หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าวการเมือง
 
3 ส.ว.สุดทนพฤติกรรมไพร่แดง อัด “อนาริยะคุกคาม” จี้นายกฯใ ช้ กม.เข้ม ปล่อยไว้หวั่นบานปลาย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2553 22:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น




“รสนา” สุดทนอัดเสื้อแดงสันติวิธีแต่ปาก มีพฤติกรรม “อนาริยะคุกคาม” ทำสังคมอยู่ในภาวะความกลัว ระบุต้องพูดความจริง ต้นทุนปาขี้ติดคุก 5 วันน้อยมาก ผิดกับคนอิรักปารองเท้าใส่ “บุช” ติดคุก 3 ปี จี้ “อภิสิทธิ์” บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ไม่เช่นนั้นบานปลายรุนแรงแน่ ด้าน“ประสาร” ชี้ถ้าเสื้อแดงยังชุมนุมยื้อเจอคนกรุงเทพฯ ต้านแน่ “คำนูณ” แนะคนไทยเปลี่ยนกระบวนทัศน์มองทหารใหม่ ชี้คุ้มครองสภาเพื่อรักษาประชาธิปไตยไม่ใช่ปฏิวัติ
       
       น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมามีการพูดถึงคำว่าสันติวิธี หรือคำว่า “อารยะขัดขืน” แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับเป็นลักษณะของการคุกคาม โดยสิ่งที่เราเห็นอยู่ในหลายวันนี้ ความจริงมันเป็น “อนาริยะคุกคาม” ไม่ว่าจะเป็นการปาอุจจาระใส่บ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือการเอาเลือดไปเท ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เคยมีใครกล้าพูดตรงๆ ว่าการเอาเลือดไปเทบ้านนายกฯ เป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิ เพราะว่าบ้านของนายกฯไม่ได้สร้างจากภาษีประชาชน ดังนั้นไม่มีสิทธิที่จะทำแบบนั้น แต่เวลานี้ทุกคนไม่ว่าจะเป็น กรรมการสิทธิมนุษยชน และ สมาชิกรัฐสภา หลายคนต่างชื่นชมว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นการชุมนุมแบบสันติวิธี แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ หรือแม้แต่การนำสติกเกอร์ “ยุบสภา” ไปแจก พอมีคนไม่รับก็มีการใช้กำลัง ตบตีผู้หญิง ไล่กระทืบกัน แล้วบอกว่าเป็นการกระทำของแดงปลอม
       
       หากเป็นแบบนี้ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนจะสับสน และเกิดความหวาดกลัว และทำให้ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะกลัวจะถูกขีดรถ ทุบรถ และกลัวตามไปถึงบ้าน สภาพแบบนื้ถือว่าเป็น “อนาริยะคุกคาม” ในด้านหนึ่งสิ่งที่อยู่บนดินเรียกว่า “สันติวิธี” แต่จะมีกระบวนการใต้ดินยิงอาวุธสงครามถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะนี่คือความไม่ปกติของบ้านเมือง ดังนั้น เราต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา มากกว่าการทำทีว่าสิ่งที่เป็นอยู่มีแต่สันติวิธี เพราะหากจำกันได้คนอิรักที่เอารองเท้าปาใส่ จอร์จ บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ติดคุก 3 ปี แต่คนที่เอาอุจจาระปาบ้านนายกฯกลับติดคุกแค่ 5 วัน เห็นได้วิธีการแบบนี้ว่าต้นทุนในการทำผิดต่ำมาก ทุกคนก็จะเอาอุจจาระ และปฏิกูลอื่นๆ ไปขว้างปาบ้าง เพราะต้นทุนต่ำมาก หรือแม้แต่คนที่ไปกระทืบคนแต่ตำรวจก็ไม่จับและบอกให้เลิกแล้วกันไป หากเป็นแบบนี้ต้องจัดการตำรวจด้วย
       
       สิ่งเหล่านี้ทำให้บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ดังนั้น รัฐบาลต้องมีการใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ฉับพลัน ทันเวลา แต่ไม่ใช้ความรุนแรง โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่ในเชิงรุกในการจัดการกับคนที่ทำผิดกฎหมาย เชื่อว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น แต่หากไม่กล้าทำโดยอ้างว่าเรื่องจะบานปลาย รุนแรง สิ่งเหล่านั้นต่างหากที่ทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ดังนั้น สภาพนี้ทำให้ผู้คนอยู่ในภาวะไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงตนเองด้วยที่จะต้องระวังตัวตลอดว่าจะถูกคุกคามหรือไม่ เพราะสมัยวันที่ 7 ต.ค.2551 ที่มีการสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตนเองเดินอยู่ในสภาแม้แต่ในห้องประชุมสภาแท้ๆยังโดนตีนตบไล่ อีกทั้งเดินไปไหนไปกินน้ำก็โดนส.ส.ผู้ชายด่าว่า “เอาสลอทให้มันกิน โดนด่าว่าน่าทุเรศ คิดว่าถ้าไม่เป็นผู้หญิงคงโดนตบหรือโดนชกหน้าไปแล้ว สภาพแบบนี้ไม่มีใครรับได้ เพราะบ้านเมืองเราอยู่กับความเป็นพรรคพวกมากเกินไป ถ้าใครเห็นต่างถือว่าเป็นศตรูไปเลย ปากบอกว่าเคารพความแตกต่าง แต่พอใครเห็นต่างกลับโดนกระทืบ แบบนี้ถือว่าไม่ไหวแน่”
       
       นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.กล่าวว่า การชุมนุมของ นปช.ที่ผ่านมาได้คุกคามประชาชนมากไปแล้ว และจากนี้ไปแทนที่คู่ขัดแย้งจะเป็นรัฐบาลก็ถือเชื่อว่าคู่ขัดแย้งของคนเสื้อแดงจะเป็นประชาชนในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพราะขณะนี้จะมีการประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งชาติ (ไอพียู) มีการตอบรับการประชุมกว่า132 ประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ซ้ำรอยอาเซียนซัมมิตที่พัทยา การป้องกันรัฐสภาที่เข้มงวดเข้มแข็งเป็นการสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการล้มประชุมอาเซียนซัมมิต การทุบรถนายกฯ เพราะทุกวันนี้ก็มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการยิงเอ็ม 79 ในที่ต่างๆ และคงจะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ
       
       “ถ้าเขาไม่แสดงอาการคุกคามให้ปรากฎก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งขวางกั้นที่สภา แต่แกนนำคนเสื้อแดงได้แสดงเจตจำนงไว้แล้ว ว่าไม่ว่านายกฯไปที่ไหนก็จะตามไปที่นั่นและมันก็เกิดขึ้นแล้วทุกวัน ดังนั้นเชื่อว่าสังคมจะได้เห็นภาพร่วมกันระหว่างความไม่สะดวกเล็กๆน้อยในการเดินทางกับชีวิตคณะรัฐมนตรืทั้ง ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล เพราะถ้าระเบิดเอ็ม79 ลงมา ก็คงบาดเจ็นกันหมด” นายประสาร กล่าว
       
       นายคำนูณ สิทธิสมาน กล่าวว่า เรื่องการใช้กำลังทหารคุ้มครองรัฐสภาเป็นเรื่องของจินตภาพ ที่มุมหนึ่งมีการมองว่าการที่ทหารมาอยู่กับสภาเป็นการไม่สมควร โดยเป็นการซ้ำรอยจินตภาพว่า ทหารเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในรอบ 2-3ปีมานี้ ที่มีเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารได้มาก แต่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธมาตลอดจนหลายคนหาว่าอ่อนแอ
       
       ดังนั้น หากเราลองกลับหรือพลิกจินตภาพ โดยมองว่าพี่น้องทหาร-ตำรวจที่มาทำงานตรงนี้มาปกป้องเพราะเขาต้องการให้ระบบรัฐสภาเดินหน้าต่อไปได้ คิดเสียว่าเขาเป็นเสมือนหน่วยรักษาความปลอดภัยก็จะเกิดอีกมุมมองหนึ่ง แต่เวลานี้เรายังติดอยู่ที่จินตภาพเดิมใช่หรือไม่ว่าทหารคือ เผด็จการ ทหารคือผู้ที่จะรัฐประหาร
       
       ทำไมเราไม่พลิกจินตภาพหรือกระบวนทัศน์ใหม่ว่า ทหารคือรั้ว ทหารคือเครื่องมือในการพิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ป้องกันไม่ให้คนเข้ามาเปลี่ยนแปลงโค่นล้มเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างอื่น ทำไมเราไม่มองว่าทหาร ตำรวจที่มาเหมือนฝ่ายรักษาความปลอดภัยให้ระบอบรัฐสภาเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าเราสามารถพลิกจินตภาพแบบนี้ได้ เราจะไม่มีความรู้สึกเลยว่าทหารมาคุกคามฝ่ายนิติบัญญัติ ตรงกันข้ามเราจะรู้สึกว่าเพราะฝ่ายนิติบัญญัติมีศักดิ์ศรีทำให้กำลังทหารซึ่งมีศักดิ์ศรีเช่นกัน จึงยอมเหนื่อยยากมาเป็นรั้วให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำงานและใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่า อยากให้ทุกคนมองแบบนี้มากกว่า

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ปู”แจงแผนบริหารจัดการน้ำผ่านทีวี คาดปีนี้จะรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา
"สมคิด"แจง กกต."ชูวิทย์"พ้นสภาพ ส.ส.หลังโดนยึดทรัพย์
"ปานเทพ" ชี้ "ป๋า" ร่วมงานเลี้ยงได้มากกว่าเสีย เชื่อรบ.หวังลดความเสี่ยงรัฐประหาร
"พล.อ.สมเจตน์" ชี้ รบ.มุ่งแก้ ม.291 กินรวบประเทศ เบ็ดเสร็จ
“ป๋าเปรม-ปู” ชื่นมื่น “เต้น” เดินห่างเลี่ยงเผชิญหน้า ไร้เงาผู้นำค้าน
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
“จิตตนาถ” ถาม “สุทธิชัย หยุ่น” ถึงจรรยาบรรณเครือเนชั่น กรณี ม.112 ใครกันแน่ที่ไม่ได้สะท้อนความจริงออกมา ใครกันแน่ที่ทำให้สังคมแตกแยก!
สยามประชาภิวัฒน์ย้ำต้านเผด็จการพรรค เตือนไม่หยุดทุนผูกขาดรัฐประหารอีกแน่
“ดร.อมร” ชำแหละเผด็จการนายทุนพรรคใช้ช่องโหว่ รธน.ยึดอำนาจรัฐเพื่อคอร์รัปชัน
เผย “บ.ณัฐวุฒิ และพวก” รวมหัวประมูลงาน ปตท. “กลุ่มเดียวกัน”
จากอธิการบดีถึงอธิการบดี โลกคนละใบในธรรมศาสตร์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 6602 คน ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012