กูรูสันติวิธีเชื่อ เสื้อแดงสันติ เตือนอย่าให้เสียงส่วนน้อยดังกว่าส่วนใหญ่
ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสันติวิธี แสดงทัศนะผ่านรายการ “ลงเอยอย่างไร” ช่อง 11 เตือนอย่าทำให้คนกลุ่มน้อยมาเป็นผู้แทนคนกลุ่มใหญ่ และรัฐเป็นองค์กรที่ต้องทำหน้าที่ควบคุมการใช้ความรุนแรง หากไม่ทำก็หมดความชอบธรรม
รายการลงเอยอย่างไร เมื่อค่ำวันที่ 10 มีค. ที่ผ่านมาทางโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นพิธีกร ได้เชิญผู้เข้าร่วมสองรายคือนายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องแนวทางสันติวีธี กับพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ เนื้อหาหลักในการออกอากาศตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่กำลังจะมีขึ้นในกรุงเทพฯกับแนวทางในการจัดการกับการชุมนุมของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ
ประเด็นหลักของการสนทนาเป็นเรื่องของคนเสื้อแดงและโอกาสเกิดความรุนแรงในระหว่างการชุมนุมนั้น ในช่วงหนึ่งนายชัยวัฒน์พยายามชี้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ต้องการความรุนแรง ฝ่ายที่อาจจะต้องการความรุนแรงเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้น สิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะพยายามทำก็คือไม่ทำอะไรที่เป็นการทำให้คนกลุ่มน้อยกลายมาเป็นผู้แทนของคนกลุ่มใหญ่
“ถึงยังไงเขาเป็นคนไทย ไม่ว่าเสื้อสีอะไรเราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน จะไปบอกว่าคนเสื้อแดงต้องการพังบ้านพังเมืองยิ่งอันตราย” โดยระบุว่าการกระทำเยี่ยงนั้นจะเท่ากับยิ่งผลักดันคนเสื้อแดงให้ออกห่างและยิ่งจะทำให้คนส่วนน้อยที่ต้องการใช้ความรุนแรงคุมพื้นที่ได้มากขึ้น เมื่อพล.ท.นันทเดชแย้งว่า แม้คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งอาจจะไม่ต้องการความรุนแรงก็จริง แต่ในความเป็นจริงการที่คนเสื้อแดงแตกคอกันเอง คุมกันไม่ได้ทำให้ยากที่จะไม่เกิดความรุนแรง นายชัยวัฒน์สรุปว่า ไม่ว่าที่ใดก็ตาม การที่การชุมนุมจัดตั้งไว้ไม่ได้ ควบคุมกันไม่ได้ย่อมมีโอกาสเกิดความรุนแรงเสมอ แล้วย้ำว่า สังคมไทยจะต้องไม่ผลิตความรู้สึกว่า คนเสื้อแดงเป็นศัตรูและเป็นภัยคุกคามประเทศเพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ต้องการความรุนแรง เนื่องจากการผลิตความรู้สึกต่อต้านเสื้อแดงและเห็นว่าเสื้อแดงเป็นภัยจะเท่ากับผลักให้เกิดสภาพสุดโต่งปรากฏขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงหนึ่งพิธีกรมีคำถามว่าใครมีโอกาสมากกว่ากันที่จะก่อความรุนแรงหนนี้ ในบรรดาผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ระหว่าง รัฐ ทหาร ตร.แกนนำคนเสื้อแดง แกนนำอีกหลายกลุ่ม ผู้ชุมนุม คนติดตามการชุมนุม และอื่นๆ นายชัยวัฒน์ระบุว่าทุกกลุ่มมีโอกาสทั้งสิ้น รวมทั้งประชาชนที่หากรู้สึกว่าไม่มั่นคงปลอดภัยและรัฐไม่สามารถให้ความคุ้มครองตนเองได้ก็อาจลุกขึ้นมาใช้ความรุนแรงเพื่อป้องกันตัวเองเช่นเดียวกัน แม้เมื่อพล.ท.นันทเดชยืนยันว่าทหารยึดมั่นอยู่กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะไม่กระทำการรุนแรงแน่นอน รวมทั้งรัฐบาลเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำ ย่อมไม่ใช้ความรุนแรง แต่นายชัยวัฒน์ก็ติงว่า ทหารและรัฐบาลไม่แน่ว่าจะเป็นเอกภาพกันเสมอไป โดยเฉพาะในสภาพของสังคมที่มีความขัดแย้งสูงเช่นขณะนี้ ทหารก็อาจไม่มีภูมิต้านทานสูงขนาดนั้น
ผู้ดำเนินรายการเปิดประเด็นต่อไปว่า โอกาสในการเกิดความรุนแรงอาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมาจากชาวบ้านด้วยกันเองที่จะทนคนเสื้อแดงไม่ได้และเล่นงานคนชุมนุม ซึ่งพล.ท.นนทเดช ผู้ร่วมรายการแสดงความเห็นว่า เรื่องแบบนี้อนุมานเอาได้ว่าหากมีคนมาชุมนุมราวห้าหมื่นหรืออย่างมากที่สุดหนึ่งแสนคนจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก
