบอกว่า ขอโทษยิงผิดเป้าหมายว่ะ ไม่ได้ตั้งใจยิง เอาเอ็มเจ็ดสิบเก้าลงผิดสักสิบลูก มันจะเป็นไง ที่นั่นหลบไม่ได้ ไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉันมีสติอยู่ตลอด เตรียมตัวเตรียมใจ คือสู้ก็สู้ แต่ต้องสู้อย่างมีสติ อย่างเขาถือปืนอยู่เนี่ย เราจะวิ่งหนีกระเจิงไปไม่รู้ทิศทางได้ไง ฉันได้แต่ตะโกนบอกให้มวลชนวิ่งมาใต้รางรถไฟนี่ วิ่งมาทางนี้เลาะไปตามรางรถไฟนี้ ตะโกนจนไม่มีเสียง ก็มันอยู่ข้างบน ถ้าเราอยู่ข้างใต้มัน มันจะยิงโดนเราไหม ไม่โดน มันจะยิงเราได้ก็จากข้างนอก อยู่ในมุมที่ยิงลงมาได้ แต่คนเห็นทหารมันอยู่ใกล้ เขาเลยกลัวก็คิดว่าจะวิ่งไปให้ไกล แต่ยิ่งวิ่งออกไปข้างนอกนะ นั่นน่ะคือเป้าหมายให้มันยิงง่ายมาก &lt;br /&gt;
สภาพมันชุลมุนมากๆๆๆ ไอ้เราก็ตะโกนจนเหนื่อย จนไม่มีเสียง มันอลหม่าน เพราะคนวิ่งกันหมด ไม่มีใครเอ้อระเหยหรอกฉันเคยวิ่งสิบกิโลยังไม่เหนื่อยเท่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;พี่ไม่กลัวเลยเหรอ คิดไหมว่ากระสุนอาจจะโดนพี่ได้ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอ๊า! (ร้องเสียงสูง ทำหน้าแบบรำคาญ) ก็ฉันอยู่ใต้ตอม่อนี่ มันจะยิงโดนได้ยังไง พวกมันอยู่ข้างบน ถ้าเอ็มเจ็ดสิบเก้าไม่หล่นมาลงบนหัวแม่ตีนนี่ ฉันไม่มีทางตายแน่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างฉันใช้เป้ ฉันก็มีเหตุผล ถ้ามันยิงตามหลัง มันก็โดนเป้ก่อน เวลาวิ่งก็ก้มๆ หัวหน่อยเดี๋ยวมันจะโดนหัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;พี่ช่วยคนอื่นจนถึงกี่โมงสักสี่โมงได้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนนั้นเพิ่งกลับมาจากการช่วยเขาดับไฟที่ตึกผู้ป่วยนอก สี่แยกราชประสงค์ ถามว่าเสื้อแดงเผาเหรอ เสื้อแดงมันหนีตายไปอยู่โรงพยาบาลเยอะแยะไปหมด มันหนีตายกันแล้วมันจะยังมีแก่ใจเผาสถานที่ที่มันหลบอีกเหรอ คือคนสร้างสถานการณ์มันมีแน่ๆ ก็บอกแล้วว่ามันมีคนหลากหลายประเภทที่อยู่ในที่ชุมนุมนั้น ตั้งแต่ตอนชุมนุมแล้วที่เราเห็นคนแปลกๆ เข้ามาตลอด มันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ฉะนั้น คนสร้างสถานการณ์มันมี แต่ฉันบอกได้เลยว่า มันไม่ใช่คนเสื้อแดงแน่ๆ เพราะคนเสื้อแดงจะเผาทำไม ตัวเองหลบอยู่ในนั้น เผาที่หลบซ่อนของตัวเองเนี่ยนะ ตัวเองก็พาเพื่อนพาญาติวิ่งเข้ามา มันก็ยังจะมาเผาตัวมันเองเหรอ แล้วใครมันจะไปเผา นอกจากไอ้สันขวานที่มัน... ขอโทษที ขอใช้คำที่มันชุ่ยๆ สักหน่อยเถอะ คิดได้ยังไงว่าคนเสื้อแดงมันเผา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉันไม่รู้ว่าใคร ไม่กล่าวหาใครทั้งนั้นแหละ แต่ว่า ไม่ใช่คนเสื้อแดงแน่ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉันดูมวลชนหลบกันเกือบหมดแล้วก็วิ่งไปปีนรั้ว สตช. (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ตอนนั้นประตูปิดแล้ว ฉันโยนเป้เข้าไป ตำรวจในนั้นก็ตะโกนมาว่าทำไมไม่หนีไปอยู่ในวัดปทุมฯ ฉันบอกฉันไม่ไป ถ้าจะยิงฉันก็เชิญ แต่ฉันไม่ไป แล้วฉันก็ปีนข้ามไป หลังจากนั้นฉันก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรอีกแล้ว ถ้าจะถามฉันเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อจากนี้ ฉันตอบไม่ได้ เพราะฉันอยู่ใน สตช.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;ใน สตช. มีคนเยอะไหม&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สักสองพันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;อยู่ในนั้นยังได้ยินเสียงปืนตลอด?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
ได้ยินเสียงปืนจนสองทุ่ม อาคารที่ฉันอยู่มันอยู่ตรงข้ามกับรพ.จุฬาฯ ได้ยินเสียงยิงกันตลอด จริงๆ ถ้าชะโงกหน้าดูก็รู้ละ แต่ทีนี้มันชะโงกหน้าไม่ได้ ถ้าชะโงกไปเกิดมันแป๊ะหน้าผาก จบพอดี ก็ไม่ต้องรู้กัน ก็ไม่กล้าชะโงก แต่หลับตาแล้วใช้หู เสียงมันไล่กันเลยนะ มันดังปึ้ดๆๆ อยู่ข้างเดียว ถ้าตอบโต้ มันจะเป็นเสียงสวนกัน ฟังออก ฉันอยู่ในมุมสงบพอ &lt;br /&gt;
ก็ได้แต่ถามตำรวจ เอ๊ะ! มันยิงกะใครวะ ก็พวกกูหนีกันมาจนหมดแล้วเนี่ย มันยิงกะใคร มันยิงกะใคร เขาบอก ผมก็ไม่รู้ครับ มันก็ตอบดี๊ ดี มันยิงข้างเดียว ไม่ใช่การยิงตอบโต้ไปมา แต่เสียงมันมาจากทิศทางเดียว ตั้งแต่สยามพารากอน ทั้งเสียงจากที่สูงและเสียงแนวระนาบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;คิดว่าเสียงจากแนวระนาบจะเป็นฝ่ายไหน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวระนาบมันจะเป็นใครล่ะ ในเมื่อทหารบุกเข้ามาเป็นแผง ข้างล่างก็มี ตั้งแต่ถนนพระรามสี่ตรงเข้ามาด้านข้างรพ.จุฬาฯ ผ่านศูนย์เสาวภา มาแยกเฉลิมเผ่าคือสี่แยกพารากอน สนามกีฬาแห่งชาติมาจนยันปทุมวัน จากราชเทวีตลอดจนถึงแยกประตูน้ำ มาจนถึงชุมชนวัดปทุมฯ ราชปรารภ ทหารทั้งนั้น และก็จากชิดลมจากถนนสุขุมวิท สถานีตำรวจลุมพินี สวนลุมพินี แยกสวนลุมฯ หลังสวน ทหารเต็มไปหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทหารหนึ่งกองร้อยติดอาวุธแค่หมู่เดียวก็สังหารคนได้เป็นเบือแล้ว หนึ่งกองพันติดอาวุธแค่หมู่เดียว หมู่เดียวก็แค่สิบสองคนเองนะ รวมทั้งพลวิทยุ พลพยาบาล พลพยาบาลไม่ติดอาวุธ สิบสองคนก็ฆ่าคนได้เป็นเบือแล้ว แล้วทหารมีตั้งไม่รู้กี่ก๊ก&lt;br /&gt;
ฉะนั้น คนที่ยิงคนที่วัดปทุม มั่นใจว่าเป็นทหาร แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายไหน แต่ยืนยันได้ว่าไม่ใช่คนเสื้อแดง เพราะไม่มีใครจะหลุดเข้าไปในพื้นที่นั้นได้ นอกจากพวกทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฉะนั้น ไม่ว่าพวกนั้นจะเป็นใคร มือที่สาม ที่สี่ หรือใครห่าเหวไหนก็ตาม คุณจะเอามารวมกับเสื้อแดงไม่ได้ แล้วไม่ใช่คนเสื้อแดงสู้กับทหาร ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่เป็นใคร --ฉันไม่รู้&lt;br /&gt;
เผาก็เหมือนกัน ไม่รู้ แต่อย่าเอามารวมกับคนเสื้อแดง มันจะมีอุปกรณ์อะไรไปเผาตึก ถ้าไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;จากเหตุการณ์ที่ประสบมาด้วยตัวเองทั้งหมด พี่สรุปให้ตัวเองว่าอย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พี่สรุปได้เลยว่าเขาแพ้ เราชนะ เราไม่ได้พ่ายแพ้ เพราะการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชน เขาแพ้ตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่เขาดึงดัน เขาคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้เขาอยู่รอด แต่ยิ่งเขาใช้ความรุนแรงมากเท่าไหร่ เขายิ่งพ่ายแพ้ แม้จนถึงปัจจุบันนี้เขายังคงพรก.ฉุกเฉิน เขาแพ้โดยสิ้นเชิง เขาพยายามใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอดของเขา นั่นแหละคือ เขาแพ้แล้ว ชัยชนะของเขาเป็นแค่ชัยชนะบนความพ่ายแพ้ &lt;br /&gt;
เขาตัดสินชะตาชีวิตเขาเองตั้งแต่กระสุนนัดแรกแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ &lt;/strong&gt;บทบันทึกนี้ มีทั้งสิ้น 4 ตอน ประชาไทจะทยอยนำเสนอต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JXcI8ghWTls" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31045#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2">สร้อยแก้ว คำมาลา</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/security">ความมั่นคง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31045</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 19:58:32 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31045 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31045</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สมชัย จิตสุชน: ค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ไทย</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/m3cvNHy2rZ0/31044</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;สมชัย จิตสุชน&lt;br /&gt;
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;วิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ทำไมธนาคารพาณิชย์ของไทยกำไรเอา ๆ&amp;rdquo;&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;ส่วนต่างดอกเบี้ยสูงเหลือเกิน&amp;rdquo;&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;ธนาคารโขกค่าธรรมเนียมแพงมาก รายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นตลอดเวลา ไม่ต้องหากำไรจากดอกเบี้ยก็กำไรบานอยู่แล้ว&amp;rdquo;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระยะหนึ่งปีมานี้เราได้ยินเสียงบ่นเสียงวิจารณ์ธนาคารพาณิชย์ของไทยในทำนองข้างต้นหนาหูขึ้น บ่งบอกถึงความข้องใจของสังคมโดยรวมว่าธนาคารพาณิชย์ของไทยทำหน้าที่ของตนเองอย่างเป็นธรรมต่อสังคมหรือไม่ ค้ากำไรเกินควรหรือไม่ ฮั้วกันหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่กำกับสถาบันการเงินมีท่าทีในเรื่องนี้สองด้าน ด้านหนึ่งก็ออกมาปกป้องว่าส่วนต่างดอกเบี้ยระดับปัจจุบันไม่สูงเกินไป ลดได้แต่ต้องใช้เวลาเมื่อมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนการจัดการลง ในอีกด้านหนึ่งก็พยายามกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ลดค่าธรรมเนียมบางประการลง เช่นค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขต ค่าธรรมเนียมระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่นการโอนจ่ายเงินครั้งละหลาย ๆ ราย (bulk payment) เช่นจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือซื้อของคราวละมากราย (ที่เรียกว่าบริการ SMART) การโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม การโอนเงินรายใหญ่ที่เรียกว่า BAHTNET เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารพาณิชย์เองก็ออกมาแก้ต่างว่าธนาคารส่วนต่างดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่สูงเกินไป โดยบอกต้องดูที่อัตรากำไรต่อทุนหรือที่เรียกว่า ROE (return on equity) ที่อยู่แถว ๆ 1% เท่านั้น ส่วนกำไรสูงในช่วงวิกฤติก็เป็นเพราะการปล่อยกู้มีความเสี่ยงสูง จึงต้องรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยไว้ป้องกันความเสี่ยงให้กับผู้ถือหุ้นของธนาคารเอง หากไม่ทำก็ไม่เป็นการดูแลผู้ถือหุ้น ผิดหลักบรรษัทภิบาล นักการเมืองและนักวิชาการไม่เข้าใจการทำธุรกิจ จึงไม่ควรวิจารณ์ด้วยความไม่รู้ ในส่วนการโอนเงินข้ามเขตเหตุที่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมก็เพราะธนาคารมีต้นทุนในการเคลื่อนย้ายเงินสดสูง เพราะคนไทยนั้นนิยมใช้เงินสดมากกว่าสื่อประเภทอื่น ๆ อย่างเทียบไม่ติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อถกเถียงเกือบทุกประเด็นที่แต่ละฝ่ายยกมามีส่วนจริง แต่จริงมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป ดังนั้นในภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีปัญหาจริง ๆ แต่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องการความร่วมมือกันในการแก้ไขมากกว่าการต่อว่าต่อขานกัน โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะประพฤติตัวดีขึ้นหรือเข้าใจมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอใช้กรณีค่าธรรมเนียมการชำระเงินเป็นตัวอย่างในการขยายความข้อสรุปข้างต้นนี้ ปัญหาหลักของระบบการชำระเงินไทย คือการให้บริการที่มีการอุดหนุนข้าม (cross subsidization) ทั้งระหว่างประเภทการชำระเงิน เช่นไม่คิดค่าธรรมเนียมการใช้เงินสดหรือคิดค่าธรรมเนียมการใช้เช็คต่ำทั้งที่ต้นทุนการให้บริการสองประเภทนี้สูงมาก แล้วไปเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สื่ออิเลกทรอนิกส์ต่าง ๆ แพงกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม (marginal cost) ทำให้ประชาชนเลือกใช้สื่อชำระเงินที่บิดเบือนไม่สะท้อนต้นทุน