ศาลอนุญาตฝากขังผลัด4 ผู้ต้องหาคดี SMS หมิ่นเบื้องสูง
8 ก.ย.53 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ทนายความของนายอำพล ตั้งนพกุล อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงด้วยการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของนายก รัฐมนตรีและบุคคลสำคัญ ระบุว่า วันนี้ (8 ก.ย.) เป็นวันครบกำหนดฝากขัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลฝากขังผลัดที่4 ทางทนายจึงได้ยื่นคำร้องขอไต่สวน ซึ่งศาลได้ยกคำร้องและอนุญาตให้ฝากขังตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นขอ
ทั้งนี้ สื่อมวลชนรายงานว่า นายอำพลถูกตำรวจจับกุมและควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. หลังจากที่ช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายอำพล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดา ที่ 1659 /2553 ลงวันที่ 29 ก.ค.53 ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตาม ป.อาญา มาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ระหว่างซอยวัดด่านสำโรง 17/1 และซอยวัดด่านสำโรง 19 หมู่ที่ 4 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโมโตโรล่า 2 เครื่อง และยี่ห้อเทเลวิช อีก 1 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า
ก่อนหน้า นี้ พล.ต.ท.ไถง ได้รับแจ้งว่า มีบุคคลลึกลับส่งข้อความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันไปยังบุคคลสำคัญระดับ ประเทศหลายคน โดยมีการส่งข้อความดูหมิ่นสถาบันไปให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 9 -12 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้ง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีอีกด้วย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้าย จากการตรวจสอบบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือหลายบริษัทพบว่า มีการใช้ซิมการ์ดแบบเติมเงิน เมื่อส่งข้อความเสร็จแล้วก็จะหักซิมการ์ดทิ้ง จึงติดตามข้อมูลการใช้โทรศัพท์จนทราบว่านายอำพล เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าวจึงเข้าจับกุมมาสอบสวน เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้น่าจะมีผู้สนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายอำพล เป็นฮาร์ดคอร์กลุ่มคนเสื้อแดง จ.สมุทรปราการ ที่ กอ.รมน. ขึ้นบัญชีดำไว้ด้วย
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน
อยากอ่าน
อยากอ่าน อยากรู้อยากเห็นจังว่าข้อความนั้นเป็นเช่นไร....พี่น้องที่มีความคิดแตกต่างต้องทำความเข้าใจในข้อความ
ให้อย่างถ่องแท้นะครับเดี๋ยวจะโดนจับนะพี่น้อง...เพราะรัฐบาลนักการเมืองปัจจุบันมันเก่งเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์
แก่ตนมากกว่าทุกสมัยที่ผ่านมา..ภาษไทยมันแปลความหมายยากเหลือเกินแค่คำว่าผู้ก่อการร้ายมันก็สอบตกแล้ว.
ลูกอีสาน wrote:อยากอ่าน
คุณไม่ต้องไปยากรู้อยากเห็นข้อความเหล่านั้นหรอก ไปลงนามถวายพระพรซะดีๆ
คน wrote:ลูกอีสาน
ขอบใจคุณคนนะ..ผมเกิดในเมืองไทย เป็นคนไทย นับถือศาสนาพุทธ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เต็มเปี่ยมในหัวใจรักเยี่ยงชีวิตนี้มอบถวายให้พ่อได้ทุกเมื่อ...การถวายพระพรนั้นทำได้หลายวิธีผมมีจิตใต้สำนึกดีกว่าผู้ที่เชิดหน้าชูคอในสังคมนี้หลายๆคนด้วยซ้ำไป..ผมรักเทอดทูนไม่น้อยกว่าท่านหรอก คุณสังเกตบ้างไหมว่าทุกๆวันสำคัญก็พากันไป
สร้างภาพทุกคนนะไม่ว่าฝ่ายไหนในปัจจุบันแลอดีตก็เช่นกัน แต่ขาดการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแก่สังคมแค่ทำให้ตนเองดูดีเท่านั้น
...สิ่งที่ถูกกล่าวไว้ข้างต้นนั่นอ้างอิงมาจากหลักธรรมะ..กาลามาสูตร 10 ประการ เราต้องพิจารณาด้วยเหตุและผล มันไม่ถูกต้องจริงๆก็ฟ้องร้องคดีต่อศาลสถิตยุติธรรมทำให้มันมีมาตรฐานด้วยระบบและเวลาอันเหมาะสมมิใช่เร็วไปหรือช้าไปขอให้เกิดบนทางสายกลางยึดมั่นถือมั่นแห่งธรรมะดีนักแล...ขอบคุณที่ยังเป็นคน.
น่าจะมีข้อความที่ส่งแจ้งให้สา
น่าจะมีข้อความที่ส่งแจ้งให้สาธารณชนทราบ เพื่อความโปรงใส ไม่ไช่ใช้ ก.ม.มาตรานี้มาใช้กับฝั่งตรงข้าม และจะได้ช่วยกันพิจารณาว่าข้อดวามนั้นหมิ่นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงความรู้สึกของผู้จับเพราะอยากจะหาเรื่องจับเพราะเป็นฝั่งที่ความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกันหรือเปล่า