“สิ่งที่ชาวบ้านมองคือการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวบ้าน ข้ออ้างของพวกเขาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวบ้าน ที่อ้างว่าต้องการปชต.ที่แท้จริง ชาวบ้านก็บอกว่าตอนนี้ก็มีปชต.อยู่แล้ว ปชต.ที่แท้จริงเป็นยังไง ข้ออ้างอื่นๆก็ไม่มีน้ำหนัก อันเดียวที่ชาวบ้านมองเห็นก็ว่ามีน้ำหักก็คือการทำเพื่อทักษิณ คนส่วนใหญ่จึงมองว่าการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงเป็นการเคลื่อนไหวของทักษิณ ชาวบ้านอาจไม่ชอบและอาจมาทำอะไร มันจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงเอง อีกอย่างคนมาห้าหมื่นจะมานั่งฟังทั้งวันไม่ได้ ต้องคว.ไม่งั้นเขาจะกลับบ้าน ก็ต้องคว.เอาไปนั่นไปนี่ โอกาสกระทบกระทั่งมีแน่ เช่นไปสีลมอีกครั้งโดนขว้างแน่ ชุมนุมสักสี่ห้าวัน คนลดเหลือหมื่นหรือห้าพัน คนที่ออกไปข้างนอกอาจจะโดนเล่นงาน ก็จะคิดแก้แค้น” พล.ท.นันทเดชวาดภาพ
อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ได้ท้วงติงคำพูดของพล.ท.นันทเดชโดยตั้งคำถามว่า เมื่อบอกว่าวิธีการต่อสู้หรือข้อเรียกร้องของเสื้อแดงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยนั้น คำถามก็คือใครที่ไม่เห็นด้วย เพราะคนในเมืองอาจมีที่ไม่เห็นด้วย แต่คนกลุ่มอื่นอาจเห็น พร้อมทั้งชี้ว่า ในการชุมนุม ผู้เรียกชุมนุมต้องกระทำให้ปัญหาเป็นนามธรรม เช่นความไม่เป็นธรรม ชัยวัฒน์ระบุว่าการตัดสินของศาลในคดียึดทรัพย์นั้นเขาเห็นว่าเป็นปัญหากฏหมายน้อยยิ่งกว่าเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขในเรื่องความรู้สึก นอกจากนี้ยังบอกว่าการที่ปัญหาความขัดแย้งยืดเยื้อนั้น สำหรับสังคมไทย ลักษณะเช่นนี้ได้นำพาสถาบันต่างๆที่เคยเป็นสถาบันที่ค้ำจุนสังคมให้อ่อนแอตามกันไปและไม่มีใครต้องการจะฟังใคร นอกจากนั้นยังเสนอว่าในการชุมนุมของกล่มคนเสื้อแดงนั้น สังคมไทยควรจะช่วยให้คนเหล่านั้นชุมนุมได้โดยไม่ให้มีการใช้ความรุนแรง แต่ทว่าพิธีกรคือเจิมศักดิ์กลับตั้งคำถามว่า หน้าที่ในการทำให้การชุมนุมไม่รุนแรงควรจะเป็นหน้าที่ใครระหว่างสังคมกับแกนนำคนเสื้อแดง
และเมื่อนายชัยวัฒน์ระบุว่าตนเชื่อว่าแกนนำเสื้อแดงเองก็คงไม่ต้องการความรุนแรง ฝ่ายนายเจิมศักดิ์ยืนยันว่า ตนมีหลักฐานว่าแกนนำคนเสื้อแดงนั่นเองที่เรียกร้องหาความรุนแรงในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้นำภาพจากการตัดต่อวิดีโอที่อัดเสียงการปราศรัยของแกนนำเสื้อแดงจากหลายที่หลายเวลามาต่อกันและล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดที่ผู้พูดแสดงอาการแข็งกร้าว เรียกร้องหาความรุนแรงในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่โดยที่ผู้นำเสนอภาพไม่ได้ให้บริบทใดๆ เช่นเริ่มต้นด้วยการที่พตท.ทักษิณ ชินวัตรกล่าวว่า “ผมแพ้ไม่ได้” ต่อด้วยแกนนำเสื้อแดงคนแล้วคนเล่าที่พูดไว้ในที่ต่างๆ เช่นเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมเอา “ขวดพลาสติก” ขนาดบรรจุ 75 ซีซีเข้ามาด้วย แล้วกรุงเทพฯจะเป็น “ทะเลเพลิง” หรือในช่วงที่เรียกร้องให้ตามไล่ล่านายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือเจ้าหน้าที่เพื่อนำมา “ผูกคอ” เป็นต้น นายเจิมศักดิ์ตั้งคำถามกับนักวิชาการนักสันติวิธีว่า นี่หรือคือคนที่ไม่ต้องการความรุนแรง อย่างไรก็ตามนายชัยวัฒน์ยืนยันว่า คนเราในเวลาต่อสู้กันมักจะเกิดความเกลียดชัง และเมื่อเกลียดชังกันแล้วก็จะไม่คิด หน้าที่ของคนในสังคมคืออย่าให้เสื้อแดงกลายเป็นสัญญลักษณ์ของการถูกเกลียดชัง เพราะคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ไม่ใช่เช่นนั้น และสังคมควรจะช่วยเหลือจัดการปัญหาที่เป็นความไม่พอใจจริงๆของพวกเขา และยังเสนอว่าควรจะหามาตรการไม่ให้การชุมนุมต่อไปผู้ไปชุมนุมมีอาวุธในครอบครอง ให้เป็นการชุมนุมที่ปลอดอาวุธ และให้จนท.เป็นคนกลุ่มเดียวที่มีอาวุธ ทั้งนี้เพื่อจะให้เป็นมาตรการที่จะช่วยให้การชุมนุมเป็นไปโดยสันติ
ด้านพล.ท.นันทเดชกล่าวย้ำหลายครั้งถึงโอกาสการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีเหตุรุนแรงแน่พร้อมกับระบุว่าคนเสื้อแดงจะแก้ตัวด้วยการโยนความผิดให้กันและกันโดยอาศัยภาพความไม่เป็นเอกภาพบังหน้า นอกจากนั้นพล.ท.นนทเดชแสดงความเชื่อมั่นว่า ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นในที่ชุมนุมใหญ่ แต่จะเกิดรอบนอก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยก็จะต้องมีห่วงหลายประการ รวมไปถึงการที่จะต้องพ่วงทัพสื่อมวลชนที่ลงไปทำข่าวเข้าไปด้วยเพื่อเป็นพยานยืนยันว่าหากมีการสลายการชุมนุมขึ้นมา เจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำการเกินเหตุ
พล.ท.นนทเดชยังกล่าวด้วยว่าหากมีการทำอะไรที่นอกกรอบ สันติวิธีอาจจะใช้ไม่ได้ ทำให้พิธีกรคือนายเจิมศักดิ์ตั้งคำถามกับนายชัยวัฒน์ว่าการจับกุมคุมขังคนทำผิดถือว่าไม่ใช่สันติวิธีใช่หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่า รัฐเป็นองค์กรที่ต้องทำหน้าที่ควบคุมการใช้ความรุนแรง หากไม่ทำก็หมดความชอบธรรม แต่จะต้องทำภายใต้กรอบของกฏหมายและต้องไม่เที่ยวไปไล่ล่าจับกุม กับคำถามต่อมาของพิธีกรที่ว่า แล้วอะไรคือเส้นแบ่งที่จะทำให้จับกุมได้ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เมื่อมีการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรง
*กรุงเทพเป็นเมืองหลวง....ชนทั
*กรุงเทพเป็นเมืองหลวง....ชนทั้งชาติ
ไทยทุกคน สามารถ เข้ามาได้
รัฐบาล หากเป็น รัฐบาลไทย
ย่อมต้องให้ ความคุ้มครอง ป้องกัน
*คนเสื้อแดง มาโดย สันติวิธี
มาโดยสิทธิ์ เสรี ที่สร้างสรรค์
มีกฎหมาย รองรับ รับประกัน
รัฐบาล อย่าบั่น ความชอบธรรม
*คนเสื้อแดง ไม่มุ่งก่อ ความรุนแรง
เว้นแต่มาร กำแหง เข้าหั่นห้ำ
คนเสื้อแดง รู้ผิดชอบ แม้บอบช้ำ
ถูกกระทำ ย่ำยี อยู่ฝ่ายเดียว
*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่ มีนาคม
ช่วยกันล้ม รัฐบาล ทหารเกี่ยว
เพื่อประชาธิปไตย ไม่ลดเลี้ยว
รัฐประหาร แห้งเหี่ยว เหือดหายไป
บันทึก ของ เสด็จในกรมหลวงชุมพ
บันทึก
ของ
เสด็จในกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
เจอบันทึกนี้ ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรับรู้ว่า
กู กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช
ขอประกาศให้ พวกมึงรับรู้ไว้ว่า
แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเนื้อเอาชีวิตเข้าแลกไว้
ไอ้อีผู้ใดมัน คิดบังอาจทำลายแผ่นดิน
ทำลายชาติ ทำลายศาสนา พระมหากษัตริย์
ฤากระทำ การทุจริต ก่อให้เกิดความเดือนร้อนต่อส่วนรวม
จงหยุดคิดการกระทำนั้นเสีย โดยเร็ว
ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม
อัน เป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่าอาภากร
ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาแผ่นดินสยามของกู
ลูกหลานทั้งหลาย
แผ่นดินใดให้กำเนิดเรา มา แผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน
ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ
จง ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่
*ที่สิบสอง ถึงสิบสี่ มีนาคม
ช่วยกันล้ม รัฐบาล ทหารเกี่ยว
เพื่อประชาธิปไตย ไม่ลดเลี้ยว
รัฐประหาร แห้งเหี่ยว เหือดหายไป
*มากันทั่ว ทุกทิศ แลทุกทาง
มากันอย่าง ตั้งใจ ไม่หวั่นไหว
ประชาชน สวัสดี มีขัย
รัฐประหาร จัญไร พินาศลง
*ทีละขั้น ทีละตอน ถอนหมุดใหญ่
เพื่อประชาธิปไตย...ใฝ่ประสงค์
รัฐบาล นอมินี ต้องจบลง
ความมั่นคง เป็นของ ประชาชน
*แพ้ชนะ อย่างไร ไม่ไหวหวั่น
นี่เป็นอีก หนึ่งขั้น อันก่อผล
ประชาชน จะไม่น้อม ยอมจำนน
ยิ่งเรียนรู้ เล่ห์กล อำมาตยา
*แผ่ขยาย ความคิด จิตสูงส่ง
เพื่อดำรง ประชาธิปไตย ให้มีค่า
สู้ต่อไป ต่อไป ไม่เหนื่อยล้า
สู้จนกว่า ...เกิดประชาธิปไตย
*
พูดตรงๆ
Re: พูดตรงๆ
« ตอบ #59 เมื่อ: 10 มีนาคม 2010, 19:33:19 PM »--------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่พวกนักสันติวิธีจอมปลอมอย่างพวกปรีชา..โคทม..ปริญญา..และ ฯลฯ ตลอดจนอีแอบทั้งหลายไม่ยอมกล่าวถึง ก็คือ "ข้อเท็จจริง"ต่างๆ
- กรณีการโกงชาติคดีต่างๆของทักษิณและลูกน้องที่ยังรอการขึ้นศาล
- กรณีการล้มการประชุมอาเซี่ยนที่พัทยาโดยพวกหางแดง
- การเผารถเมล์ เผาเมืองเมื่อสงกรานต์ที่แล้วโดยพวกหางแดงยิงชาวบ้านที่นางเลิ้งเสียชีวิต 2 ศพ
- การเข่นฆ่าประชาชนในวันที่ 7 ตุลา ซึ่งมีหลักฐาน ภาพถ่าย วิดิโอ เทปบันทึกภาพ ฯลฯ และหลักฐานอื่นๆปรากฏชัด โดยไม่ต้องเที่ยวตามหาศพ( แต่หาไม่เจอ)
- การที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรถูกเอ็ม 79 จนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก
- การลอบยิงสนธิ ด้วยอาวุธสงครามกลางกรุง ด้วยกองกำลังล่าสังหาร
- การสื่ออย่าง ASTV และสื่อต่างๆที่ไม่ใช่สื่อหัวแดง ถูกลอบยิง ลอบวางระเบิด ถูกก่อกวนคุกคามฯลฯ
คนพวกนี้ อ้างตัวเองเป็นนักสันติวิธีที่เฉยเมยต่อความชั่วช้าของนักการเมืองโกงชาติ...