และยังมีการอุดหนุนข้ามระหว่างลูกค้ารายใหญ่กับรายย่อย โดยลูกค้ารายย่อยเสียเต็มราคา ในขณะที่รายใหญ่มักได้ส่วนลดจากธนาคาร ปัญหา cross subsidization นี้เป็นปัญหาร่วมกันทั้งของธนาคารพาณิชย์และของแบงก์ชาติ ความต่างอยู่ที่ว่าแบงก์ชาติอยากให้แก้เรื่องนี้ทันทีและโดยเร็ว ส่วนธนาคารก็ลำบากใจว่าถ้าไม่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สื่อแบบเก่า (เงินสดและเช็ค) ตามต้นทุนได้ก็ไม่สามารถลดค่าธรรมเนียมสื่อแบบใหม่ได้ และถ้าเลิกเอาใจลูกค้ารายใหญ่โดยธนาคารคู่แข่งไม่เลิกด้วย ก็จะเสียลูกค้าไปซึ่งหมายถึงการเสียประโยชน์จากการให้บริการทางการเงินอื่น ๆ กับลูกค้านั้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเข้าใจปัญหาแล้ววิธีแก้ตามมา&lt;strong&gt; ประการแรก&lt;/strong&gt; แบงก์ชาติและธนาคารพาณิชย์ต้องร่วมใจกันลดการอุดหนุนข้ามประเภทบริการสื่อการชำระเงิน โดยเพิ่มค่าใช้เช็ค (ต้นทุนการให้บริการเก็บเงินตามเช็คสูงกว่า 50 บาทต่อเช็คหนึ่งใบในขณะที่ราคาเช็ค 15 บาทและไม่มีค่าเรียกเก็บ) ริเริ่มการเก็บค่าใช้บริการเงินสด โดยเก็บจากผู้ที่เบิกถอนเงินสดครั้งละมาก ๆ เช่นเกิน 300,000 บาทต่อวันต่อลูกค้า (นับรวมทุกบัญชี) แต่ยังให้บริการฟรีสำหรับรายเล็ก วิธีนี้จะทำให้สามารถยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการโอนข้ามเขตด้วย เพราะเมื่อคนถอนเงินสดน้อยลง การเคลื่อนย้ายเงินที่มีต้นทุนสูงก็ลดไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประการที่สอง&lt;/strong&gt; ธนาคารทุกแห่งต้องพร้อมใจกันเลิกเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ถ้าจะลดค่าธรรมเนียมให้ (รวมทั้งการลดส่วนต่างดอกเบี้ยด้วย) ก็ต้องไม่มากไปกว่าการประหยัดของต้นทุนต่อธุรกรรมเนื่องจากยอดเงินต่อธุรกรรมสูง เช่นไม่ควรให้บริการขนเงินสดฟรีกับลูกค้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องทำให้ห้างเหล่านั้นหันมาจูงใจลูกค้าของตนเองให้ใช้เงินสดน้อยลง (ในประเทศแคนาคาเมื่อสิบกว่าปีก่อน เวลาจ่ายเงินสดตอนซื้อของห้าง พนักงานจะถามทันทีและทุกครั้งว่าสนใจใช้บริการเดบิตการ์ดหรือไม่ ถามจนเรารำคาญและหันมาใช้บัตรเดบิตในที่สุด) เรื่องนี้ต้องทำทุกธนาคาร เพื่อไม่ให้มีการแย่งลูกค้ารายใหญ่กันด้วยวิธีนี้ แบงก์ชาติอาจออกเป็นระเบียบด้วยเลยก็ได้ (ถ้ามีอำนาจตามกฏหมาย)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ปัญหาใหญ่สุดของเรื่องนี้คือระดับการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์ของไทย จริงอยู่ที่ ROA ไม่สูงในภาวะปกติ แต่มิได้หมายความว่าธนาคารมีการแข่งขันกันมากเท่าที่ควรเป็น น่าจะสะท้อนความหย่อนประสิทธิภาพภายในเมื่อเทียบกับธนาคารต่างประเทศชั้นนำมากกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ต้องเผชิญการแข่งขันเต็มรูปแบบ ธนาคารต่างประเทศเองก็ยังมีข้อจำกัดการเปิดสาขาหรือไม่พร้อมจะเข้ามาแข่งเพราะตัวเองมีปัญหาที่บ้านจากวิกฤติแฮมเบอเกอร์ นโยบายในเรื่องนี้ชัดเจนว่าต้องส่งเสริมการแข่งขันในการให้บริการทางการเงินกับประชาชนทุกรูปแบบมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้แหล่งทุนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการทางการเงิน โดยไม่จำกัดเพียงระบบการชำระเงิน แต่อาจครอบคลุมเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่าด้วย เช่นการที่ธนาคารพาณิชย์ไทยครอบงำตลาดทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ลูกจนนำไปสู่ต้นทุนที่สูงของธุรกรรมในตลาดทุน และมีส่วนขัดขวางพัฒนาการตลาดทุนไทยในภาพรวมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/m3cvNHy2rZ0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31044#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99">การเงิน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2">ดอกเบี้ย</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%AD">ทีดีอาร์ไอ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3">ธนาคาร</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B8%99">สมชัย จิตสุชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/economic">เศรษฐกิจ</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31044</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 19:41:12 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31044 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31044</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>นายกเปิดทำเนียบให้นิสิตนักศึกษาเข้าพบ ตอบคำถามสลายชุมนุม - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/VnebtvW3HAY/31043</link>
 <description>&lt;p&gt;สนนท. แถลงเดือด นายกเปิดให้นักศึกษาเข้าพบที่ทำเนียบเป็นการเล่นปาหี่ตบตาประชาชน เรียกร้องหยุดสร้างภาพ ปรองดองบนคราบเลือด อภิสิทธิ์ยัน&amp;ldquo;ถ้าความสูญเสียทั้งหมด เกิดจากการสั่งปราบปรามการชุมนุม ผมไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1284117360&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid"&gt;เว็บไซต์มติชน&lt;/a&gt; รายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่10กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา &amp;ldquo;นิสิตนักศึกษาพบนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; ซึ่งบางส่วนจะถูกนำไปออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ในสุดสัปดาห์นี้ ถึงกรณีที่นักศึกษาที่ จ.เชียงรายที่ชูป้ายคัดค้านการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกควบคุมตัวและส่งไปบำบัดจิต และกรณีที่นสพ.เรดเพาเวอร์ถูกปิดเพียงเพราะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง กัน ว่า รัฐบาลนี้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ กฎหมายพิเศษ ไม่เฉพาะในการชุมนุมทางการเมือง แต่รวมถึงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับกิจกรรมทางการเมือง ยืนยันว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่ละเมิดแนวทางที่ศาลแพ่งเคยวินิจฉัยไว้ 5 ข้อ อาทิ ต้องไม่ปิดถนน ละเมิดสิทธิของคนอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทุกครั้งที่มีข่าวว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินกระทบกับกิจกรรมของนิสิตนักศึกษา ตนจะตรวจสอบและให้ดำเนินการตามแนวทางที่ควรจะเป็น บาง กรณีมีความเข้าใจผิด คิดว่าการเรียกตัวไปเป็นหมายจับ ทั้งที่จริงไม่ใช่ เป็นเพียงการเรียกตัวไปสอบถาม และเท่าที่ตนตรวจสอบไม่มีนักศึกษาคนใดถูกดำเนินคดี สำหรับการควบคุมตัวตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีการใช้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะถูกดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยืนยันว่าไม่มีการปกปิดรายชื่อผู้ถูกควบคุมตัว และไม่มีใครเป็นนักโทษการเมือง เพราะนักโทษการเมืองน่าจะหมายถึงคนที่ถูกจับ เพราะมีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน ซึ่งไม่มีเพราะคนที่ถูกคุมตัวทุกคนทำผิดกฎหมาย เช่น ผิดฐานก่อการร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;ความจริงการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็มีเยอะ กรณีคนเสื้อแดงไปทำกิจกรรมที่สวนลุมพินี ก็ไม่ถูกดำเนินการใดๆ หากไม่ผิดเงื่อนไข 5 ข้อตามที่ศาลแพ่งวางเอาไว้ สำหรับการปิดนสพ.เรดเพาเวอร์ ยืนยันว่าไม่ใช่การปิดสื่อ เพราะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันทางการเมือง แต่ที่มีปัญหาเพราะทำผิดกฎหมายอื่น ซึ่งต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่ามีกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวกับสื่อที่ต้องแก้ไข คือพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ที่ยังขาดความชัดเจน จนทำให้เกิดปัญหา&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นักศึกษาที่ จ.เชียงรายแค่ชูป้ายถูกคุมตัวและจับไปบำบัดจิต นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ หรืออาจารย์ยิ้ม อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุมตัวโดยไม่แจ้งข้อหาแล้ว แต่เหตุใดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมหน้ายูเนสโกถึงไม่มีใช้ อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีอาจารย์ยิ้มที่ทราบภายหลังว่ามีปัญหาสุขภาพ ตนก็ได้ประสานไปขอให้ดูแล แต่ยอมรับว่าบางเรื่องก็ดูแลไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอทราบว่ามีปัญหาก็ให้เข้าไปดูแล กรณีกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อมีการปิดถนน ตนก็ให้ตำรวจเข้าไปเจรจา รอบหลังที่จะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีการเจรจาจนย้ายที่สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้อง เพิ่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหม (กห.) จากปีที่แล้วถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท ราวเป็นกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งที่การใช้งบของกห.ที่ผ่านมาหลายอย่างก็มีปัญหา ทั้งการจัดซื้อเรือเหาะที่บินไม่ได้ หรือเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดจีที 200 ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นของเก๊ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การ เพิ่มขึ้นของงบของกห. ถ้าตนจำไม่ผิด ไม่ได้สูงกว่าสัดส่วนงบของปีก่อนๆ ถามว่าจำเป็นแค่ไหน ตนได้ดูเรื่องนี้เชิงระบบ โดยนำไปเปรียบเทียบกับงบพัฒนากองทัพของประเทศเพื่อนบ้าน ปรากฏว่าเรามีค่าใช้จ่ายด้านนี้ต่ำที่สุดในภูมิภาค ส่วนการใช้งบจะถูกผิดอย่างไร ต้องไปว่ากันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุใดนายกฯถึงไม่รีบลงจากอำนาจ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ 91 ศพที่เสียชีวิต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงรัฐบาลนี้มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะอยู่จนถึงสิ้นปีหน้า และก่อนหน้านี้หากผู้ชุมนุมรับข้อเสนอของตน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว ความจริงพวกเขา ปฏิเสธข้อเสนอของตนไปอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรก หากนำข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ไปทำประชามติ ป่านนี้ก็มีการเลือกตั้งไปแล้ว 2-3 เดือนก่อน แต่ฝ่ายโน้นก็ปฏิเสธ เพราะคนต่างประเทศไม่เห็นด้วย ครั้งที่สอง ระหว่าง ชุมนุมปลายพ.ค.ที่ผ่านมา ที่ตนไปนั่งโต๊ะเจรจา มีการเสนอให้เลือกตั้งปลายปี แต่ปรากฏว่าต้องเลิกเจรจา เพราะมีโทรศัพท์เข้ามาขอให้ฝ่ายโน้นเลิกเจรจา ครั้งสุดท้าย ตนเสนอให้เลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ย.2553 แต่สุดท้ายแกนนำคนเสื้อแดงก็ไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องความสูญเสีย ตนต้องขอความเป็นธรรม เพราะยืนยันไม่เคยมีนโยบายให้ปราบปรามหรือยิงประชาชน ความสูญเสียที่เกิดขึ้น มี 3 ช่วงเวลา ครั้งแรก วันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มขอคืนพื้นที่ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงหนึ่งทุ่ม ไม่มีใครเป็นอะไร แต่ความสูญเสียเริ่มเกิดขึ้น นับแต่มีการยิงเอ็ม 79 เข้ามา ทำให้ทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ช่วง ที่สอง ระหว่าง วันที่ 14-18 พ.ค. ตอนนั้นรัฐบาลเห็นว่าการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่มีระเบิดยิงใส่ผู้ชุมนุม มีแต่ระเบิดยิงออกมาจากผู้ชุมนุม นอกจากนี้ ยังพบอาวุธสงคราในบริเวณใกล้เคียงที่ชุมนุมจำนวนมาก เป็นเหตุให้ต้องมีการกระชับวงล้อม ถามว่าทำไมเกิดความสูญเสีย เพราะมีคนเข้าโจมตีด่านของทหาร ช่วงนี้เกิดความสูญเสียมากที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ช่วงสุดท้าย วันที่ 19 พ.ค.ที่มีการเข้า ยึดพื้นที่ชุมนุมแล้ว ซึ่งทำให้เกิดกรณีเสียชีวิต 6 ศพที่วัดปทุมวนารามขึ้นมา ซึ่งต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีการตั้งคนกลางเข้ามาตรวจสอบแล้ว แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายจะทำให้ประชาชนเกิดความสูญเสีย เพราะตอนที่แกนนำคนเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุม เราก็สั่งให้ทหารยุติปฏิบัติการทั้งหมด ทั้งที่แยกสารสิน ถนนชิดลม และสนามศุภชลาศัย แต่ปรากฏว่าเมื่อยุติการชุมนุม มีการเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์และสยามสแควร์ แต่ปรากฏว่าเมื่อนำรถดับเพลิงเข้าไปแล้วถูกยิงกลับมา ทำให้เกิดการต่อสู้ที่ถนนพระรามที่ 1 ซึ่งอาจทำให้เกิดกรณีวัดปทุมฯขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;ความจริงแล้ว ถ้าความสูญเสียทั้งหมด เกิดจากการสั่งปราบปรามการชุมนุม ผมไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก ลาออกไปนานแล้ว ดังนั้นควรจะให้คนกลางเข้าไปตรวจสอบ ความจริงตัวผมเองก็ยืนยันว่าไม่มีเจตนาอยู่ครบเทอม แต่ก็ไม่ต้องการให้การเลือกตั้งอยู่กับความรุนแรง โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ หนึ่ง ต้องไม่มีการประกาศไล่ล่ากัน หรือห้ามไม่ให้พรรคการเมืองนี้เข้าไปหาเสียงในพื้นที่ใด สอง ผมไม่ต้องการเลือกตั้งที่ต้องมาถกเถียงเรื่องกติกาอีก เวลาเกิดปัญหาขึ้น ว่าควรยุบหรือไม่ยุบพรรค ถ้าสองเงื่อนไขนี้มีเมื่อไร ผมพร้อมจะยุบสภา ผมไม่ได้เกรงกลัวว่าจะแพ้การเลือกตั้ง เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวอะไรอยู่แล้ว ที่สำคัญช่วงที่ผมอยู่ มีเลือกตั้งซ่อมหลายครั้ง ผมก็แพ้น้อยมาก&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้าที่จะมีการเข้าพบปะระหว่างนิสิตนักศึกษากับนายกรัฐมนตรีนั้น สหพันธนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ออกแถลงการณ์ ชื่อ &lt;strong&gt;10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี  &lt;/strong&gt;โดยระบุว่า การพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนิสิตนักศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงปาหี่ตบตาประชาชนเท่านั้น แต่การที่ สนนท. ตัดสินใจเข้าร่วมในการพบปะดังกล่าว ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อว่า &amp;ldquo;กระบวนการปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; หรือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เข้าร่วมการพบปะเพื่อทวงถามข้อสงสัย ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลบางอย่าง ที่หวังว่าจะช่วยให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม และพิจารณาถึงความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจบริหารงานองรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนนท. ระบุด้วยว่า ไม่มีรัฐบาลใดจะมีความชอบธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากไปกว่ารัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชน ซึ่งผ่านการเลือกตั้ง ไม่ใช่ด้วยความช่วยเหลือของทหาร การยุบสภายังคงเป็นวิถีทางในการรับฟังกระแสตอบรับของประชาชนที่ดีที่สุด ที่รัฐบาลปัจจุบัน สมควรจะทำ&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;000&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์ 10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามที่สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีงาน &amp;ldquo;นิสิตนักศึกษาพบนายก รัฐมนตรี&amp;rdquo; ขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงาน จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น สามารถพิจารณาได้ว่างานดังกล่าว เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษากลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน ที่ได้พยายามชูป้ายประท้วงและยื่นจดหมายต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมากล่าวปาฐกถาในงานวันครบรอบ 60 ปี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกขัดขวางโดยคณะผู้ดูแลงาน จนทำให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวไม่สามารถใช้สิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างที่ควรจะเป็น  ในสังคมที่กล่าวอ้างว่ายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้  พวกเรามีความเห็นว่า การพบนิสิตและนักศึกษา ของนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงละครปาหี่ตบตาประชาชนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น  พวกเราทราบดีว่างานที่ถูกจัดขึ้นนี้ เป็นเพียงเครื่องมือ ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้ในการสร้างภาพ  ว่าตนเป็นบุคคลที่เปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง นั่นหมายความว่า นิสิตนักศึกษา ที่มาในวันนี้ จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกหยิบใช้ เพื่อบริหารความนิยมชมชอบ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดเท่านั้น  &lt;br /&gt;
เหนือสิ่งอื่นใด ตามคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเอง ที่ว่า &amp;ldquo;การกระทำสำคัญที่สุด ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด&amp;rdquo; ยิ่งแสดงให้พวกเราได้เห็นว่า ทุกสิ่งที่อย่างที่รัฐบาลทำ ความพยายามจะสร้างภาพความปรองดองสมานฉันท์นั้น เป็นเพียงการปิดบังความจริงด้วยวิธีการอันฉาบฉวย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ มีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจริง ศพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อย 91 ศพ จะไม่มีวันเกิดขึ้น เป็น 91 ศพ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เป็น 91 ศพ ที่เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ การได้หายใจในบรรยากาศของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่อาจมีความกล้าหาญที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับประเทศชาติได้ การปราบปรามประชาชนผู้เห็นต่างก็เกิดขึ้น การกระทำที่ดูใจกว้างในวันนี้ วันที่ 10 กันยายน ช่างแตกต่างกันลิบลับกับการขอคืนพื้นที่ในวันเดียวกันนี้เมื่อห้าเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราจะมีหลักประกันอะไร ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกล่าว จะไม่ใช่เรื่องลมๆแล้งๆ ดูสวยหรูแต่สร้างภาพอย่างที่เคยทำมา และเราจะมีหลักประกันอะไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อ &amp;ldquo;เพื่อนของเรา&amp;rdquo; บางคนยังถูกจับกุมคุมขัง และบางส่วนถูกส่งไปบำบัดทางจิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ขอแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลเผด็จการมือเปื้อนเลือด และงานละครปาหี่ตบตาประชาชนในครั้งนี้ ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1. งาน &amp;ldquo;นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; เป็นงานที่ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ เป็นเพียงละครสร้างภาพตบตาประชาชนเท่านั้น  นอกจากจะด้วยเหตุผลที่การกระทำของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคำพูดแล้ว การเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี ไม่เห็นคุณค่าความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างแท้จริง และยังสำคัญตนเองเป็นใหญ่ เสมือนเรียกให้นิสิต นักศึกษาต้องเข้าพบ แทนที่จะยอมเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาจากในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;การกระทำสำคัญที่สุด ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด&amp;rdquo;   นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องรู้จักการกระทำที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับคำพูด นั่นคือ ไม่คุกคามสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และประชาชน เพราะข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ คนที่เห็นต่างจำนวนมาก ถูกรัฐบาลทำให้กลายเป็นศัตรูของชาติ และถูกจับกุมคุมขัง มีแต่คนที่มืดบอดทางสติปัญญาเท่านั้น ที่จะเชื่อคำกล่าวสร้างภาพของรัฐบาลว่าเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า การมาร่วมงาน &amp;ldquo;นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; ครั้งนี้ ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อว่า &amp;ldquo;กระบวนการปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; หรือมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เรามาเพื่อทวงถามข้อสงสัย ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลบางอย่าง ที่เราหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม และพิจารณาถึงความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจบริหารงานองรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;พวกเราเชื่อว่า ไม่มีรัฐบาลใดจะมีความชอบธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากไปกว่ารัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชน ซึ่งผ่านการเลือกตั้ง ไม่ใช่ด้วยความช่วยเหลือของทหาร การยุบสภายังคงเป็นวิถีทางในการรับฟังกระแสตอบรับของประชาชนที่ดีที่สุด ที่รัฐบาลปัจจุบัน สมควรจะทำ&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255);"&gt;&lt;strong&gt;หยุดสร้างภาพ หยุดการปรองดองบนกองเลือด&lt;br /&gt;
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ&lt;/strong&gt; ที่มาของข่าวบางส่วนจากเว็บไซต์มติชน&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VnebtvW3HAY" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31043#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">คนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5">ทำเนียบรัฐบาล</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97">สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/education">การศึกษา</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31043</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 18:54:55 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31043 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31043</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>“รำลึก 5 เดือน 10 เมษา” ญาติถามหาผู้รับผิดชอบ</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Z-VqV8p-8Kg/31042</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;10 ก.ย.53 เวลา 17.00 น. ญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เดินทางมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เพื่อรำลึกถึงการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสุวิมล ฟุ้งกลิ่นจันทร์ สูญเสียบุตรชายคือ นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในตอนค่ำของวันที่ 10 เม.ย.ที่แยกคอกวัว ให้สัมภาษณ์ว่า การมาร่วมกิจกรรมในวันนี้เพื่อรำลึกถึงลูกชาย โดยทุกๆ วันที่ 10 ความรู้สึกสูญเสียยังสะท้อนอยู่ในหัวอกของตนซึ่งเป็นแม่ นางสุวิมลกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลรู้ว่าตนต้องการทราบว่าใครเป็นคนยิงลูกชายของตน และมั่นใจว่าทหารเป็นผู้ยิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น.