ละเลยจะพูดถึงต้นตอของปัญหาทั้งมวล เลือกหยิบบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพวกชั่ว โดยไม่พูดถึงความเลวระยำของนักการเมืองที่โกงชาติทำไมไม่เอ่ยถึงการพลิกลิ้นของนักโทษ ที่บอกว่าจะยอมรับคำพิพากษา แต่พอไม่ตรงกับความต้องการของมัน ก็ออกมาตะแบงไม่ยอมรับ
โดยเฉพาะ ปรีชา นักกฎหมายขี้เท่อ ที่ออกมาปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมกระบวนการยุติธรรม ..
ถามว่า ต้องให้นักโทษตัดสินคดีของมันเองหรือไร จึงจะถือว่ายุติธรรม
ไม่ให้ศาลตัดสิน แล้จะให้สุนัขที่ไหนตัดสิน
หรือต้องให้พวกมันเป็นคนตัดสิน จึงจะถือว่าถูกต้องการด่าว่าระบบยุติธรรมของไทย ด้วยเหตุผลที่คิดเอง เออเอง คือความโง่บัดซบของนักกฏหมายสำนักอีแอบสำนักนี้
และยังเผยแพร่ไปยังเด็ก สนนท. ที่อ่อนต่อโลก และตกเป็นเครื่องมือของนักวิชาการหางแดง
วันนี้คงแดกขี้กับโกเต็กส์ ศาสดา มาเต็มคราบละสิ สมองถึงได้ฝ่อขนาดนี้ น่าเวทนา
*ระเบียบแบบรัฐชาติ..อำนาจเก่า
*ระเบียบแบบรัฐชาติ..อำนาจเก่า
กำลังเน่าถึงแก่นแสนเศร้าหมอง
ใกล้ถึงวันเปลี่ยนแปลงสู่แสงทอง
เพื่อสนองต่อมหาประชาชน
*ชาติมิใช่อภิชนคนส่วนน้อย
ที่มุ่งคอยเอาเปรียบเหยียบย่ำก่น
มุ่งรักษาบทบาทอำนาจตน
สูบโภชผลเหนือคนตลอดไป
*ชาติคือประชาชนคนในชาติ
หลากหลายความสามารถชาติเติบใหญ่
ชาติต้องการประชาธิปไตย
เพื่อพาให้ก้าวหน้าพาจำเริญ
*ประชาธิปไตยไม่ต้านกระแสโลก
อุดมโชคอุดมชัยให้สรรเสริญ
ยอมรับความเปลี่ยนแปลงแห่งทางเดิน
กล้าเผชิญโลกกว้างอย่างท้าทาย
*มาเถิดคนเสื้อแดงแสงรวี
การรวมกันเต็มที่มีความหมาย
เรียกร้องความเป็นธรรมใครทำลาย
สู้จุดหมายประชาธิปไตยมหาชน
***รายการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่าย
***รายการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายที่ก่อหวอดให้เกิดการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เชื่อถือไม่ได
เสื้อแดงคือประชาชนพี่น้องชาวไ
เสื้อแดงคือประชาชนพี่น้องชาวไทย กรุณาอย่าแยกญาติของคุณเป็นศัตรูร่วมชาติ เสื้อแดงต้องการประชาธิปไตยไม่ใช่ปฏิวัติซ่อนรูปดังปัจจุบันและเสื้อแดงต้องการความยุติธรรมที่ได้มาจากอำนาจอธิปไตยของประชาชนไม่ใช่ผลพวงของผู้ปฏิวัติที่เป็นอีแอบไอ้แอบขณะนี้ ขอสาปแช่งไอ้คนชั่วที่แย่งอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนขอให้มันวิบัติทุกรูปแบบทั้งตัวมันเอง ครอบครัวและกลุ่มของมัน ตายไปก็ให้ตกนรกชั้นที่ทรมานสุดๆ ขอแช่ง
พูดตรงๆ
Re: พูดตรงๆ
« ตอบ #59 เมื่อ: 10 มีนาคม 2010, 19:33:19 PM »--------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่พวกนักสันติวิธีจอมปลอมอย่างพวกปรีชา..โคทม..ปริญญา..และ ฯลฯ ตลอดจนอีแอบทั้งหลายไม่ยอมกล่าวถึง ก็คือ "ข้อเท็จจริง"ต่างๆ
- กรณีการโกงชาติคดีต่างๆของทักษิณและลูกน้องที่ยังรอการขึ้นศาล
- กรณีการล้มการประชุมอาเซี่ยนที่พัทยาโดยพวกหางแดง
- การเผารถเมล์ เผาเมืองเมื่อสงกรานต์ที่แล้วโดยพวกหางแดงยิงชาวบ้านที่นางเลิ้งเสียชีวิต 2 ศพ
- การเข่นฆ่าประชาชนในวันที่ 7 ตุลา ซึ่งมีหลักฐาน ภาพถ่าย วิดิโอ เทปบันทึกภาพ ฯลฯ และหลักฐานอื่นๆปรากฏชัด โดยไม่ต้องเที่ยวตามหาศพ( แต่หาไม่เจอ)
- การที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรถูกเอ็ม 79 จนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก
- การลอบยิงสนธิ ด้วยอาวุธสงครามกลางกรุง ด้วยกองกำลังล่าสังหาร
- การสื่ออย่าง ASTV และสื่อต่างๆที่ไม่ใช่สื่อหัวแดง ถูกลอบยิง ลอบวางระเบิด ถูกก่อกวนคุกคามฯลฯ
คนพวกนี้ อ้างตัวเองเป็นนักสันติวิธีที่เฉยเมยต่อความชั่วช้าของนักการเมืองโกงชาติ...
ละเลยจะพูดถึงต้นตอของปัญหาทั้งมวล เลือกหยิบบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพวกชั่ว โดยไม่พูดถึงความเลวระยำของนักการเมืองที่โกงชาติทำไมไม่เอ่ยถึงการพลิกลิ้นของนักโทษ ที่บอกว่าจะยอมรับคำพิพากษา แต่พอไม่ตรงกับความต้องการของมัน ก็ออกมาตะแบงไม่ยอมรับ
โดยเฉพาะ ปรีชา นักกฎหมายขี้เท่อ ที่ออกมาปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมกระบวนการยุติธรรม ..
ถามว่า ต้องให้นักโทษตัดสินคดีของมันเองหรือไร จึงจะถือว่ายุติธรรม
ไม่ให้ศาลตัดสิน แล้จะให้สุนัขที่ไหนตัดสิน
หรือต้องให้พวกมันเป็นคนตัดสิน จึงจะถือว่าถูกต้องการด่าว่าระบบยุติธรรมของไทย ด้วยเหตุผลที่คิดเอง เออเอง คือความโง่บัดซบของนักกฏหมายสำนักอีแอบสำนักนี้
และยังเผยแพร่ไปยังเด็ก สนนท. ที่อ่อนต่อโลก และตกเป็นเครื่องมือของนักวิชาการหางแดง
ความรุนแรงอยู่ในหัวใจคุณเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องตำหนิคนอื่น
เริดเชิร์ท@MN
อ่านแล้วงง ๆ ว่า ตกลงเสื้อแดงหรือ นันทเดชกับเจิมศาก กันแน่ที่อยากให้เกิดความรุนแรง
เจตนาเริ่มแรก จะกำหนดการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เมื่อตัดสินใจครั้งหนึ่งแล้ว การตัดสินใจนั้นก็จะกำหนดพฤติกรรมทั้งหลายที่จะตามมาในอนาคต อ.เจิมศักดิ์ ตัดสินใจยืนฝ่ายตรงข้ามทักษิณไปเรียบร้อยแล้ว แม้หากรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นมีข้อผิดพลาดอยู่มาก ก็ไม่อาจจะลงจากหลังเสือได้อีก อันนี้เขาเรียกว่า ชดใช้กรรม ที่ตัวเองก่อไว้
ในที่สุดแล้ว อ.เจิมศักดิ์ จะกลายเป็นนักวิชาการที่ถูกสาบแซ่งไม่น้อยทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพราะความที่แกเป็นกระบอกเสียงที่จะคร่าชีวิตผู้อื่นที่แกไม่เห็นค่าใด ๆ เพราะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับผลประโยชน์ของตัว ตราบเท่าที่แค้นฝังใจต่อทักษิณของแกยังมีอยู่ อ.เจิมศักดิ์ ก็ต้องเป็นแบบนี้ต่อไป ตราบชั่วชีวิตแก แกจะตายอย่างมีความสุขหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าแกเรียกร้องให้ทหารใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านมากน้อยเพียงใด
และเมื่ออำนาจวาสนาหมดไป อ.เจิมศักดิ์ จะเป็นคนน่าเวทนาที่สุด เพราะแกจะเป็นทั้งบุคคลที่ล่มสลายทางสังคม ล่มสลายทางจริยธรรม และผลประโยชน์ที่ฉกฉวยเอามาพร้อมกับอำนาจรัฐประหารและพรรคประชาธิปัตย์
คน ๆ หนึ่งดีได้ ก็ต้องเลวได้ ที่สำคัญกล้วยอมรับว่าตัวเองเลวหรือเปล่าแค่นั้นแหละ
เห็นด้วยที่อ.
เห็นด้วยที่อ. ชัยวัฒน์แสดงจุดยืนดี
BBB BBB เฮียๆเจ๊ๆทั่นใด ที่อย
BBB
BBB
เฮียๆเจ๊ๆทั่นใด
ที่อยากจะรู้ซึ้งถึงรายละเอียดพังผืดชั้นในของเฮียเจิมศักด์....
ขอนิมนต์วางถ้วยกาแฟแล้วลากเม้าส์คลิกไปดูได้ที่ :
www.thaienews.blogspot.com
แล้วจะร้องฮ้อ !!
(มีรูปประกอบซะล่วย).......
--------------------------
คิกคัก คิกคัก
:)
BBB
BBB
ปติ ตันขุนทด
***รายการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายที่ก่อหวอดให้เกิดการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เชื่อถือไม่ได
ต้องรายการ "ความจริงวันนี้" ถึงจะเจ๋ง "ข้อมูลเป็นกลาง"
ฮา....