ส.ธัญกมล คำน้อย ซึ่งสูญเสียน้องชายคือ นายเกรียงไกร คำน้อย ให้สัมภาษณ์ว่า น้องชายของตนถูกยิงเข้าที่ท้องในช่วงกลางวันที่บริเวณสะพานมัฆวานและเสียชีวิต การมาร่วมกิจกรรมในวันนี้จึงมาเพื่อตอกย้ำไม่ให้รัฐบาลลืมว่า รัฐบาลเป็นผู้สั่งให้ทหารใช้อาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุม และสั่งให้ทหารยิงประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสำราญ วางาม บิดาของนายสวาท วางาม ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกชายของตนถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตในตอนค่ำของวันที่ 10 เม.ย. ในวันนี้จึงเดินทางมาเพื่อแสดงความเคารพต่อวีรชนที่เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย.และเพื่อรำลึกถึงลูกชายที่เสียไป นายสำราญกล่าวว่า ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวคำขอโทษต่อผู้เสียชีวิตและบรรดาญาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสุนันทา ปรีชาเวช สูญเสียน้องชายคือ นายทศชัย เมฆงามฟ้า ซึ่งถูกยิงที่ปอดทะลุหัวใจและเสียชีวิตบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนต้องการทราบว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้กับญาติผู้เสียชีวิตบ้าง เนื่องจากตนได้พยายามติดตามการดำเนินคดี แต่ไม่พบว่ามีความคืบหน้าแต่อย่างใด นางสุนันทากล่าวว่า ยังมีศพที่ยังไม่เผาและเป็นหลักฐานอยู่ แต่จะทำอย่างไรให้รัฐบาลหันมาสนใจ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยแสดงความรับผิดชอบหรือกล่าวคำขอโทษต่อการสูญเสียชีวิต 91 ศพ จึงอยากถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กิจกรรมเริ่มขึ้นในเวลา 17.30 น. โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ จากกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวกับผู้ร่วมกิจกรรมว่า การรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย. เป็นกิจกรรมของผู้ที่มีความทรงจำและผูกพันกับเหตุการณ์ในวันนั้น และเพื่อให้เรื่องราวเหล่านี้ถูกจดจำและบอกเล่าต่อโดยไม่ถูกหลงลืม นายสมบัติจึงขอให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ออกมาเล่าเรื่องราวทีละคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากกิจกรรมเล่าเรื่องแล้ว ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมกิจกรรมได้นำเทียนสีแดงและดอกกุหลาบแดงไปวางหน้าภาพถ่ายของผู้เสียชีวิต ในระหว่างนั้นมีการร้องเพลง &amp;ldquo;นักสู้ธุลีดิน&amp;rdquo; และกิจกรรมจบลงในเวลาประมาณ 19.00 น.&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_01.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_02.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_03.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="500" width="332" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_04.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_05.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="500" width="332" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_06.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_07.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="500" width="332" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_08.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="332" width="500" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_09.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img height="500" width="332" src="/sites/default/files/u5/10%2009%202010_10.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Z-VqV8p-8Kg" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31042#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/10-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-2553">10 เมษายน 2553</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-10-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-2553">การสลายการชุมนุมวันที่ 10 เมษายน 2553</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">คนเสื้อแดง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">สมบัติ บุญงามอนงค์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95">อนุสาวรีย์ประชาธิปไต</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-0">วัฒนธรรม</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31042</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 17:44:20 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user002</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31042 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31042</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>กวีประชาไท:อานนท์ นำภา "บทกวีถึงนักสิทธิ์...???"</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/2-YVd2nU-KI/31041</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;อานนท์&amp;nbsp; นำภา&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: medium;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนักสิทธิมนุษยชนหล่นหาย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้วนออกลาย ร่ายมนต์ คนต่ำ-สูง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โง่-จน-เจ็บ สงสารนัก ถูกชักจูง&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตายเป็นฝูง ก็สมควร เพื่อส่วนรวม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังคมพึง ฟูมฟัก ด้วยนักปราชญ์&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คนดี&amp;quot;จึง ผูกขาด แต่ส่วนร่วม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติรัฐ นิติธรรม ต้องกำกวม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครเสือกสวม เสื้อแดง แม่งต้องตาย!&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยุติธรรม จึงอำมหิต&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้างยัดติด ตาราง บ้างอุ้มหาย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสรีสิทธิ เบ็ดเสร็จ ดังเม็ดทราย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เจ้านาย ปูพรม ขย่มเดิน @๑๐---------&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: medium;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: medium;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ( ๒๐.๓๐ น. ณ ร้านสลิ่มสีแดง เชียงใหม่)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2-YVd2nU-KI" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31041#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5">คนดี</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2">นำภา</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">นิติธรรม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90">นิติรัฐ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C">อานนท์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">เสื้อแดง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">เหยื่อ-สถานการณ์ทางการเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-0">วัฒนธรรม</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31041</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 14:17:56 +0000</pubDate>
 <dc:creator>sarayut</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31041 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31041</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>กวีประชาไท: อานนท์ นำภา,บทกวีถึงนักสิทธ์...???</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/ihH8TuoYh-k/31040</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;อานนท์ นำภา&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนักสิทธิมนุษชนหล่นหาย&lt;br /&gt;
ล้วนออกลาย ร่ายมนต์ คนต่ำ-สูง&lt;br /&gt;
โง่-จน-เจ็บ สงสารนัก ถูกชักจูง&lt;br /&gt;
ตายเป็นฝูง ก็สมควร เพื่อส่วนรวม&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังคมพึง ฟูมฟัก ด้วยนักปราชญ์&lt;br /&gt;
&amp;quot;คนดี&amp;quot;จึง ผูกขาด แต่ส่วนร่วม&lt;br /&gt;
นิติรัฐ นิติธรรม ต้องกำกวม&lt;br /&gt;
ใครเสือกสวม เสื้อแดง แม่งต้องตาย!&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยุติธรรม จึงอำมหิต&lt;br /&gt;
บ้างยัดติด ตาราง บ้างอุ้มหาย&lt;br /&gt;
เสรีสิทธิ เบ็ดเสร็จ ดังเม็ดทราย&lt;br /&gt;
ให้เจ้านาย ปูพรม ขย่มเดิน @๑๐---------&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ( ๒๐.๓๐ น. ณ ร้านสลิ่มสีแดง เชียงใหม่)&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ihH8TuoYh-k" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31040#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5">คนดี</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C">นักปราชญ์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99">นักสิทธิมนุษยชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">นิติธรรม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90">นิติรัฐ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%A0%E0%B8%B2">อานนท์ นำภา</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/article">บทความ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/social">สังคม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-0">วัฒนธรรม</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31040</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 14:01:13 +0000</pubDate>
 <dc:creator>sarayut</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31040 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31040</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>เสวนา: ‘ประวิตร’ ตั้งข้อสังเกต (ถ้า)‘เรด พาวเวอร์’ ถูกปิด สมาคมนักข่าวจะออกโรงไหม</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Y5_AaZKs3E0/31039</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;8 ก.ย.53 ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการจัดเสวนา &amp;ldquo;ทิศทางสื่อไทยจะไปทางไหนภายใต้อำนาจมืด&amp;rdquo; ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Nation ประเมินแนวโน้มทิศทางสื่อไทยในปัจจุบันว่าไม่สู้ดี น่าเป็นห่วง เอื้อให้เกิดการเซ็นเซอร์สื่อมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางการเมือง&amp;nbsp;ข้อจำกัดที่สำคัญคือ ภาวะความวิตกกังวลหรืออาการวิตกจริตของชนชั้นนำบางกลุ่ม ซึ่งเกิดความกลัว เพราะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของตนนำไปสู่การกระทำที่เกินเลยผิดปกติ &amp;nbsp;ภาวะปัจจุบันสื่อกระแสหลักตกอยู่ในมือของกลุ่มอำนาจมืด ซึ่งอาจหมายถึงชนชั้นปกครองเก่า ทหาร หรือที่คนเสื้อแดงเรียกว่ากลุ่มอำมาตย์&amp;nbsp;เป็นภาวะที่ทหารมีอำนาจพิเศษ แตะต้องไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;ประวิตรยกตัวอย่าง ว่า เช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศอฉ.ออกมาขู่ว่าจะปิดหนังสือพิมพ์หัวสี เพราะไปเสนอข่าวว่าทหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของการ์ด นปช.ที่เชียงใหม่&amp;nbsp;ทั้งยังขู่จะปิด &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;Red Power แม้กรณีนี้สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทยจะออกมาตอบโต้การกระทำของ ศอฉ. อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการขู่เฉพาะ Red Power สมาคมผู้สื่อข่าวฯ จะทำงานหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา แม้สมาคมจะออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลและ ศอฉ. ถึงการคุกคามสื่อ แต่หลังจากนั้นมีการไล่ปิดสื่อและเว็บไซต์เสื้อแดงจำนวนมาก สมาคมผู้สื่อข่าวฯ ก็ไม่ได้ออกมาติดตามประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจังเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ประวิตรมองว่า ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะหันมาให้ความสนใจการเซ็นเซอร์ ตอนนี้สื่อสิ่งพิมพ์ของเสื้อแดงเริ่มกลับมาเปิดได้ 4 ฉบับ คือ Red Power (&lt;i&gt;ในวันสัมมนายังไม่ถูกสั่งปิดแท่นพิมพ์&lt;/i&gt;&lt;i&gt;-ประชาไท&lt;/i&gt;) &amp;nbsp;มหาประชาชน พีเพิลแชแนล และคนเสื้อแดง&amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปเหมือนช่วงก่อน 19 พฤษภาคมได้&amp;nbsp;โดยประวิตรให้เหตุผลเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ก่อนนี้เขาสามารถหาซื้อสื่อสิ่งพิมพ์เสื้อแดงได้ตามร้านหนังสือในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่ปัจจุบันสื่อเหล่านี้หาซื้อยากมาก อย่างไรก็ตาม อยากให้มองย้อนกลับไปช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ&amp;nbsp;ซึ่งมีการปิดกั้นคุกคามสื่ออย่างมากเช่นกัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า สื่อกระแสหลักคงปรับตัวไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ขณะเดียวกันในช่วงนี้ก็มีการเติบโตของสื่อดาวเทียมอย่างน่าตกใจ และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนซื้อดาวเทียมส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่ซื้อจานดาวเทียมมาติดเพราะสัญญาณช่องสื่อกระแสหลักไม่ชัด เลยพลอยได้ดูช่องอื่นๆ ที่นอกจากฟรีทีวีด้วย กลายเป็นการสร้างพฤติกรรมการดูทีวีแบบใหม่ บางคนเลิกดูฟรีทีวีไปเลยเพราะมีทางเลือกอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;บก.ลายจุดมองว่า แม้ปัจจุบันจะมีการปิดกั้นสื่อหรือสื่อถูกจำกัด&amp;nbsp;ก็ไม่สามารถกล่าวได้เสียทีเดียวว่า ไม่มีช่องทางในการสื่อสาร เพราะสื่ออย่างทีวีดาวเทียม&amp;nbsp;อินเตอร์เน็ตเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสื่อโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีโครงสร้างที่เป็นจุดแข็ง&amp;nbsp;คือเข้าถึงผู้ใช้ได้มากกว่าสื่ออินเตอร์เน็ตและมีราคาถูก&amp;nbsp;ดังนั้น บก.ลายจุดจึงเสนอให้ใช้สื่อโทรศัพท์มือถือ เช่น เอสเอ็มเอสมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;ประวิตรกล่าวว่า โดยส่วนตัวแม้จะทำงานอยู่ในสื่อกระแสหลัก แต่ก็ไม่กังวลหากสื่อกระแสหลักจะได้รับความนิยมน้อยลง&amp;nbsp;เพราะสังคมไทยที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทุกสิ่งทุกอย่างมักไปกระจุกอยู่กับคนเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;เช่นเดียวกับที่ทุกสิ่งทุกอย่างมากระจุกตัวอยู่ในเมืองเมืองเดียวอย่างกรุงเทพมหานาคร&amp;nbsp;เขาคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่สื่อกระแสหลักจะมีอำนาจและอิทธิพลน้อยลง เพราะจะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านหรือประชาชนมากกว่า เพราะโครงสร้างของสื่อกระแสหลักในปัจจุบันนั้นมีข้อจำกัด คือ&lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;1.โครงสร้างรวมศูนย์เป็นแนวดิ่ง และเป็นธุรกิจ ไม่มีความเป็นประชาธิปไต&amp;nbsp;2.โครงสร้างวัฒนธรรมแบบพี่น้อง ผู้อาวุโส ผู้น้อย ทำให้ไม่มีการวิวาทะในสื่อกระแสหลัก สภาพในองค์กรไม่เป็นประชาธิปไตย 3.ข้อจำกัด 2 ข้อแรก ทำให้เกิดการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก&amp;nbsp;สุดท้ายต้องเลือกที่จะเซ็นเซอร์สื่อ ดังนั้น สื่อกระแสหลักคงไม่สามารถเป็นที่ฝากผีฝากไข้ของประชาชนได้ ตรงกันข้าม สื่อกระแสหลักจะกลายเป็นคนเล่นบทอนุรักษนิยมเสียเองในช่วงการเมืองปลายรัชกาลเช่นนี้ ดังนั้นสื่อกระแสหลักจึงยังอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่สนใจจะปรับปรุงตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;นอกจากสื่อกระแสหลักแล้ว ประวิตรยังได้วิจารณ์สื่อกระแสรองด้วย &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;1.แนวโน้มการท้าทายจากสื่อกระแสรองจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;และการครอบงำจะไม่สามารถทำได้แบบเบ็ดเสร็จอีกต่อไป มีความพยายามมุดลอดออกมาจากการครอบงำของชนชั้นปกครองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 2.ปัญหาของสื่อทั้งแดงและเหลือง คือมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป มั่นใจว่าถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;สิ่งที่ท้าทายสื่อทั้งแดงและเหลืองคือการจัดการกับพื้นที่สีเทา คือกลุ่มคนที่ไม่ใช่แดงและไม่ใช่เหลือง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;อรรถชัย อนันตเมฆ นักแสดงผู้ประกาศตัวเป็นคนเสื้อแดงกล่าวว่า สื่อกระแสหลัก โดยเฉพาะทีวีมีปัญหาเพราะระบบสัมปทาน&amp;nbsp;เจ้าของสัมปทานกลายเป็นทหารและรัฐ ประชาชนไม่เคยมีส่วนแบ่งในพื้นที่นั้น อรรถชัยสรุปปัญหาของสื่อว่าตกอยู่ใต้พระเจ้า &lt;/span&gt;&lt;span style="line-height: 115%; font-size: 10pt"&gt;3 องค์ คือ 1.พระเจ้าทางการเมือง &amp;nbsp;คือรัฐบาล ทหาร และผู้มีอำนาจในการแทรกแซงสื่อ 2.พระเจ้าทางการเงิน คือเอเจนซี่&amp;nbsp;และระบบเอเจนซี่นี้เองที่ทำให้เกิดระบบเรตติ้งเทียม การจัดระบบเรตติ้งไม่เคยมีประชาชนไปเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาแม้มีความพยายามในการจัดระบบใหม่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ 3.สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;แม้สมาคมผู้สื่อข่าวจะเกิดขึ้นเพราะความต้องการรวมตัวกันสู้กับพระเจ้าทางการเมือง แต่พระเจ้าองค์ที่ 3 นี้ ก็ไม่เคยมีประชาชนได้เข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div style="margin: 0cm 0cm 10pt"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Y5_AaZKs3E0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31039#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/red-power">Red Power</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C">ประวิตร โรจนพฤกษ์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99">พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">สมบัติ บุญงามอนงค์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94-%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เรด พาวเวอร์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31039</wfw:commentRss>
 <pubDate>Fri, 10 Sep 2010 07:49:51 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mutita</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31039 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31039</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดแท่นพิมพ์ "เรดพาวเวอร์"</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/uowNbmUG7z0/31035</link>
 <description>&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ นนทบุรีพร้อมตำรวจนำกำลังถือ &amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; ยึดนิตยสาร &amp;quot;เรดพาวเวอร์&amp;quot; พร้อมอายัดเครื่องพิมพ์ของโรงพิมพ์เอกชน 11 แท่น เหตุรับจ้างพิมพ์นิตยสารดังกล่าว พร้อมค้นประวัติพนักงาน และสั่งให้บริษัทเอกชนดังกล่าวเลิกรับจ้างพิมพ์ &amp;quot;เรดพาวเวอร์&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000126784" target="_blank"&gt;เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt; รายงานว่า วันนี้ (9 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ธนพัฒน์ นิลบดี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สุนทร ชื่นชิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบริษัท โกลเด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง จำกัด เลขที่ 282/4 หมู่ที่ 2 ซอยงามวงศ์วาน 27 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ ที่รับจ้างพิมพ์นิตยสารเรดพาวเวอร์ โดยมี นางวัชนีกร ศรีสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ผู้ดูแลนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับ นิตยสารเรดพาวเวอร์ และเอกสารที่ต่างๆ จำนวนหนึ่ง และได้มีคำสั่งอายัดเครื่องพิมพ์ทั้ง 11 เครื่อง โดยห้ามเคลื่อนย้ายจำหน่ายจ่ายแจก แต่ให้ใช้พิมพ์หนังสืออื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับนิตยสารเรดพาวเวอร์ได้ และห้ามเคลื่อนย้ายหนังสือบางส่วน และแจ้งว่า บริษัท โกลเด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง จำกัด เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมาย ผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องและตำรวจจำนวนมาก ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าตรวจค้น และยึดเศษกระดาษนิตยสารเรดพาวเวอร์ ที่พิมพ์เสียไปจำนวนมาก พร้อมทั้งประวัติพนักงานและเอกสารต่างๆ จำนวนมาก พร้อมทั้งนำพนักงานที่ดูแลไปสอบสวน และยังสั่งให้เลิกรับจ้างพิมพ์นิตยสารเรดพาวเวอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่าสำหรับนิตยสารเรดพาวเวอร์ มีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เป็นเจ้าของ โดย&lt;a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000126784" target="_blank"&gt;ก่อนหน้า&lt;/a&gt;นี้เมือ 31 ส.ค. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เคยแถลงว่า มีสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับที่เสนอข้อมูลบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล มีความแบ่งแยก หรือเสนอข่าวในลักษณะหมิ่นเหม่ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ศอฉ.ได้ติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด และจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว และถ้ามีความจำเป็นจะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เช่น การปิดสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2010/09/30933" target="_blank"&gt;เคยกล่าวเมื่อ 1 ก.ย. &lt;/a&gt;ว่า &amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่ใช่การคุกคามสื่อ ศอฉ.ได้ประชุมกันและมีสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งพยายามอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน แต่ข้อความที่พิมพ์ออกมานั้นเป็นไม่ใช่ข่าวสารทั่วไป แต่เป็นข้อความที่ยุยงให้คนเกลียดชังกัน&amp;nbsp; ให้คนรู้สึกเคียดแค้นไม่พอใจ และมุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง ศอฉ.จึงเอาเรื่องนี้มาพิจารณาแล้วสั่งให้ดำเนินการกับสิ่งพิมพ์นี้ตามกฎหมาย ผมเข้าใจว่าชื่อเรดเพาเวอร์ หรืออะไรสักอย่าง&amp;rdquo; นายสุเทพ&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/uowNbmUG7z0" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31035#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%89">ศอฉ.</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99">ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%A8-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82">สมยศ พฤกษาเกษมสุข</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%99">สื่อมวลชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93">สุเทพ เทือกสุบรรณ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เรดพาวเวอร์</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD">เสรีภาพสื่อ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/politics">การเมือง</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31035</wfw:commentRss>