สงสารเสื้อแดงโคราชได้แค่ 500
สงสารเสื้อแดงโคราชได้แค่ 500 เองครับ มาตรฐานเท่าไร
*หยุดหลอกลวงประเทศไทยกันเสียเ
*หยุดหลอกลวงประเทศไทยกันเสียเถิด
ทุกสื่อเปิดความจริงเป็นสิ่งหมาย
ใครเริ่มต้นการทำร้ายและทำลาย
ความเสียหายใครก่อขอประจาน
*หยุดทำร้ายประเทศไทย...ใครทำร้าย ?
ใครมุ่งหมาย ปลุกเร้า เข้าล้างผลาญ
ก่อรุนแรง ตั้งแต่ต้น บนสันดาน
รัฐประหาร คือสุดยอด ความรุนแรง..
*รัฐประหารตรงตรงมันหลงยุค
เลยใช้มุกเล่นหน้าจอก่อกำแหง
ยังไม่ได้ดั่งใจใช้ของแพง
เล่นรุนแรงถึงปิดสนามบิน
*ใช้วิธีรัฐประหารแบบซ่อนรูป
เล่นเต็มสูบความโฉดและโหดหิน
จนเปลี่ยนรัฐบาลได้สมใจจินต์
ก็ยังไม่สุดสิ้นความรุนแรง
*หยุดทำร้ายประเทศไทย ..ใครควรหยุด
ใครเล่ายัง แย้งยุทธ์ สุดกำแหง
สื่อชี้นำ ทำลาย ให้ร้ายแรง
คนเสื้อแดง ผู้รักประชาธิปไตย
*สีแดงเคยหยุดแล้ว เพราะแถวทหาร
ปรากฏการณ์ ปิดปาก ยากแก้ไข
สื่อปิดหู ปิดตา พาเป็นไป
เพียงหัวใจ ยังไม่หยุด รักเสรี
nTUiNkBB Iwrzli
nTUiNkBB Iwrzli
อ่านแล้วงง ๆ ว่า
อ่านแล้วงง ๆ ว่า ตกลงเสื้อแดงหรือ นันทเดชกับเจิมศาก กันแน่ที่อยากให้เกิดความรุนแรง
เริดเชิร์ท@MN
เห็นด้วย! เสี้ยนเหลือเกิน...
แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เห็นว่า อ.ชัยวัฒน์พูดประเด็นการเมืองไทยร่วมสมัยหลัง 19 กันยา ได้โอเค
พูดได้ดีครับ ขอบคุณที่มีความอดทนต่อไอ้เวรตะไลสองตัวนั่นจริงๆ สมแล้วที่เป็นกูรูนักสันติวิธี
เป็นผม ผมคงเหวี่ยงหมดขวาตรงเข้าเต็มกรามพวกมันไปแล้ว 555555+
คนกลุ่มน้อยนั้นมันคือรัฐบาลตะ
คนกลุ่มน้อยนั้นมันคือรัฐบาลตะหาก ที่ไปปล้นอำนาจเขามา ปชป. มีแค่ 160 กว่าเสียง เสือกอยากจะเป็นรัฐบาลเป็นนายก.......เสียงส่วนใหญ่นั้นมันคือประชาชน กว่า 40 จังหวัดเข้าไปแล้วที่ไม่ต้องการ.....เป็นถึงระดับนักวิชาการเคียวคลาน..(อาจม) ใช้สมองข้างเดียวนี่หว่า!!
Re: พูดตรงๆ « ตอบ #59 เมื่อ:
Re: พูดตรงๆ
« ตอบ #59 เมื่อ: 10 มีนาคม 2010, 19:33:19 PM »
--------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่พวกนักสันติวิธีจอมปลอมอย่างพวกปรีชา..โคทม..ปริญญา..และ ฯลฯ ตลอดจนอีแอบทั้งหลายไม่ยอมกล่าวถึง ก็คือ "ข้อเท็จจริง"ต่างๆ
- กรณีการโกงชาติคดีต่างๆของทักษิณและลูกน้องที่ยังรอการขึ้นศาล
- กรณีการล้มการประชุมอาเซี่ยนที่พัทยาโดยพวกหางแดง
- การเผารถเมล์ เผาเมืองเมื่อสงกรานต์ที่แล้วโดยพวกหางแดงยิงชาวบ้านที่นางเลิ้งเสียชีวิต 2 ศพ
- การเข่นฆ่าประชาชนในวันที่ 7 ตุลา ซึ่งมีหลักฐาน ภาพถ่าย วิดิโอ เทปบันทึกภาพ ฯลฯ และหลักฐานอื่นๆปรากฏชัด โดยไม่ต้องเที่ยวตามหาศพ( แต่หาไม่เจอ)
- การที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรถูกเอ็ม 79 จนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก
- การลอบยิงสนธิ ด้วยอาวุธสงครามกลางกรุง ด้วยกองกำลังล่าสังหาร
- การสื่ออย่าง ASTV และสื่อต่างๆที่ไม่ใช่สื่อหัวแดง ถูกลอบยิง ลอบวางระเบิด ถูกก่อกวนคุกคาม
ฯลฯ
คนพวกนี้ อ้างตัวเองเป็นนักสันติวิธีที่เฉยเมยต่อความชั่วช้าของนักการเมืองโกงชาติ...