 <pubDate>Thu, 09 Sep 2010 16:09:57 +0000</pubDate>
 <dc:creator>user8</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31035 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31035</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>แถลงการณ์เรียกร้องนักสิทธิ์ฯ  อย่าเมินการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/x5Hzpjy8shM/31034</link>
 <description>&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
9 ก.ย. 2553 - สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์) ออกแถลงการณ์เรื่อง 'เรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนพิจารณาบทบาทตนเอง' โดยกล่าวถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลที่ผ่านอำนาจไปทาง ศอฉ. เป็นการกระทำที่ละเมิดในสิทธิต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติภูมิของชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม การแสดงออก และการเมืองการปกครอง ตลอดจนการละเมิดการสื่อสารด้วยการปิดสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แต่กลับพบว่าไม่มีองค์กรใดมีความรู้สึกเดือดร้อนกับสถานการณ์ดังกล่าว ในทางกลับกัน กลับแสดงท่าทีเพิกเฉย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์) จึงขอเรียกร้องให้ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ ขอเรียกร้องให้รัฐยุติการคุกคามประชาชนพลเมืองในรูปแบบต่าง ๆ โดยสิ้นเชิงในทันที&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;
&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size: medium;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
แถลงการณ์ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่อง เรียกร้องให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนพิจารณาบทบาทตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;
&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามที่สถานการณ์เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป ถึงการรุกล้ำ รุกไล่ คุมคาม เพื่อละเมิดสิทธิมุษยชน โดยรัฐบาลผ่านอำนาจไปที่ ศอฉ. ต่อประชาชนและพลเมืองของประเทศไทย ที่ได้รับคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปฏิณญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิเสมอกันโดยไม่มีเงื่อนไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอย่างต่อเนื่องและรุนแรงที่กระทำต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติภูมิของชาติพันธุ์ ความเชื่อ วัฒนธรรม สังคม การแสดงออก&amp;nbsp; และการเมืองการปกครอง ตลอดจนการละเมิดการสื่อสารด้วยการปิดสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ประเทศไทยประกาศต่อสากลว่าเป็นประเทศที่ปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมของผู้ปกครอง รัฐบาล และผู้สนับสนุน ไม่ได้สะท้อนความเป็นผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยมีองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐองค์กรอิสระ และองค์กรภาคเอกชน เป็นจำนวนมาก แต่กลับพบว่าไม่มีองค์กรใดมีความรู้สึกเดือดร้อนกับสถานการณ์ดังกล่าว ในทางกลับกัน กลับแสดงท่าทีเพิกเฉย ต่อสถานการณ์ดังกล่าว จนทำให้เกิดการใช้อำนาจทั้งในและนอกระบบเพื่อกระทำการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนและพลเมืองในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์) ในฐานะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ขององค์กรในข้อที่ 4 ที่ตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแสดงท่าทีต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ ขอเรียกร้องให้รัฐยุติการคุกคามประชาชนพลเมืองในรูปแบบต่าง ๆ โดยสิ้นเชิงในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteright"&gt;
&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประกาศมา ณ วันที่ 9 กันยายน 2553&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน (องค์กรสาธารณประโยชน์)&lt;br /&gt;
&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteright"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/x5Hzpjy8shM" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31034#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%99">สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31034</wfw:commentRss>
 <pubDate>Thu, 09 Sep 2010 15:53:42 +0000</pubDate>
 <dc:creator>parid</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31034 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31034</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>ชาวชุมชนรุกถึงมหาดไทยจี้ รมต.ลงนามร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย ด้านมท.1 ส่งผู้ช่วยคุยแทน</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/dtzsguzlzvE/31033</link>
 <description>&lt;div&gt;เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วม สอช.กว่า 700 คน ชุมนุม ก.มหาดไทย จี้ &amp;ldquo;ชวรัตน์&amp;rdquo; ลงนามกฎกระทรวงยกเว้นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เปิดทางสร้างบ้านของคนจนเมือง เร่งนำเข้า ครม.ใน 1เดือน ด้านผู้ช่วย ทม.1 คุยแทน สรุปทำบันทึกร่วมรับนำเอาเนื้อหา กม.ของชุมชนเข้ากฤษฏีกาและ ครม.ไม่เกิน ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วันนี้ (9 ก.ย.53) เวลา 9.00 น.ชาวชุมชนแออัดจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค และสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กว่า 700 คน นัดรวมตัวที่ศาลฎีกาจากนั้นได้เคลื่อนขบวนเดินเท้าไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอเข้าพบนายชวรัตน์ ชาญวีรกูลกับ รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.1) เพื่อติดตามความคืบหน้าการลงนามร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายการควบคุมอาคาร สำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มี หรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย พ.ศ. &amp;hellip; และนำร่างดังกล่าวเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="452" height="300" alt="" src="/sites/default/files/u10/0001_1.JPG" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="452" height="300" alt="" src="/sites/default/files/u10/0002_1.JPG" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="452" height="300" alt="" src="/sites/default/files/u10/0004.JPG" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="452" height="300" alt="" src="/sites/default/files/u10/0005.JPG" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="452" height="300" alt="" src="/sites/default/files/u10/0013.JPG" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สืบเนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ได้มีการแก้ไขเพื่อผ่อนปรนให้การก่อสร้างที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐในปี 2550 แต่ระยะผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังไม่สามารถออกเป็นกฏกระทรวงเพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้โครงการบ้านมั่นคงที่เป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนหลายโครงการกลายเป็นโครงการที่ผิดกฎหมาย และชาวชุมชนถูกดำเนินคดีข้อหาสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องเสียค่าปรับ และต้องโทษจำคุก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะถูกร่างโดยชาวชุมชนทั่วประเทศโดยได้เห็นพ้องกับเนื้อหาที่ร่วมกันร่างแล้ว และได้เสนอให้กับกระทรวงมหาดไทยไปแล้วหลายเดือน แต่ทางมหาดไทยก็ยังไม่นำร่างกฎกระทรวงนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;ldquo;เราอยากได้บ้านไง เราถึงมาทำอย่างนี้&amp;rdquo; ชายวัยกว่า 60 ปี ชาวชุมชนจตุจักร รายหนึ่งให้บอกเล่าความรู้สึก พร้อมให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาเขาได้ทำการยกระดับที่อยู่อาศัย ตามโครงการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่ให้การสนับสนุน แก้ปัญหาชุมชนสลัม อีกทั้งยังช่วยเรื่องการควบคุมปัญหายาเสพติดได้ง่ายขึ้น แต่ที่ผ่านมากลับติดข้อกฎหมายที่ยังไม่ยอมมีออกมาเสียที จึงต้องออกมาร่วมต่อสู้เรียกร้อง&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ด้านสุนันทา มูลทองชุน ชาวชุมชนบางกอกน้อย 2 กล่าวย้ำเช่นกันว่าชาวชุมชนประสบปัญหาจากการที่กฎหมายไม่มีความคืบหน้า และกรณีเร่งด่วนอำดับแรกที่ต้องการมาขอคำตอบคือเรื่องทะเบียนบ้านชั่วคราว ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาเพราะชาวชุมชนไม่สามารถนำไปใช้ขอใช้น้ำใช้ไฟของรัฐได้ ชาวบ้านจึงต้องการทะเบียนบ้านฉบับถาวร ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือการปลูกสร้างบ้าน ซึ่งตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคารได้วางหลักเกณฑ์ไว้แต่ชาวบ้านมีข้อจำกัดไม่สามารถทำได้ โดยยกตัวอย่างถึง การที่พวกเขาได้ที่จัดสรร 3 ตารางเมตร แต่กฎหมายบอกให้เว้นระยะย่นของบ้านแต่ละหลังไว้ 2 เมตร แล้วจะไปสร้างบ้านได้อย่างไร&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ส่วนพรเทพ บูรณบุรีเดช สมาชิกสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กล่าวว่า สอช.มีปัญหาเช่นเดียวกับทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค ในกรณีของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จึงออกมาร่วมกันเคลื่อนไหว ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางสหพันธ์ฯ เองก็ได้ยื่นข้อเสนอในการแก้ปัญหาต่อรัฐมนตรีไว้กว่า 10 หน้า แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ในส่วนของร่างกฎกระทรวงก็ยังติดปัญหาที่รัฐมนตรีไม่ยอมลงนามเพื่อให้ ครม.ตีความ ดังนั้นวันนี้จึงต้องการมาเรียกร้องให้รัฐมนตรีลงนาม เพื่อผลักดันกฎหมายให้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายใน 1 เดือน ไม่ได้มาเพื่อพูดคุยหารือเพราะที่ผ่านมาได้เจรจากันมาหลายรอบแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินขบวนไปถึงหน้ากระทรวงมหาดไทยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ประสานกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ทราบว่านายชวรัตน์ ยังไม่เดินทางมาถึง และในเวลาประมาณบ่าย 2 โมงจะมีประชุมที่กระทรวงฯ ผู้ชุมนุมจึงปักหลักปราศรัยบริเวณด้านข้างกระทรวงฯ เพื่อรอเข้าพบนายชวรัตน์&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;จากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวชุมชนได้ร่วมพูดคุยกับที่ปรึกษา มท.1 โดยได้มีการทำบันทึกร่วมกันว่าจะนำเอาเนื้อหาร่างกฎกระทรวงที่ชาวชุมชนได้จัดทำไว้เข้ากฤษฏีกาและ ครม.ให้แล้วเสร็จไม่เกิน ต.ค.53 โดยจะเร่งรัดกฤษฎีกาให้เป็นเรื่องเร่งด่วน&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="501" height="334" alt="" src="/sites/default/files/u10/page1_3.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;
&lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img width="501" height="334" alt="" src="/sites/default/files/u10/page2_0.jpg" /&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dtzsguzlzvE" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31033#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87">กฎกระทรวง</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1">การชุมนุม</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3">พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%8A">สอช.</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1-4-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84">เครือข่ายสลัม 4 ภาค</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31033</wfw:commentRss>
 <pubDate>Thu, 09 Sep 2010 12:12:55 +0000</pubDate>
 <dc:creator>kim</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31033 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31033</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>สภาทนายความชี้ หม่อง ทองดี เป็นชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/Od5uKSwjsrk/31032</link>
 <description>&lt;p&gt;คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ&amp;nbsp; ผู้ไร้สัญชาติ&amp;nbsp; แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น&amp;nbsp; สภาทนายความ&amp;nbsp; ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ชี้แจงข้อกฎหมายกรณีเด็กชายหม่อง&amp;nbsp; ทองดี&amp;nbsp; ยืนยันว่าพ่อแม่ของเด็กชายหม่องเป็นชาวปะโอ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว&amp;nbsp; จึงควรจำแนกให้ถูกต้องตามสถานะที่เป็นจริง&lt;/p&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสุรพงษ์&amp;nbsp; กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ&amp;nbsp; ผู้ไร้สัญชาติ&amp;nbsp; แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น&amp;nbsp; สภาทนายความ ได้แถลงถึงหนังสือของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ&amp;nbsp; ผู้ไร้สัญชาติ&amp;nbsp; แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น&amp;nbsp; สภาทนายความ&amp;nbsp; ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; เพื่อให้ความเห็นทางกฎหมาย&amp;nbsp; กรณีเด็กชายหม่อง&amp;nbsp; ทองดี&amp;nbsp; กำลังจะถูกจำหน่ายรายการในทะเบียนราษฎร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เด็กชายหม่อง&amp;nbsp; ทองดี ถูกสำนักงานทะเบียนเทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร และไม่ให้เดินทาง&amp;nbsp; รวมทั้งให้เวลา 30 วันที่จะโต้แย้ง&amp;nbsp; หากไม่โต้แย้งจะจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน&amp;nbsp; ให้เหลือเพียงทะเบียนผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่งผลถึงสถานะและสิทธิทางกฎหมายของหม่องหลายประการจะถูกตัดตามไปด้วย อาทิ สิทธิรักษาพยาบาลตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp; สิทธิในการเดินทาง&amp;nbsp; สิทธิและโอกาสที่จะได้สัญชาติไทย ฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ สภาทนายความ เห็นว่า บิดาและมารดา ของเด็กชายหม่องเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าปะโอ ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 แต่ตกหล่นจากกการสำรวจและไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้จึงควรได้รับการจัดทำทะเบียนชนกลุ่มน้อยที่ตกหล่นจากการสำรวจตามยุทธศาสตร์การจัดปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มกราคม 2548 รองรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเด็กชายหม่อง&amp;nbsp; ทองดี เป็นบุตรชนกลุ่มน้อยที่เกิดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยต้องเร่งรัดออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดสถานะให้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ เรื่องการระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนว่าไม่กระทบสิทธิแต่อย่างใด รวมทั้งลงนามอนุมัติผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการได้สัญชาติที่ผ่านการตรวจสอบ และเห็นชอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ที่รอการพิจารณาจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสรุพงษ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; มีความผิดพลาดตั้งแต่การรับขึ้นทะเบียนแรงงานให้บิดามารดาเด็กชายหม่อง&amp;nbsp; เพราะว่าไม่ใช่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาเพื่อทำงานและกลับประเทศต้นทาง&amp;nbsp; แต่เป็นชนกลุ่มน้อยที่หนีการสู้รบมาจากพม่า&amp;nbsp; ดังนั้นควรเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้องตามความเป็นจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีหม่องเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจและดำเนินการด้านสถานะให้จริงจังและถูกต้อง&amp;nbsp; ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาของหม่องเท่านั้น&amp;nbsp; แต่จะแก้ปัญหาคนอีกจำนวนมากที่ไม่มีสถานะชัดเจนในประเทศไทย&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Od5uKSwjsrk" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31032#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AF">คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B5">ด.ช.หม่อง ทองดี</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1">สภาทนายความ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81-0">สุรพงษ์  กองจันทึก</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/news">ข่าว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31032</wfw:commentRss>
 <pubDate>Thu, 09 Sep 2010 11:01:24 +0000</pubDate>
 <dc:creator>parid</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31032 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31032</feedburner:origLink></item>
<item>
 <title>รายงานพิเศษ : ผู้บันทึกชีวิตใหม่แห่งแม่ตาวคลินิก</title>
 <link>http://feedproxy.google.com/~r/prachatai/~3/nklnZU2vtuc/31031</link>
 <description>&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;พรพิมพ์ แซ่ลิ้ม &lt;br /&gt;
สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT)&lt;br /&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;ชื่อบทความเดิม &amp;quot;อรรจน์&amp;nbsp; มีชัย : ผู้บันทึกชีวิตใหม่แห่งแม่ตาวคลินิก&amp;quot;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;img height="450" width="338" src="/sites/default/files/u17/2553-07-03-%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%94.JPG" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;
&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ใบรับแจ้งการเกิดเทศบาลตำบลท่าสายลวด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;
&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3 กรกฎาคม 2553 ....เรา&lt;sup&gt;&lt;a href="#1"&gt;1&lt;/a&gt; &lt;/sup&gt;มาถึงแม่ตาวคลินิกในบ่ายที่เมฆหมอกแห่งวสันตฤดูปกคลุมไปทั่วผืนฟ้าอำเภอแม่สอด อำเภอชายแดนของจังหวัดตาก&amp;nbsp; น้ำจากฟ้าโปรยปรอยลงมาเกือบตลอดทั้งวัน&amp;nbsp; แต่ไม่ทำให้คนไข้ที่หนาแน่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันของที่นี่ลดน้อยลงไปกว่าวันไหนๆเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ที่แม่ตาวคลินิกได้เกิดขึ้นบนแผ่นดินในอาณาเขตของตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&amp;nbsp; โดยแพทย์หญิงชาวพม่าผู้เปี่ยมอุดมการณ์นามว่า &amp;ldquo;ซินเธียร์ หม่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อให้การรักษาพยาบาลชาวพม่าที่ได้รับบาดเจ็บสาเหตุจากภัยสงครามมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งมีคนเข้ามารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ละวันของแม่ตาวคลินิกยังเนืองแน่นด้วยคนยากไร้เสมอ ทั้งผู้ที่บาดเจ็บจากภัยสงคราม เนื่องจากสถานการณ์อีกฟากฝั่งหนึ่งของพรมแดนยังไม่สงบ&amp;nbsp; หรือผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนจากฝั่งประเทศพม่า และแรงงานพม่าใน อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก อันเป็นผลพวงจากระบบสาธารณสุขในพม่าที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยวันๆ หนึ่งได้มีแม่ชาวพม่ามาให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ ณ ที่แห่งนี้เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนที่มาคลอดที่นี่ส่วนใหญ่เป็นแม่ที่อุ้มท้องมาจากฝั่งโน้น ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ วันหนึ่งๆ คนที่มาคลอดเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 8 คน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;img height="450" width="338" src="/sites/default/files/u17/2553-07-03-%E0%B8%97.%E0%B8%A3.1%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A1%40MaeTaoClinic.JPG" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;ทร. 1/1&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;
คุณอรรจน์ มีชัย&lt;/strong&gt; เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเกิดของแม่ตาวคลินิกบอกเล่าถึงสถานการณ์ที่แผนกห้องคลอดของคลินิกต้องแบกรับในแต่ละวัน&amp;nbsp; ซึ่งจำนวนตัวเลขนี้ก็สัมพันธ์กับหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาด้วย นั่นก็คือจดบันทึกการเกิด และออกหนังสือรับรองการเกิดของเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โต๊ะทำงานของคุณอรรจน์ ตั้งอยู่หน้าแผนกห้องคลอด&amp;nbsp; หากมีหญิงสาวคนไหนมาคลอดลูกที่นี่แล้ว จึงไม่ต้องห่วงเลยว่าจะลืมเอาหนังสือรับรองการเกิดกลับบ้าน&amp;nbsp; งานของคุณอรรจน์บนโต๊ะตัวนี้ก็คือบันทึกข้อมูลของพ่อแม่เด็ก ข้อมูลแรกเกิดของเด็ก ถ่ายรูป และออกหนังสือรับรองการเกิด ให้กับพ่อแม่เด็ก เพื่อจะได้นำไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันรับรู้ถึงการเกิดของเด็ก ก็จะออกใบรับแจ้งการเกิด (หรือท.ร. 1 ตอนหน้า) ให้ จากนั้นจึงนำไปแจ้งเกิดที่เทศบาลตำบลท่าสายลวด พ่อแม่ (หรือคนที่รับมอบอำนาจไปแจ้งแทน) ก็จะได้รับสูติบัตรกลับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบวนการรับรองการเกิดของเด็กคนหนึ่งๆ นี้ ทำให้เด็กมีตัวตนทั้งในข้อเท็จจริงและถูกมองเห็นด้วยสายตาของกฎหมายอีกด้วย ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยได้รับรู้ถึงการมีตัวตนเกิดขึ้นมามีชีวิตอยู่ของเด็กคนหนึ่งแล้ว&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;br /&gt;
อรรจน์ เล่าว่า แม้กฎหมาย (พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2551) จะบอกว่า เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทย สามารถได้รับการจดทะเบียนการเกิดได้ แต่ข้อจำกัดของคลินิคแม่ตาวก็คือ แม้แม่จะมาคลอดเด็กที่นี่จริง แต่คลินิคแม่ตาวไม่สามารถออกใบรับแจ้งการเกิด หรือ ท.ร.1/1 ได้เอง เพราะคลินิคแม่ตาว ไม่ได้มีฐานะเป็นสถานพยาบาลตามกฎหมาย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามถึงปัญหาการออกเอกสารรับรองการเกิดให้กับเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบันนี้&amp;nbsp; คุณอรรจน์ตอบว่า &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันนี้ที่นี่เคลียร์หมดเลยทุกอย่าง ไม่มีปัญหาเรื่องการออกหนังสือรับรองการเกิด&amp;nbsp; ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้คือเด็กที่เกิดก่อนผมจะเข้ามารับผิดชอบตรงนี้ คือเด็กที่เกิดก่อนปี 2551&amp;rdquo; คุณอรรจน์ได้นำเอกสารบันทึกการเกิดของเด็กในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเข้ามาทำหน้าที่นี้&amp;nbsp; เอกสารทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษและพม่า และมีการประทับฝ่าเท้าของเด็กตอนแรกเกิด&amp;nbsp; ซึ่งในภายหลังต้องนำมาแปลเป็นภาษาไทยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเด็กเข้าโรงเรียนในประเทศไทยไม่ได้&lt;br /&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&amp;nbsp;&lt;img height="338" width="450" src="/sites/default/files/u17/2553-07-03-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%40MaeTaoClinic.JPG" alt="" /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;&amp;nbsp;สมุดบันทึกหน้าห้องคลอด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class="rteleft"&gt;
เมื่อได้ฟังคุณอรรจน์อธิบายถึงขั้นตอนต่างๆหลังจากเด็กเกิด และก่อนจะพ้นออกจากคลินิกไปแล้ว เรารู้สึกชื่นชมในความตั้งใจและความกระตือรือร้นของผู้ชายผิวคล้ำที่อยู่ตรงหน้านี้ อย่างมาก และด้วยงานที่สำเร็จราบรื่นหลายอย่างนั้น ก็มาจากการประสานงานของเขา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนไปก่อนที่จะมาทำงานที่แม่ตาวคลินิก&amp;nbsp; คุณอรรจน์เคยเป็นครูที่ศูนย์เด็กบนดอย ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง&amp;nbsp; ชีวิตการเป็นครูบนดอยของเขาดำเนินมาถึงสี่ปี&amp;nbsp; ในปลายปี 2550 คุณอรรจน์มีโครงการทำเพลงอัลบั้มหนึ่ง เพื่อตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กดอย&amp;nbsp; แต่แล้วชีวิตของเขาก็ถึงจุดพลิกผัน เมื่อในวันหนึ่งได้เกิดอาการผิดปกติขึ้นกับร่างกายที่เคยแข็งแรงมาตลอดของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คุณอรรจน์มีอาการตุ่มขึ้นเต็มตัว กินอะไรก็ท้องเสีย&amp;nbsp; อาการที่เหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสุขภาพของเขาจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป&amp;nbsp; เมื่อได้ยาจากหมอที่โรงพยาบาลแม่สอดไปรักษาอยู่สองครั้ง ครั้งที่สามหมอจึงขอตรวจเลือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลปรากฏว่า คุณอรรจน์ติดเชื้อ HIV แม้ฉากหน้าจะดูทำใจยอมรับความจริงได้&amp;nbsp; แต่ความจริงแล้ว เขาแบกเอาความเครียดใส่บ่ากลับไปยังโรงเรียนที่เขาสอน อยากจะจบชีวิตตัวเองหนีโรคร้าย แต่วิญญาณความเป็นครูทำให้ล้มเลิกความคิดฆ่าตัวตาย&amp;nbsp; ตัดสินใจใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อมีชีวิตและใช้ศักยภาพของตัวเองทำประโยชน์ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;...ก็ยังมีแรงอยู่ ลองดูสักพัก&amp;nbsp; ถ้าเกิดมันไม่ดีขึ้นก็ขอจบชีวิตแล้วกัน อย่าได้เป็นภาระของคนอื่น&amp;nbsp; พออยู่ไปถึงงานวันเด็ก ก็สนุกมาก&amp;nbsp; เสร็จแล้วผมก็มีความคิดว่า ถึงเราจะไม่สบาย แต่เราก็ยังมีศักยภาพ เรายังทำอะไรได้อีกเยอะ คนปกติยังทำไม่ได้อย่างเราเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สังคมที่แคบและคำว่า &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ทำให้คุณอรรจน์เก็บเรื่องความป่วยไข้ของตัวเองเป็นความลับ จนมาได้พบกับคุณหมอสลวยและคุณมาเรียที่ทำงานอยู่ในแผนกผู้ติดเชื้อ HIV ที่แม่ตาวคลินิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้เปิดเผยว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อ และไม่สามารถอยู่ทำงานที่เดิมได้แล้ว&amp;nbsp; คุณหมอสลวยและคุณมาเรียจึงชักชวนให้คุณอรรจน์มาทำงานที่แผนกผู้ติดเชื้อของแม่ตาวคลินิก&amp;nbsp; เขาจึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูและจากบ้านมาเช่าบ้านอยู่คนเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเครียดที่ไม่สามารถบอกความจริงกับทางบ้านได้ทำให้ป่วยหนัก ไม่นานนักทางบ้านจึงได้รับรู้ หลังจากนั้นความเข้าใจและกำลังใจจากทางบ้านและญาติพี่น้องทั้งหลายก็หลั่งไหลเข้ามาสู่ดวงใจที่อ่อนล้าของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรคนี้ครอบครัวจะต้องเข้าใจก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นเข้าใจ&amp;nbsp; แล้วผมมีกำลังใจที่จะฟื้นขึ้นมา&amp;nbsp; ใช้เวลารักษาตัวแค่อาทิตย์เดียว ตุ่มก็หายหมดเลย&amp;nbsp; มันอยู่ที่กำลังใจของเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ครอบครัวที่เข้าใจทำให้คุณอรรจน์มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; แรกเริ่มทำงานที่แม่ตาวคลินิก เขาทำงานอยู่แผนกผู้ติดเชื้อ ซึ่งปัญหาของผู้ติดเชื้อในตอนนั้นคือ เมื่อเดินทางข้ามพรมแดนมารักษาตัวหรือรับยาต้านไวรัสจะโดนตำรวจจับ เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีใบอนุญาตผ่านแดน (border pass)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเลยทำหนังสือให้คนไข้ติดตัว มีชื่อ มีเลขประจำตัวของคลินิก และมีรูปถ่ายติด&amp;nbsp; แล้วเอาไปเสนอให้ทางผู้กำกับเขาดูว่า ถ้าผมจะทำหนังสือแบบนี้ให้ผู้ป่วยติดตัว โดยให้ทางผู้กำกับช่วยเซ็นต์ได้มั้ย&amp;nbsp; แล้วที่เขาข้ามมาเพื่อมารับยา เพราะถ้าคนเหล่านี้ขาดยา เสียชีวิตแน่นอน&amp;nbsp; เขาก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นเมื่อ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ออกมาบังคับใช้ ซึ่งกำหนดว่า เด็กที่เกิดในประเทศไทยทุกคนสามารถจดทะเบียนการเกิดได้ ด้วยความสามารถในการเจรจาและประสานกับทางราชการจนประสบความสำเร็จ ทำให้แม่ตาวคลินิกมอบหมายหน้าที่ในการดูแลเรื่องการออกหนังสือรับรองการเกิดให้กับเขา&amp;nbsp; ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นเรื่อยมาจนทุกวันนี้&amp;nbsp; เมื่อถามถึงอุปสรรคจากทัศนคติของภาคราชการที่มีส่วนสำคัญต่อการจดทะเบียนการเกิดให้กับเด็กต่างด้าวที่เกิดในไทย คุณอรรจน์ตอบว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางราชการเขามองเรื่องความมั่นคง แต่เรามองเรื่องสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp; เรามองกันคนละมุม และมันก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เราต้องใช้ไม้อ่อน จะไปใช้ไม้แข็งไม่มีทางสำเร็จไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความประทับใจก่อเกิดขึ้นในใจของฉัน ด้วยเห็นความตั้งใจจริง และความสามารถที่จะผ่านข้อจำกัดต่างๆ ไปได้&amp;nbsp; ก่อนจากกัน ฉันจึงอยากรู้ว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้เขาทำได้อย่างนี้&amp;nbsp; ฉันหวังลึกๆว่าจะได้ยินอุดมการณ์สวยหรูจากปากของเขา แต่...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ได้มีอุดมการณ์อะไร เพียงแต่ผมมีหน้าที่ตรงนี้ ผมก็ต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะผิดจากที่คาดหวังไว้&amp;nbsp; แต่ความชื่นชมในผู้ชายคนนี้ไม่ได้ลดน้อยลงไป คนเราเมื่อมีหน้าที่อะไรสักอย่างแล้ว การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดโดยไม่เกี่ยงงอนย่อมเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และผลจากการทำหน้าที่อย่างแข็งขันของเขาก็ได้สร้างคุณูปการมากมายให้กับเด็กคนหนึ่งๆที่ลืมตาขึ้นมาบนแผ่นดินไทย&amp;nbsp; อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองคิดและทำได้อย่างคุณอรรจน์&amp;nbsp; ปัญหาทุกอย่างก็คงไม่มีมากมายเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผ่านไปนานนับหลายชั่วโมง&amp;nbsp; ฟ้ายังครึ้ม ฝนยังปรอย&amp;nbsp; ผู้ชายคนหนึ่งยังคงนั่งประจำที่ตรงโต๊ะตัวนี้&amp;nbsp; และไม่ว่าท้องฟ้าจะครึ้มจนมืดมิดกว่านี้ หรือฝนจะกระหน่ำตกมากกว่านี้ ผู้ชายคนนี้ก็ยังนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนี้เพื่อทำหน้าที่ของเขาต่อไปอย่างดีที่สุด...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ชายที่ชื่อ อรรจน์&amp;nbsp; มีชัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;p&gt;
&lt;a name="1"&gt;&amp;nbsp;&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt;&lt;/a&gt; ดรุณี&amp;nbsp; ไพศาลพาณิชย์กุล, กรกนก&amp;nbsp; วัฒนภูมิ นักกฎหมายประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT), พรพิมพ์&amp;nbsp; แซ่ลิ้ม เจ้าหน้าสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT) สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2553, ในการสำรวจสถานการณ์การจดทะเบียนการเกิด กรณีการเกิดนอกสถานพยาบาล ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้และกลไกการทำงานเครือข่ายด้านสถานะบุคคล และสิทธิเพื่อผลักดันการจดทะเบียนการเกิดถ้วนหน้า ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT) โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต แรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล (คพรส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) และ โรยทราย&amp;nbsp; วงศ์สุบรรณ&amp;nbsp; ผู้ประสานงานการรณรงค์ด้านนโยบาย&amp;nbsp; อินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี (IRC) ร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;
&lt;div class="field field-type-text field-field-feed-pr"&gt;
    &lt;div class="field-items"&gt;
            &lt;div class="field-item odd"&gt;
                    สมัครรับข่าวความเคลื่อนไหวจากประชาไท ผ่านทางอีเมล ดูรายละเอียดที่ http://groups.google.com/group/prachatai-newspaper        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/nklnZU2vtuc" height="1" width="1"/&gt;</description>
 <comments>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31031#comments</comments>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/swit">SWIT</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7">คลินิกแม่ตาว</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90">สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2">อรรจน์ มีชัย</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9">รายงานพิเศษ</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/quality-life">คุณภาพชีวิต</category>
 <category domain="http://www.prachatai3.info/category/human-rights">สิทธิมนุษยชน</category>
 <wfw:commentRss xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">http://www.prachatai3.info/crss/node/31031</wfw:commentRss>
 <pubDate>Thu, 09 Sep 2010 10:04:46 +0000</pubDate>
 <dc:creator>parid</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31031 at http://www.prachatai3.info</guid>
<feedburner:origLink>http://www.prachatai3.info/journal/2010/09/31031</feedburner:origLink></item>
</channel>
</rss>