ละเลยจะพูดถึงต้นตอของปัญหาทั้งมวล เลือกหยิบบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพวกชั่ว โดยไม่พูดถึงความเลวระยำของนักการเมืองที่โกงชาติ
ทำไมไม่เอ่ยถึงการพลิกลิ้นของนักโทษ ที่บอกว่าจะยอมรับคำพิพากษา แต่พอไม่ตรงกับความต้องการของมัน ก็ออกมาตะแบงไม่ยอมรับ
โดยเฉพาะ ปรีชา นักกฎหมายขี้เท่อ ที่ออกมาปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมกระบวนการยุติธรรม ..
ถามว่า ต้องให้นักโทษตัดสินคดีของมันเองหรือไร จึงจะถือว่ายุติธรรม
ไม่ให้ศาลตัดสิน แล้จะให้สุนัขที่ไหนตัดสิน
หรือต้องให้พวกมันเป็นคนตัดสิน จึงจะถือว่าถูกต้อง
การด่าว่าระบบยุติธรรมของไทย ด้วยเหตุผลที่คิดเอง เออเอง คือความโง่บัดซบของนักกฏหมายสำนักอีแอบสำนักนี้
และยังเผยแพร่ไปยังเด็ก สนนท. ที่อ่อนต่อโลก และตกเป็นเครื่องมือของนักวิชาการหางแดง
หยุด!)
หยุด!) วินาศภัยการเมือง
Posted by หมอพลเดช , ผู้อ่าน : 459 , 12:37:37 น.
หมวด : การเมือง
พิมพ์หน้านี้
การถ่ายทอดสดการตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ ถือเป็นกระบวนการทางปัญญา ที่ให้ความรู้ความเข้าใจและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปมความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่กำลังดำรงอยู่อย่างทรงพลังมาก
กระบวนการพิสูจน์และวินิจฉัยของคณะตุลาการ เป็นระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่นานาอารยประเทศให้การยอมรับ และน่าเชื่อได้ว่าคนไทยโดยรวมจะยกระดับสติปัญญาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เหมือนเช่นที่กระบวนการพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง จีที 200 ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศได้กระทำมาแล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการแสดงให้เห็นด้วยหลักวิชาการอย่างกระจ่างแจ้งเช่นนี้ อาจยังมีคนบางกลุ่มยอมรับไม่ได้ โดยยึดมั่นในความเชื่อความศรัทธาและผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหมือนเดิม ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ควรไปถือสาหาความ แต่ต้องไม่ยอมให้ใครใช้เป็นข้ออ้างที่จะหนีโทษทัณฑ์ตามกติกาบ้านเมือง หรือดำเนินการโกหกหลอกลวงชาวบ้านอย่างอิสระเสรีอีกต่อไป สังคมคงรู้เท่าทันมากขึ้นแล้วเช่นกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือ การอาละวาดแบบใต้ดินของกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์และกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่หมายมั่นจะฉวยโอกาสใช้ความรุนแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจในโครงสร้างส่วนบน ระเบิด 4 จุด กลางกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 28 อาจเป็นสัญญาณเตือน หรืออาจเป็นการหยั่งเชิงก็สุดจะคาดเดา
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว การโอดครวญร้องขอให้ฝ่ายก่อการเห็นแก่เศรษฐกิจการลงทุนของบ้านเมืองแบบที่นักธุรกิจชอบพูด หรือการเรียกร้องสันติสมานฉันท์ที่นักวิชาการอยากให้คู่ขัดแย้งมาสานเสวนา คงไม่เกิดประโยชน์อันใด
ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องผนึกกำลังระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง เพื่อพาประเทศและสังคมไทยให้ก้าวพ้นวิกฤตนี้เสียที ก่อนที่หลุมโคลนอุบาทว์จะดูดพวกเราลงไว้ที่นี่กันหมดทุกคน
ผมมีข้อเสนอครับ :
1. ถักทอเครือข่ายเฝ้าระวังวินาศภัยการเมือง
แม้เป็นเรื่องที่ไม่ควรหวาดกลัวจนเกินเหตุ แต่ก็ไม่ควรประมาทหรือยอมจำนนกับมัน การวางเพลิงสถานที่สาธารณะ การวางระเบิดที่ชุมชน การโฉบเฉี่ยวยิงเอ็ม 79 การลอบทำร้ายหมายชีวิต หรือกระทั่งลักพาตัวบุคคลสำคัญ ฯลฯ ล้วนอาจเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ในสถานการณ์ที่อำนาจรัฐตำรวจและทหารเองก็ยังมีข้อจำกัดอย่างทุกวันนี้ ทุกฝ่ายควรพึ่งตนเองเป็นสำคัญ และต้องช่วยสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
องค์กรชุมชน ข่ายงานประชาสังคม เอ็นจีโอ วิทยุชุมชน เครือข่ายสายด่วน และพลเมืองผู้มีจิตอาสาทั่วประเทศ ควรรวมตัวจัดตั้งตนเองในชื่อและรูปแบบที่หลากหลาย เป็นกลุ่ม-เครือข่ายเพื่อเฝ้าระวังวินาศภัยการเมืองในชุมชน ในถิ่นฐานและที่ทำงานของตน เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรงทั้งใต้ดินและบนดินอย่างน้อยตลอดระยะเวลา 3 เดือน
เครือข่ายควรทำหน้าที่เฝ้าระวังเหตุการณ์ ตรวจตราสิ่งผิดปกติ คนแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย เมื่อพบเห็นสัญญาณอันตรายต่อชุมชน ต้องแจ้งข่าวสารให้เครือข่ายและหน่วยงานทางการทราบทันที ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองตนเองและป้องกันชุมชนจากเหตุรุนแรง พยายามเข้าระงับเหตุตามกำลังความสามารถ สนับสนุนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เพื่อจับกุมและดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างถึงที่สุด รวมทั้งหากบังเอิญโชคร้ายได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ต้องช่วยกันควบคุมสถานการณ์และฟื้นคืนสภาพวิถีชีวิตปกติของชุมชนโดยเร็ว
2. ฟื้นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง
มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีและบริวารว่านเครืออีกนับสิบกระทงที่ควรได้รับการสานต่อโดยเร็ว ทั้งในเรื่องอาญา แพ่ง ความเสียหายต่อรัฐ และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนมาตรการสรรพากร ฯลฯ เรื่องนี้สังคมไทยต้องติดตาม กระตุ้นเตือน และสนับสนุนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการโดยไม่ชักช้า เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างและเป็นการฟื้นฟูความแข็งแรงของขื่อแปบ้านเมือง ตลอดจนเป็นการถอนรากขบวนการทุจริตเชิงนโยบายและถอดสลักความรุนแรงใต้ดินไปด้วยในตัว
ส่วนในคดีที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบทางการเมืองที่ค้างคาอยู่ ควรรีบเร่งกระบวนการเพื่อนำขึ้นสู่ศาลโดยเร็วและโปร่งใส ไม่เลือกว่าจะเป็นฝ่ายใด
3. ประกาศให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น 1 ปี
เพื่อลดแรงกดดันทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลและในรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ทุกฝ่ายหันกลับมาสู่การเมืองในระบบ ให้ทุกพรรคทุกกลุ่มเข้ามาสู่จุดลงตัวใหม่ที่จะแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกันตามรัฐธรรมนูญ 2550 และเพื่อให้ภาคประชาชนได้วางแผนร่วมรณรงค์เตรียมความพร้อมของสังคม และทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นนัดประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญที่สมศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคน
ผมขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศความตั้งใจที่จะให้มีการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้าเร็วขึ้นสัก 1 ปี ครับ
Re: พูดตรงๆ
« ตอบ #54 เมื่อ: 09 มีนาคม 2010, 23:05:41 PM »
--------------------------------------------------------------------------------
วันนี้มีเรื่องให้น่าคิดสองเรื่อง
เรื่องหมอหงวน ที่ตอนนี้เป็นหนังทางไทยพีบีเอส ได้บอกกับสังคมว่าโครงการประกันสุขภาพทั่วหน้าหรือที่เรียกกันว่าโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้นมาจากการรังสรรค์ของ นพ.สงวน นิตยารัมพงศ์ หากใช่ผลงานของทักษิณ ชินวัตรหรือพรรคไทยรักไทยไม่
อีกเรื่องคือเรื่องยายไฮ ลองติดตามดู ยายไฮต่อสู้มาจนถึงสมัยรัฐบาลทักษิณที่อ้างว่าจะปลดหนี้ให้คนจนภายใน 3 เดือน แต่ยุคยายไฮมาชุมนุมกับสมัชชาคนจนหน้าทำเนียบกลับถูกรัฐบาลทักษิณขับไล่ไสส่ง ไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริง จนชาวบ้านต้องไปฟ้องศาลเอาเอง
เทพเทือกบอกว่า
เทพเทือกบอกว่า .....
"จะมีกลุ่มที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง คนพวกนี้พฤติกรรมมันไม่ใช่คน
มันฮึกเหิม กล้าทำทุกอย่าง เป็นคนไม่ปกติ
จ้องแต่จะทำลายบ้านเมือง พยายามจะก่อจลาจล เหมือนเป็นการก่อการร้าย"
ซึ่งสิ่งที่เทพเทือกคิดออกมาดังๆนี้ คงจะการันตีได้ถึงยี่ห้อของคนในพรรคประชาธิปัตย์
ฉายา 'เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่นจึงไม่ใช่การได้มาลอยๆ'
สงสัยที่บ้านของท่านคงจะไม่มีกระจกส่อง
ท่านจึงไม่รู้ตัวว่าคนที่ท่านประณามนั้นใช่ใครอื่นไกล
ถ้ามีเวลาว่างก็เอากะลาตักน้ำ แล้วชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง
จะได้ไม่ออกมาว่าคนอื่นได้อย่างหน้าด้านๆแบบนี้
รายการที่มีไอ้เจิมสากเป็นผู้จ
รายการที่มีไอ้เจิมสากเป็นผู้จัด ล้วนแต่เป็นพวกเชื่อถือไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่มีค่าอะไรให้วิจารณ์
ฟัง อ.ชัยวัฒน์
ฟัง อ.ชัยวัฒน์ พูดแล้วดีครับน่ารับฟังมาก
เจิมศักดิ์พยายามถามคำถามชี้นำโน้มน้าว
สร้างความเกลียดชั่ง ความแตกแยกให้กับคนในสังคม
แต่ อ.ชัยวัฒน์ ตอบได้ดีมาก อยากให้คนใน กทม. ได้ดูเทปบันทึกรายการนี้จัง
ชอบทีสุดตรงที่ อ.ชัยวัฒน์ ถามกลับเจิมศักดิ์ ว่า แล้วเสื้อคูณสีอะไร
เสื้อคุณสีเหลือง....แต่ที่สำคัญไม่ว่าสีเสื้อคุณจะสีอะไร...ที่สำคัญมันอยู่ที่หัวใจ
"หัวใจคุณสีอะไร"
เจิมศักดิ์ นี่ก็น่าจะมีสิทธิได้รับการศึกษาต่อในโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง
[quote=Anonymous แต่ครั้งนี้
[quote=Anonymous
แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เห็นว่า อ.ชัยวัฒน์พูดประเด็นการเมืองไทยร่วมสมัยหลัง 19 กันยา ได้โอเค
เห็นด้วย